ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 14

เกมธุรกิจและเกมหัวใจ

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
“รัญ... นี่มัน... ลูกของใคร?” คำถามนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรัญชนา ราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกที่เพิ่งถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเขย่าขวัญ ภาพใบหน้าคมคายที่เคยเย็นชาไร้หัวใจในอดีต บัดนี้กลับฉายแววตื่นตระหนกและสั่นไหวอย่างรุนแรง ดวงตาคมกริบของภาคินจ้องมองร่องรอยความจริงที่ซ่อนอยู่หลังประตูกระจกฝ้าของห้องทำงานส่วนตัว ท่ามกลางกลิ่นอายความตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนอากาศให้ขาดเป็นวิ่น ในโลกธุรกิจ ภาคินคือราชสีห์ผู้ไม่เคยปรานีใคร เขากวาดซื้อหุ้น ควบรวมกิจการ และบดขยี้คู่แข่งจนราบคาบด้วยปลายนิ้ว แต่ในวินาทีนี้... ราชสีห์ผู้เย่อหยิ่งกลับกำลังเสียศูนย์อย่างน่าสมเพช เมื่อสายตาของเขาบังเอิญเหลือบไปเห็นตุ๊กตาหมีตัวโปรดและรองเท้าผ้าใบเด็กไซส์จิ๋วสองคู่ วางระเกะระระกะอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพงในห้องทำงานของประธานบริหารบริษัทออกแบบผลิตภัณฑ์ชั้นนำ—บริษัทที่เขาเพิ่งทุ่มเงินหลายร้อยล้านเข้ามาซื้อหุ้นก้อนใหญ่เพื่อใช้เป็น “ข้ออ้าง” ในการเข้าใกล้เธอ รัญชนาสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสติทั้งหมดที่หล่นหายให้กลับคืนมา เธอยืดกายขึ้นอย่างสง่างาม ภายใต้ชุดสูทเข้ารูปสีงาช้างที่ขับเน้นทรวดทรงอ้อนแอ้นแต่เปี่ยมด้วยพลังอำนาจ รอยยิ้มเยือกเย็นถูกระบายลงบนเรียวปากเคลือบลิดสติกสีแดงก่ำ ราวกับเกราะป้องกันชั้นดีที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอกย้ำให้เขาเห็นว่า ผู้หญิงคนเดิมที่เคยร้องไห้อ้อนวอนแทบเท้าเขา ได้ตายสนิทไปจากโลกใบนี้แล้ว “มันไม่ใช่กงการอะไรของคุณค่ะ คุณภาคิน” เสียงหวานใสทว่าเฉียบคมบาดลึกดังขึ้น รัญชนาปรายตามองอดีตสามีด้วยแววตาราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น “ถ้าเรื่องงาน... ดิฉันคิดว่าเราคุยรายละเอียดในสัญญาควบรวมกิจการกันจบแล้วนะคะ เชิญคุณกลับไปเถอะค่ะ เวลาของดิฉันมีค่าเกินกว่าจะมานั่งตอบคำถามไร้สาระของคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน” ภาคินก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความเร่าร้อนอันเป็นเอกลักษณ์ของเขายังคงทรงพลังเช่นเดิม ทว่ารัญชนากลับไม่ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว เธอยืนหยัดเผชิญหน้า สบตากับเขาตรงๆ ปล่อยให้หัวใจที่เคยเจ็บปวดเต้นแรงด้วยความโกรธเกรี้ยว ไม่ใช่ความรัก “ไม่มีความเกี่ยวข้องกันอย่างนั้นเหรอ รัญ?” ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบวับโรจน์ด้วยไฟโทสะและ... ความหวาดกลัวที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน “เด็กสองคนนั้น... อายุเท่าไหร่? สามขวบใช่ไหม? และหน้าตาของเด็กผู้ชายคนนั้น... มันถอดแบบมาจากฉันชัดๆ รัญ! เธอคิดจะปิดบังเรื่องเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันไปถึงไหน!” “เลือดเนื้อเชื้อไข?” รัญชนาหัวנסเราะในลำคอ เสียงหัวנסเราะนั้นเย็นชาจนน่ากลัว เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นท้าทาย “คุณเอาสมองส่วนไหนมาคิดคะคุณภาคิน วันที่เราหย่ากัน คุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าเด็กในท้องฉันมันเป็นแค่ภาระ เป็นเครื่องมือสกปรกที่คุณไม่อยากแม้แต่จะชายตาแล แล้วตอนนี้... อยู่ๆ จะมาเคลมความเป็นพ่อเนี่ยนะ? หน้าด้านไปหน่อยไหมคะ?” คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนเข็มเล่มยาวที่พุ่งเข้าแทงใจดำของภาคินอย่างจัง เขาหน้าชาวาบ ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจมาตลอดสามปีโหมกระหน่ำซัดเข้าใส่ราวกับคลื่นพายุ ในอดีต... เพราะความหูเบา เชื่อคำเป่าหูของผู้หญิงไร้ยางอายอย่างลลินา ประกอบกับความเย่อหยิ่งจองหอง ทำให้เขาผลักไสภรรยาผู้บริสุทธิ์ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย เขาทอดทิ้งเธอในวันที่เธออ่อนแอที่สุด และเกือบทำให้เธอต้องสูญเสียลูกไปตลอดกาล “ผมรู้ว่าผมเลว... ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับรัญมันให้อภัยไม่ได้” ภาคินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยามเอื้อมออกไปหมายจะแตะข้อศอกเรียว แต่รัญชนากลับปัดออกอย่างไร้เยื่อใย “แต่เด็กคนนั้น... เขาก็ลูกของผมเหมือนกัน รัญมีสิทธิ์อะไรมาพรากลูกไปจากพ่อแท้ๆ!” “สิทธิ์เหรอคะ?” รัญชนาหันขวับมาจ้องหน้าเขา ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่ถูกกักเก็บไว้เนิ่นนาน แต่มันถูกกลืนกลับลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เขาได้เห็นความอ่อนแอ “วันที่ฉันนอนร้องไห้แทบขาดใจตายคาโรงพยาบาล วันที่ลูกเกือบจะไม่ได้ลืมตาดูโลกเพราะความไร้หัวใจของคุณ คุณอยู่ที่ไหนคะคุณภาคิน? คุณกำลังกกกอดอยู่กับลลินาผู้หญิงคนโปรดของคุณไม่ใช่เหรอ! ตอนนั้น... คุณเคยจำได้ไหมว่าตัวเองมีลูก?” ประโยคคำถามนั้นทรงพลังราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางอกของภาคินจนแทบแตกสลาย เขาพูดไม่ออก ลำคอตีบตัน ร่างสูงใหญ่ที่เคยผึ่งผายกลับทรุดฮวบลงเล็กน้อยด้วยความรู้สึกผิดที่หนักอึ้งเกินกว่าจะแบกรับไหว “รัญ... ผมขอโทษ...” เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนจนแทบไม่ได้ยิน “ผมรู้ตัวช้าไป... แต่ผมขอโอกาส ได้โปรด... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ ให้ผมได้ไถ่บาปในสิ่งที่ผมทำลงไปเถอะนะ” “สายไปแล้วค่ะ” รัญชนาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ ทั้งสิ้น “สำหรับฉัน... คุณตายไปตั้งแต่สามปีก่อนแล้วค่ะ และสำหรับลูก... พวกเขาไม่มีพ่อชื่อภาคิน เชิญคุณเอาเวลาไปบริหารบริษัทนับหมื่นล้านของคุณเถอะค่ะ อย่ามาเสียเวลากับผู้หญิงไร้ค่าคนนี้เลย” พูดจบ รัญชนาก็หมุนตัวเดินหนีไปยังโต๊ะทำงานเพื่อกดอินเตอร์คอมเรียกเลขานุการ แต่ภาคินซึ่งหมดความอดทนและถูกความหึงหวงบดบังจนขาดสติ พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรง แรงปะทะทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขาโดยอัตโนมัติ “ปล่อยนะ! คุณภาคิน คุณบ้าไปแล้วรึไง!” รัญชนาตื่นตระหนก พยายามดึงมือออกจากการเกาะกุมที่แน่นหนาราวกับคีมเหล็ก “ใช่! ผมมันบ้า!” ภาคินคำรามต่ำในลำคอ ความอดทนที่สะสมมานานขาดผึ่ง ดวงตาคมกริบลุกโชนด้วยไฟปรารถนาและแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับมาเนิ่นนาน เมื่อได้สัมผัสเรือนร่างหอมกรุ่นที่คุ้นเคย ความโหยหาก็พวยพุ่งขึ้นมาจนแทบคลั่ง “ผมบ้าตั้งแต่ยอมปล่อยผู้หญิงที่เป็นดั่งดวงใจคนนี้ให้หลุดมือไปแล้ว! รัญ... มองหน้าผม! บอกผมสิว่าเธอไม่รู้สึกอะไรกับผมเลย!” บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวพลราบเปลี่ยนเป็นร้อนระอุในพริบตา ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่ปะทะกันจนแทบหลอมละลาย รัญชนาชะงักไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความโหยหาอย่างล้ำลึก สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่แนบอยู่ตรงเอวคอดกิ่วปลุกเร้าความทรงจำอันตรายที่เธอพยายามฝังกลบมันมาตลอดสามปี ผิวเนื้อที่เสียดสีกันผ่านเนื้อผ้าสร้างกระแสไฟฟ้าวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วร่างอย่างไม่น่าเชื่อ “คนสารเลว...” เธอพึมพำเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่เริ่มทรยศจิตใจ “ใช่... ผมมันสารเลว” ภาคินกระซิบชิดริมหู เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น “แต่ผมจะเป็นสารเลวคนเดียวในชีวิตของรัญ... ตลอดไป” สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มของเธออย่างอุกอาจและเอาแต่ใจ รัญชนาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกลืนเสียงประท้วงทั้งหมดลงคอเมื่อเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน รสจูบที่ทั้งดุดัน เร่าร้อน และแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดบาปละลายความแข็งกร้าวของเธอลงทีละน้อย สัญชาตญาณดิบเถื่อนและความคุ้นเคยในอดีตผสานเข้าด้วยกัน สร้างแรงดึงดูดอันมหาศาลที่ยากจะต้านทาน มือหนาเลื่อนขึ้นโอบประคองท้ายทอยของเธอให้รับองศาจูบที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น รัญชนาพยายามทุบตีแผงอกกว้างเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงอันน้อยนิดกลับไม่ต่างอะไรกับการลูบไล้ ริมฝีปากที่เคยปฏิเสธเริ่มเผยอออกอย่างไร้การควบคุม ปล่อยให้ความหอมหวานและรสชาติอันคุ้นเคยแผ่ซ่านไปทั่วช่องปาก ความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กำแพงแห่งความแค้นพังทลายลงในชั่วพริบตา ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว ท่ามกลางอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรัญชนาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ ราวกับน้ำเย็นที่สาดซัดเข้าใส่หน้า รัญชนาสะดุ้งสุดตัว เธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักอกแกร่งออกเต็มแรงจนภาคินเซถลาถอยหลังไปสองก้าว ริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบกอบโกยอากาศเข้าปอดอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกและโกรธตัวเองที่พ่ายแพ้ให้กับสัมผัสของเขา “อย่า... อย่าทำแบบนี้อีก” รัญชนาเสียงสั่น มือบางยกขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองลวกๆ พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความเย่อหยิ่งที่เหลืออยู่กลับคืนมา “ออกไปจากห้องของฉันซะคุณภาคิน ไม่งั้นฉันจะเรียก รปภ. มาเชิญคุณออกไป!” ภาคินยืนหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความอาลัยอาวรณ์และคุกกรุ่นไปด้วยไฟปรารถนารักที่ยังไม่มอดดับ เขายกยิ้มมุมปากอย่างคนกุมความลับเหนือกว่า แม้จะถูกเธอขับไล่ แต่รสจูบเมื่อครู่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า หัวใจของเธอยังคงมีร่องรอยของเขาหลงเหลืออยู่ “รัญอาจจะปากแข็งได้มากกว่านี้...” ภาคินก้าวถอยหลังทีละก้าวอย่างเชื่องช้า สายตาคมกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความหมายลึกซึ้ง “แต่ร่างกายของรัญ... ไม่เคยโกหกผมเลยสักครั้ง” พูดจบ ภาคินก็หมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้รัญชนายืนตัวสั่นเทาอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพล ทว่า... ความวุ่นวายยังไม่ทันจางหาย เสียงเคาะประตูก็กร่อนดังขึ้นสามครั้ง ก่อนที่ประตูห้องจะเปิดผางออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างป้อมป้ายของเด็กชายวัยสามขวบหน้าตาน่ารักน่าชังถอดแบบพิมพ์เดียวกับภาคินราวดั่งแกะ วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาพร้อมกับถือกระดาษแผ่นหนึ่งในมือเล็กๆ “หม่าม้าฮะ! น้องริณบอกว่าเห็นคุณลุงใจดีคนเมื่อกี้เดินออกจากห้องหม่าม้า... เอ๊ะ! แล้วนี่อะไรเหรอฮะ?” เด็กชายตัวน้อยเอียงคอถามด้วยความสงสัย ก่อนจะชูแผ่นกระดาษในมือขึ้น “อันนี้ปะป๊าทำตกไว้ตรงโซฟาใช่ไหมฮะ? มันคือผลตรวจอะไรสักอย่าง... มีชื่อปะป๊ากับชื่อใครก็ไม่รู้ด้วยฮะ!” รัญชนาหน้าถอดสีทันที หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อกวาดสายตาไปเห็นข้อความบนกระดาษแผ่นนั้น... *[ผลตรวจ DNA ยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือด: ภาคิน & ด.ช.รัน]* ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในห้วงอารมณ์อันลึกซึ้งและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — ชฎาพรายไวน์แดง
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%