ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 13

การปะทะคารมที่ร้อนแรง

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
“ก้าวเข้ามาทำไมคะ?” รัญชนาไม่แม้แต่จะหันไปมองร่างสูงใหญ่ที่ถือวิสาสะผลักบานประตูห้องสวีทเข้ามา เธอวางแก้วไวน์ในมือลงบนโต๊ะเครื่องแป้งเสียงดังเครียด ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับผู้ชายที่เธอเคยหวังว่าจะลบชื่อเขาออกจากสารบบชีวิตไปตลอดกาล ภาคินยืนนิ่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องพักหรูหรา กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาที่คละคลุ้งเข้ามาในอากาศทำให้รัญชนาต้องกำมือแน่น เธอไม่ได้อ่อนแอเหมือนวันวานที่พร้อมจะร้องไห้ให้เขาสมเพชอีกต่อไปแล้ว “ห้องนี้มันส่วนตัวนะคุณภาคิน... และฉันคิดว่าเราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีก โดยเฉพาะเรื่องที่ต้อง ‘บุกรุก’ แบบนี้” รัญชนาเชิดคางขึ้น แววตาของเธอเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก ภาคินไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาสาวเท้าก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ ทว่าหนักแน่น ร่างสูงใหญ่กดดันจนรัญชนาต้องถอยหลังไปพิงกับขอบเตียงนุ่ม ภาคินยื่นมือไปค้ำขอบเตียงกักขังเธอไว้ในวงแขนแกร่ง กลิ่นกายของเขายังคงเป็นกลิ่นเดิม... กลิ่นที่ทำให้เธอเคยหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น แต่ในตอนนี้ มันกลับทำให้เธอรู้สึกสะอิดสะเอียนปนหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก “ไม่มีเรื่องต้องคุย?” ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดไว้ “เธอหนีฉันมาไกลถึงที่นี่ คิดจริงๆ เหรอว่ากำแพงที่สร้างขึ้นมาจะปิดกั้นฉันได้ หรือเธอแค่ต้องการให้ฉัน... ตามมา ‘รื้อฟื้น’ ความหลัง?” “คนอย่างคุณมันหลงตัวเองไม่เปลี่ยน” รัญชนาสวนกลับทันควัน ดวงตาสวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา “ฉันแค่ต้องการอิสรภาพ และตอนนี้ฉันก็ได้มันมาแล้ว ได้โปรด... ออกไปจากชีวิตฉันเสียที” “อิสรภาพเหรอ?” ภาคินโน้มใบหน้าลงมาจนชิด ปลายจมูกโด่งสันเฉียดผ่านแก้มเนียนของเธอไปอย่างจงใจ ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วผิวสัมผัส “ฉันยังไม่ได้อนุญาตให้เธอไปไหนทั้งนั้น รัญชนา... โดยเฉพาะตอนที่ฉันกำลังสนุกกับการไล่ล่าแบบนี้” มือหนาเอื้อมไปเชยคางมนของเธอขึ้นอย่างถือสิทธิ์ บังคับให้เธอต้องสบตาเขา รัญชนาพยายามเบือนหน้าหนี แต่ภาคินกลับล็อคใบหน้าเธอไว้มั่น รสสัมผัสที่ห่างหายไปนานกลับมาปะทุขึ้นในใจของทั้งสองคน แรงดึงดูดระหว่างพวกเขายังคงรุนแรงราวกับระเบิดเวลาที่รอจังหวะทำงาน “อย่ามาทำกิริยาต่ำทรามกับฉัน!” รัญชนาตวาด มือเรียวพยายามผลักอกแกร่งออก แต่กล้ามเนื้อที่แน่นตึงภายใต้เชิ้ตราคาแพงนั้นกลับแข็งแกร่งราวกับกำแพงหิน “ต่ำทรามเหรอ?” ภาคินกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดด้วยไฟตัณหา “เราเคยทำอะไรที่ ‘ต่ำทราม’ กว่านี้ตั้งเยอะ... จำไม่ได้เหรอว่าบนเตียงนี้ หรือแม้แต่ตรงไหนในโรงแรมนี้ที่เธอเคยอ้อนวอนขอให้ฉัน... รักเธอแรงๆ” คำพูดนั้นเสียดแทงหัวใจรัญชนาจนเธอหน้าชา แรงโทสะที่ผสมปนเปกับความปรารถนาที่เธอพยายามกดทับไว้พุ่งพล่านขึ้นมาทันที เธอไม่รอช้า ฝ่ามือบางตบเข้าที่ใบหน้าคมสันอย่างแรงจนหน้าหัน “คนเลว!” ภาคินนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาด้วยแววตาที่วาวโรจน์ไปด้วยความคลั่งไคล้ เขาไม่ได้โกรธ แต่กลับดูพอใจเสียยิ่งกว่าอะไร เขากระชากข้อมือบางทั้งสองข้างของรัญชนาขึ้นเหนือศีรษะแล้วตรึงไว้กับหัวเตียงอย่างแรง “ใช่... ฉันมันเลว” เขากดเสียงต่ำขณะโน้มตัวลงทาบทับร่างบอบบางที่กำลังหอบหายใจถี่ด้วยความโกรธ “แต่เธอก็ชอบความเลวของฉันไม่ใช่เหรอ รัญ? บอกมาสิ... ว่าเธอยังรู้สึก... ว่าเธอยังต้องการฉันอยู่!” ก่อนที่รัญชนาจะได้ตอบโต้ ริมฝีปากร้อนผ่าวก็บดจูบลงมาอย่างหนักหน่วงและเร่าร้อน มันไม่ใช่การจูบที่นุ่มนวล แต่เป็นการรุกรานเพื่อประกาศอาณาเขต รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความโกรธแค้น และความหลงใหลในเวลาเดียวกันทำให้สมองของรัญชนาขาวโพลน มือที่เคยขัดขืนเริ่มอ่อนแรงลง ทว่าจิตใต้สำนึกของเธอยังคงพยายามต่อต้าน เขาช่างร้ายกาจ... เขารู้ดีว่าจุดไหนคือจุดอ่อนของเธอ ภาคินเปลี่ยนจังหวะการจูบให้ลึกซึ้งและอ่อนหวานขึ้นอย่างช่ำชอง ลิ้นร้อนไล้ต้อนความหอมหวานจากโพรงปากของเธออย่างหิวกระหาย ร่างกายของรัญชนาตอบสนองต่อสัมผัสของเขาโดยสัญชาตญาณอย่างทรยศต่อหัวใจตัวเอง ในจังหวะที่ไฟพิศวาสกำลังจะมอดไหม้จนเกินควบคุม เสียงเคาะประตูห้องสวีทดังรัวขึ้นสลับกับเสียงใสๆ ของเด็กน้อยสองคนที่ตะโกนเรียกอยู่ด้านนอก “คุณแม่ขา! เปิดประตูให้รันกับริณด้วยค่ะ! ข้างนอกมีลุงแปลกหน้าหน้าตาเหมือนคุณพ่อมาด้อมๆ มองๆ อยู่ด้วย!” ร่างของภาคินที่กำลังคร่อมร่างรัญชนาอยู่ชะงักกึกทันที เขาสบตากับรัญชนาที่เบิกตากว้างด้วยความตระหนก มือของเธอสั่นเทาขณะที่เธอมองไปยังบานประตู และมองกลับมาที่ใบหน้าของอดีตสามีที่กำลังเปลี่ยนจากความเร่าร้อนเป็นความฉงนงุนงง ภาคินผละออกจากเธอช้าๆ สายตาของเขามองไปที่ประตูสลับกับใบหน้าของเธอที่ซีดเผือด “เด็กสองคนนั่น... ใคร?” เขาถามเสียงพร่า ทันใดนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นตุ๊กตาเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงวางอยู่บนโซฟาข้างเตียง ซึ่งมีป้ายชื่อสลักไว้ว่า ‘น้องรัน’ และ ‘น้องริณ’ และใต้ตุ๊กตานั้นมีใบสูติบัตรที่รัญชนาลืมเก็บไว้ตกออกมาพอดี... รัญชนาพุ่งตัวไปคว้าใบเอกสารนั้น แต่ภาคินเร็วกว่า เขาคว้ามันไว้ได้ก่อนจะกางออกอ่านเพียงแวบเดียว แววตาที่เคยแข็งกร้าวกลับเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงสุดขีด มือที่ถือใบกระดาษสั่นเทาจนแทบทำหลุดมือ “รัญ... นี่มัน... ลูกของใคร?” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนที่แสนเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ... "ชฎาพรายไวน์แดง"
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%