เสียงหัวเราะคิกคักดุจระฆังเงินที่ดังแว่วมาจากมุมห้องนั่งเล่น คือเสียงดนตรีบำบัดเดียวในโลกที่สามารถดึงสติของรัญชนาให้ออกจากกองเอกสารการออกแบบบ้านพักตากอากาศชิ้นใหญ่ได้ ร่างระหงในชุดเดรสผ้าลินินสีครีมสบายตากวาดสายตามองผ่านกระจกใสบานใหญ่ ไปยังสนามหญ้าสีเขียวขจีที่บัดนี้กลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อมของสองตัวแสบประจำบ้าน
"น้องริณบอกแล้วไงคะว่าพี่รันต้องเป็นม้าให้รินขี่!"
เสียงใสแจ๋วแต่เอาแต่ใจของเด็กหญิงตัวน้อยผมเปียสองข้างดังแหวขึ้นมา เจ้าตัวเล็กในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นกำลังเท้าสะเอว พองแก้มป่องด้วยความขัดแย้งอย่างเต็มที่ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับถอดแบบมาจากมารดาไม่มีผิดเพี้ยน หากแต่รั้นและดื้อดึงจนน่าตี
"ไม่เอา! รันเป็นพี่นะ ทำไมรันต้องเป็นม้าตลอดเลยล่ะ ลุงยามะบอกว่าพี่รันเป็นซูเปอร์ฮีโร่ต่างหาก!" เด็กชายรันผู้มีใบหน้าถอดพิมพ์เดียวกับบิดาผู้เย่อหยิ่งราวกับส่องกระจก สะบัดหน้าหนีพลางกอดอกแน่น ริมฝีปากหยักเล็กๆ คว่ำลงอย่างไม่ยอมแพ้
รัญชนาถอนหายใจออกมาเบาๆ รอยยิ้มบางๆ เคลือบอยู่บนเรียวปากอิ่ม แม้ภายนอกเธอจะพยายามสร้างกำแพงความเข้มแข็งและเยชาเพื่อปกป้องหัวใจที่เคยแหลกสลายจากการกระทำของผู้ชายใจร้ายคนนั้นมากแค่ไหน แต่เมื่อยามที่ได้มองดวงตากลมโตทั้งสองคู่ที่มีอิทธิพลต่อหัวใจยิ่งกว่าสิ่งใด ความเหนื่อยล้าทั้งหมดก็มลายหายไปในพริบตา เด็กแฝดวัยสามขวบเศษคู่นี้คือของขวัญล้ำค่าที่สุดที่พระเจ้าประทานมาให้ เพื่อชดเชยกับน้ำตาหยดเลือดที่เธอเคยหลั่งรินในอดีต
"เด็กๆ คะ ถ้ายังไม่หยุดเถียงกัน แม่จะยึดไอศกรีมสตรอว์เบอร์รีบ่ายนี้นะคะ"
น้ำเสียงหวานนุ่มแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว ทำเอาสองพี่น้องที่กำลังทำท่าจะวิ่งเข้าใส่กันชะงักกึกทันที เด็กชายรันและเด็กหญิงริณหันขวับมามองมารดาเป็นตาเดียว ก่อนที่ทั้งคู่จะวิ่งเตาะแตะเข้ามาเกาะแข้งเกาะขาของรัญชนาคนละข้างอย่างออดอเซาะ
"คุณแม่ขา/คุณแม่ครับ พี่รัน/น้องริณไม่ได้ตั้งใจทะเลาะกันนะค้า/นะคร้าบ!" ประสานเสียงกันอย่างรู้ทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมานั้นช่างละม้ายคล้ายคลึงกับภาคินราวกับแกะ จนบางครั้งรัญชนาก็อดใจหายไม่ได้ว่า สายเลือดที่ฝังรากลึกนั้นช่างน่ากลัวเสียจริง
รัญชนาก้มตัวลงนั่งยองๆ ปรับระดับสายตากับลูกน้อยทั้งสอง มือเรียวยื่นไปเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อของลูกชายออกอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปหยิกแก้มป่องของลูกสาวเบาๆ
"ถ้าเป็นเด็กดื้อ แม่จะรักน้อยลงหนึ่งวินาทีนะคะ"
"ไม่ได้นะ! ต้องรักสิคะ/ต้องรักสิครับ! รักที่สุดในโลกเลย!" สองเสียงแย่งกันพูดพร้อมกับโถมตัวเข้ากอดเอวบางของมารดาแน่น รัญชนาโอบกอดร่างเล็กทั้งสองไว้ในอ้อมแขน ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในห้องหัวใจที่เคยหนาวเหน็บ เธอยอมแลกทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้ เพื่อรอยยิ้มบริสุทธิ์เหล่านี้ และเธอจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหน โดยเฉพาะผู้ชายใจร้ายคนนั้น พรากแก้วตาดวงใจคู่นี้ไปจากอกเธอเด็ดขาด
ทว่า... ในขณะที่ความอบอุ่นกำลังโอบล้อมหัวใจของสามแม่ลูก เสียงกริ่งหน้าประตูบ้านพักตากอากาศหลังงามในย่านชนบทเงียบสงบก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
รัญชนาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ปกติแล้วที่นี่แทบไม่มีใครรู้จัก นอกจากเพื่อนสนิทไม่กี่คนและแม่บ้านที่จะเข้ามาทำความสะอาดเป็นเวลา เธอสั่งให้ลูกๆ อยู่ในความสงบก่อนจะเดินไปที่ประตูกระจกเพื่อมองลอดผ่านม่านมู่ลี่ออกไป
ลมหายใจของเธอสะดุดกักค้างทันทีเมื่อภาพสะท้อนในสายตาคือร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับ แม้กาลเวลาจะผ่านไปหลายปี และเขาจะดูโตขึ้นและสุขุมขึ้น แต่สันจมูกโด่งคมเป็นสันและดวงตาคู่นคมืดมนคู่นั้น เธอยังคงจดจำมันได้ดี... ภาคิน
หัวใจของรัญชนาเต้นรัวระรัวด้วยความตื่นตระหนกและความโกรธที่ตีตู้ขึ้นมาในอก เขาตามหาเธอพบได้อย่างไร? และที่สำคัญที่สุด... สายตาคมกริบของภาคินในตอนนี้กำลังจ้องมองตรงมาที่กระจกบานใหญ่ ซึ่งเบื้องหลังของเธอมีร่างป้อมๆ ของน้องรันและน้องริณกำลังวิ่งไล่จับกันอยู่พอดี!
ดวงตาคมกริบของภาคินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเงาร่างเล็กของเด็กแฝดวิ่งผ่านไปแวบหนึ่ง ภาพของเด็กชายตัวน้อยที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขาราวกับส่องกระจกสะท้อนเข้ามาในม่านตา พร้อมกับความจริงบางอย่างที่สายฟ้าฟาดลงกลางใจ... เด็กสองคนนั้นอายุราวสามขวบ!
ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 9
ตัวแสบประจำบ้าน
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!