กลิ่นอายความหรูหราของแชมเปญชั้นดีเคล้าคล้องกับเสียงดนตรีแจズแผ่วเบาภายในห้องจัดเลี้ยงวีไอพีของโรงแรมหรูใจกลางมหานคร แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องกระทบกับชุดราตรีเข้ารูปสีแดงเพลิงผ่าสูงของหญิงสาวผู้กุมบังเหียนบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จากต่างประเทศ รัญชนาในยามนี้ไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เคยยืนก้มหน้าสะอื้นไห้ในคฤหาสน์หลังใหญ่หลังเดิมอีกต่อไปแล้ว สันจاوโด่งรั้น ดวงตากลมโตที่เคยมีแต่ความอ่อนล้า บัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยอายไลเนอร์เฉี่ยวคมและความมั่นใจที่เปล่งประกายจนสะกดทุกสายตาที่เหลียวมอง
"คุณรัญชนาคะ ทางท่านประธานกลุ่มทุนสิงคโปร์รอพบคุณที่ระเบียงรับรองด้านนอกแล้วค่ะ" เลขาฯ ส่วนตัวกระซิบบอกด้วยรอยยิ้ม
"ค่ะ เดี๋ยวฉันตามออกไป"
รัญชนาตอบรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง เธอก้าวขายาวระหงบนรองเท้าส้นสูงโลหะแวววาวอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของหญิงสาวผู้ทรงคุณค่าและไม่อาจเอื้อมถึง ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นประตูบานใหญ่ ร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโดสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทของใครบางคนก็ก้าวสวนเข้ามาพอดี
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนลงตรงวินาทีนั้น...
ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีของภาคินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลสะดุดกึก ร่างกายที่เคยแข็งกร้าวและเย่อหยิ่งมารอด3ปีเต็มชาหนึบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่ขั้วหัวใจ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบเจือกลิ่นวนิลลาอ่อนๆ ที่คุ้นเคยจนฝังรากลึกในความทรงจำโชยเข้าแตะนาสิก ภาพของอดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันมีค่า ทับซ้อนกับหญิงสาวผู้สง่างามราวกับนางพญาตรงหน้า
รัญชนาชะงักฝีเท้าลงเช่นกัน หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบไหวด้วยความตกใจเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่กำแพงแห่งความเย็นชาและความแค้นในอดีตจะถูกยกขึ้นมาตั้งตระหง่านอย่างรวดเร็ว เธอมองสบตาเขาด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความหวั่นไหว ไร้ซึ่งเยื่อใย ราวกับกำลังมองคนแปลกหน้าคนหนึ่งเท่านั้น
"คุณ... รัญ..."
เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจกลับสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ ภาคินก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอโดยไม่รู้ตัว มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยามเอื้อมออกไปหมายจะคว้าข้อแขนเรียวที่โผล่พ้นชุดราตรี
"กรุณาให้เกียรติด้วยค่ะ คุณภาคิน"
รัญชนาเบี่ยงตัวหลบสัมผัสของเขาได้อย่างทันท่วงที น้ำเสียงหวานใสที่เคยเอ่ยคำออดอ้อน กลับเย็นชาและบาดลึกจนคนฟังเจ็บแปลบไปถึงทรวงใน
"สามปี... รัญ คุณหายไปไหนมา รู้ไหมว่าผม..." ภาคินกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ความเย่อหยิ่งทระงنانที่เคยมีพังทลายไม่เป็นท่าต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ ดวงตาคมแดงก่ำเต็มไปด้วยความโหยหาและความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนาน "ที่คุณเคยขอหย่า... ที่คุณหนีผมไป..."
"การหย่าจบลงตั้งแต่สามปีก่อนแล้วนะคะ" รัญชนาตัดบทด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง ดวงตาคู่สวยกวาดมองอดี สามีหัวใจหินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกสมเพชแกมเวทนา "ส่วนฉันจะไปไหน อยู่ที่ไหน หรือมีความสุขแค่ไหน มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่อย่างคุณอีกแล้วค่ะ โปรดจำไว้ด้วย"
"แต่เรายังไม่ได้เคลียร์กันเรื่อง..."
"ขอทางด้วยค่ะ ฉันมีแขกคนสำคัญต้องไปคุยงาน"
รัญชนาไม่เปิดโอกาสให้เขาได้เอ่ยชื่อลูกแฝดเด็ดขาด แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นว่าเขาจะล่วงรู้ความลับเรื่องน้องรันและน้องริณจากเหตุการณ์ที่เฉียดฉียวกันเมื่อช่วงบ่าย แต่ภายนอกเธอกลับนิ่งสนิท เดินสวนผ่านร่างสูงใหญ่ของเขาไปอย่างไร้เยื่อใยราวกับเขาเป็นเพียงฝุ่นผง
ภาคินหันขวับกลับมามองตามแผ่นหลังบางที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ ความรู้สึกปวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ภาพของเด็กแฝดชายหญิงที่วิ่งเล่นอยู่ในล็อบบี้โรงแรมเมื่อบ่ายแวบเข้ามาในหัวสมองอีกครั้ง ใบหน้าของเด็กชายคนนั้นที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน... และอายุสามขวบพอดิบพอดี!
หมับ!
มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้รอยยิ้มเย็นชาของอดีตภรรยาเริ่มปะติดปะต่อเข้าหากันจนหัวใจแทบหยุดเต้น
ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ... แต่มันยังมีเรื่องของ "เลือดเนื้อเชื้อไข" ที่ผู้หญิงคนนั้นจงใจพรากมันไปจากเขา!
ในขณะที่ภาคินกำลังจะก้าวเท้าตามออกไปเพื่อกระชากความจริงให้กระจ่าง ร่างบางระหงของลลินา นางอุ่นในอดีตที่คอยตามเกาะติด ก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ด้วยรอยยิ้มหวานเชื่อม พร้อมกับแฟ้มเอกสารบางอย่างในมือ
"คุณคินคะ แฟอนด์โปรเจกต์ที่เราต้องเซ็นร่วมกันอยู่ที่นี่ค่ะ..."
"ไสหัวไป!" ภาคินตวาดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาดุจพญามารจ้องเขม็งจนลลินาหน้าถอดสี ถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่เขาจะปัดมือเธอออกแล้วพุ่งพรวดตามทิศทางที่รัญชนาหายไปทันที
ทว่า... เมื่อเขาเปิดประตูกระจกบานใหญ่เชื่อมไปยังลานจอดรถวีไอพี ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาขาดห้วง
รัญชนากำลังก้าวขึ้นไป บนรถหรูคันเดียวกับชายหนุ่มลูกครึ่งหน้าตาหล่อเหลาผู้หนึ่ง ซึ่งกำลังยื่นมือมาโอบเอวเธอด้วยความสนิทสนม และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น... ที่เบาะหลังของรถคันนั้น มีเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กสองคนดังลอดออกมา พร้อมกับใบหน้าเล็กจิ๋วของเด็กแฝดชายหญิงที่โผล่หน้ามามองกระจกใส!
เด็กผู้ชายคนนั้นหันมาสบตากับภาคินพอดี พร้อมกับส่งยิ้มมุมปากที่ถอดพิมพ์ทรงความเย่อหยิ่งของเขามาไม่มีผิดเพี้ยน!
"คุณแม่คะ ลุงคนนั้นมองพวกเราแปลกจังเลยค่ะ" เสียงใสดังก้องผ่านกระจกที่ปิดลงช้าๆ
ภาคินรู้สึกราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางกบาล ร่างกายชาดิก ดวงตาเบิกโพรงด้วยความคลุ้มคลั่งที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ลูกของเขา... เมียและลูกของเขา กำลังอยู่ในอ้อมกอดของชายอื่น!
*** โปรดติดตามตอนต่อไป ***
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ชฎาพรายไวน์แดง" เสมอมานะคะ
ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 10
การพบกันโดยบังเอิญในงานอีเวนต์
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!