ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 11

สายตาที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
เสียงหัวesตลกขบขันของเด็กหญิงตัวน้อยที่ดังแว่วมาจากมุมหนึ่งของห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง ไม่ได้ช่วยให้หัวใจของภาคินสงบลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... มันกลับกรีดลึกเข้าไปในทรวงอกข้างซ้าย ราวกับมีคมมีดนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงซ้ำๆ จนเลือดสาดกระเซ็น ภาพที่เขาเพิ่งเห็นเมื่อครู่ยังคงวนเวียนหลอนอยู่ในโสตประสาท รัญชนา... ภรรยาเก่าผู้เคยมีสภาพราวกับนกปีกหัก หญิงสาวผู้เจียมเนื้อเจียมตัวและยอมให้เขาย่ำยีหัวใจมาตลอดหลายปี บัดนี้เธอกลับยืนอยู่อย่างสง่างามบนพรมแดงในฐานะผู้บริหารแบรนด์แฟชั่นระดับโลก ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเพอร์เพิลเนตรขับผิวผ่องออร่าจับ เสื้อผ้าหน้าผมถูกจัดแต่งอย่างพิถีพิถันจนสะกดทุกสายตาของคนทั้งงาน รอยยิ้มที่เธอมอบให้ชายหนุ่มรูปงามข้างกายช่างเยือกเย็น ทว่าบาดลึก และที่สำคัญที่สุด... ในอ้อมกอดของชายคนนั้น มีเด็กชายหญิงฝาแฝดหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูซุกซบอยู่อย่างสนิทสนม นั่นมันลูกของใคร? หรือว่า... ภาคินสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตออกไป ดวงตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยจากการไม่ได้นอนมาหลายคืน เขาก้าวเท้าฉับๆ ฝ่าฝูงชนและนักข่าวที่ยังคงรุมล้อมเวทีอีเวนต์อย่างไม่ใส่ใจ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษแผ่รังสีความเย็นยะเยือกและเกรี้ยวกราดออกมารอบตัว จนไม่มีใครกล้าสบตาหรือขวางทาง "รัญ!" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและอัดอั้น ตะโกนเรียกชื่อนั้นด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนจนแทบจะระเบิด รัญชนาที่กำลังก้มลงกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับลูกสาวตัวน้อย ชะงักกึกเล็กน้อย เธอไม่ได้สะดุ้งตกใจอย่างที่เขาคาดหวัง หญิงสาวเพียงแค่ค่อยๆ เงີบหน้าขึ้นอย่างช้าๆ ส่งสายตาเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลกมายังชายผู้เป็นอดีตสามี ดวงตาคู่นั้น... ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว ความรัก หรือแม้แต่ความโกรธเกลียดหลงเหลืออยู่เลย มันว่างเปล่า ราวกับเขากเป็นเพียงแค่อากาศธาตุ เป็นแค่ฝุ่นผงไร้ค่าที่เธอไม่จำเป็นต้องปรายตามองด้วยซ้ำ ความหยิ่งทะนงและศักดิ์ศรีที่ภาคินสะสมมาค่อนชีวิตพังทลายลงในวินาทีนั้น เขาเคยคิดว่าตัวเองคือผู้กำหนดเกม เป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่าในทุกสถานการณ์ แต่ภาพของผู้หญิงที่เขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใยในวันนั้น กลับยืนอยู่ ณ จุดที่สูงส่งจนเขาแทบเอื้อมไม่ถึง "คุณคินคะ... ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ" เสียงหวานเลี่ยนของลลินาที่ตามติดเป็นเงาตามตัวเอ่ยขึ้น พร้อมกับเอื้อมมือมาแตะแขนเขาอย่างถือวิสาสะ แต่ภาคินกลับสะบัดออกอย่างไม่ใยดี ราวกับรังเกียจสัมผัสนั้นเต็มประดา "หุบปากซ้ำซากของเธอไปซะ ลลินา!" เขาตวาดเสียงต่ำอย่างเหลืออด ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหารัญชนาที่ก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างอย่างสง่างาม โดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนก้าวเข้ามาขวางไว้ทันที "หยุดอยู่ตรงนั้นแหละค่ะ คุณภาคิน" รัญชนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะแต่นุ่มนวลจนน่ากลัว เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา "ที่นี่งานอีเวนต์ระดับนานาชาติค่ะ ถ้าคุณอยากจะมาอาละวาดเรียกร้องความสนใจเหมือนเด็กๆ กรุณาไปทำที่อื่น อย่ามาสร้างความสกปรกแถวนี้" "รัญ... เธอ..." ภาคินพูดไม่ออก คำพูดนับร้อยที่เตรียมมาเพื่อต่อว่าและทวงถามความจริงจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ เมื่อเจอสายตาเย้ยหยันคู่นั้นมองมา "นั่น... เด็กพวกนั้น... ลูกใคร?" รัญชนาหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไพเราะแต่เย็นชาเสียจนภาคินรู้สึกหน็บหนาวไปถึงกระดูกดำ "ลูกใครแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วยคะ ในเมื่อใบหย่าเราเซ็นกันไปนานแล้ว และคุณเองก็เคยประกาศกร้าวไม่ใช่หรือคะว่า ต่อให้ฉันตายต่อหน้า คุณก็ไม่มีวันสนใจใยดี" เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวและทรงพลัง "เด็กพวกนี้มีพ่อค่ะ... แต่ไม่ใช่คุณแน่นอน" ประโยคนั้นเปรียบเสมือนค้อนเหล็กอันใหญ่ที่ทุบลงกลางศีรษะของภาคินจนมึนงง ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มด้วยความโกรธและเจ็บปวดระคนกัน หัวใจบีบตัวเข้าหากันแน่นจนเจ็บแปลบ หญิงสาวที่เคยร้องไห้ฟูมฟายกอดขาขอร้องให้เขาอยู่ด้วยในคืนวันนั้น ได้ตายไปจากโลกนี้แล้ว เหลือเพียงแต่นางพญาผู้เย่อหยิ่งและไร้หัวใจ ที่พร้อมจะเหยียบย่ำความรู้สึกของเขาให้แหลกคาเท้า ในจังหวะที่ภาคินกำลังจะพุ่งตัวฝ่าการ์ดเข้าไปคว้าข้อมือเล็กนั้นเอง ความชุลมุนบางอย่างก็เกิดขึ้นเมื่อกลุ่มนักข่าวพยายามเบียดเข้ามาสัมภาษณ์เพิ่มเติม รัญชนาจึงถือโอกาสหันหลังให้เขาอย่างไม่ใยดี เธออุ้มเด็กหญิงตัวน้อยขึ้นแนบอก ขณะที่เด็กชายอีกคนกำลังวิ่งนำหน้าแม่เพื่อไปหาคนดูแลที่ยืนรออยู่ไม่ไกล "แม่จ๋า น้องริณหิวน้ำจังเลยค่ะ" เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงดังขึ้น "ค่ะคนดี เดี๋ยวแม่พาไปกินน้ำนะคะ คนเก่งของแม่" เสียงของรัญชนาที่พูดกับลูกช่างอบอุ่น นุ่มนวล และเต็มไปด้วยความรักล้นปรี่ ซึ่งเป็นน้ำเสียงแบบเดียวกันที่เธอไม่เคยหยิบยื่นให้เขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ภาคินมองตามภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่แตกสลาย น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างมาตลอดชีวิตเอ่อคลอเบ้าอย่างน่าสมเพช เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเลือดซึม แต่ทว่า... ขาทั้งสองข้างกลับก้าวตามไปโดยอัตโนมัติ ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างฉุดรั้งเขาไว้ ขณะที่เขากำลังเดินสาวเท้าตามหลังกลุ่มของรัญชนาฝ่าผู้คนในโซนพักผ่อนวีไอพีที่ค่อนข้างเงียบสงบ *ตุบ!* ร่างเล็กจ้อยของเด็กชายคนหนึ่งที่วิ่งย้อนกลับมาเพื่อเก็บของเล่นที่ทำตก วิ่งชนเข้ากับขาเรียวยาวของภาคินอย่างจัง จนเด็กน้อยเซถลาเกือบล้มลงไปกองกับพื้น โชคดีที่ภาคินยื่นมือไปคว้าข้อแขนเล็กนั้นไว้ได้ทันตามสัญชาตญาณ "อ๊ะ! เจ็บนะคุณปู่... เอ้ย! คุณลุงใจร้าย!" เด็กชายตัวแสบวัยสามขวบเศษขมวดคิ้วยุ่ง สะบัดแขนออกจากการจับกุมอย่างรวดเร็วท่าทางพยศไม่เบา ดวงตากลมโตใสแจ๋วคู่นั้นจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง จมูกรั้นๆ และริมฝีปากที่เชิดขึ้นเล็กน้อยยามไม่พอใจ... ภาคินชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ ใบหน้านั้น... ดวงตาคู่นั้น... มันคือพิมพ์เดียวกันกับเงาล้อกในกระจกของเขาไม่มีผิดเพี้ยน! เหมือนยิ่งกว่าเงาในกระจกเสียอีก! เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะเอียงคอมองหน้าภาคินอย่างพิจารณา แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของภาคินเย็นเฉียบลงในพริบตา... "มองหน้าผมทำไมครับคุณลุง... หน้าผมเหมือนพ่อผมเหรอ? แต่บอกไว้ก่อนนะ... พ่อผมหล่อกว่าคุณเยอะเลย!" *** (ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความเจ็บปวดและการค้นพบความจริงอันน่าตื่นตะลึงนี้ร่วมกับ "ชฎาพรายไวน์แดง" นะคะ)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%