“ถ้าคุณคิดว่าแค่เศษเงินก้อนโตกับคำว่า ‘เสียใจ’ จะซื้อเวลาที่สูญเสียไปของฉันกับลูกคืนมาได้ล่ะก็... ภาคิน คุณคงประเมินค่าความเป็นมนุษย์ต่ำเกินไปแล้วนะคะ”
สุ้มเสียงของรัญชนานิ่งเรียบ ทว่าทุกพยางค์ที่หลุดรอดจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อกลับคมกริบราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้ง เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีชาในห้องรับแขกของเพนต์เฮาส์หรู สายตาคู่คมที่เคยมีแต่ความอ่อนแอและหยาดน้ำตาในอดีต บัดนี้กลับฉายแววเยືือกเย็นและทรงอำนาจจนชายหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ภาคินยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหิน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่เคยดูน่าเกรงขาม บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความรู้สึกผิดและตื่นตระหนก สายตาคมกدเข้มมองอดีตภรรยาด้วยความเวทนาแกมเว้าวอน มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
เขายอมรับ... ในอดีตเขาเคยทำลายผู้หญิงคนนี้ด้วยมือของตัวเอง ผลักไสเธอออกไปในวันที่เธอกำลังตั้งครรภ์ทายาทสายเลือดของเขาอย่างไร้เยื่อใย ปล่อยให้เธอเผชิญมรสุมชีวิตลำพัง เพียงเพราะความเย่อหยิ่งและคำโกหกปรักปรำของลลินาผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้น ทว่าในวันนี้ วันที่ความจริงกระจ่าง วันที่เขาได้เห็นร่องรอยความน่ารักเฉลียวฉลาดของ ‘น้องรัน’ และ ‘น้องริณ’ ลูกแฝดวัยสามขวบที่ถอดแบบเขามาทุกกระเบียดนิ้ว หัวใจที่เคยด้านชากลับถูกแผดเผาด้วยไฟนรกแห่งความสำนึกผิด
“รัญ... พี่รู้ว่าพี่เลว” ภาคินเอ่ยเสียงแหบพร่า ก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาเธอราวกับคนกลัวเหยียบย่างลงบนแก้วแตก “พี่ทำร้ายเธอและลูกสารพัด... แต่ขอโอกาสให้พี่ได้แก้ตัวเถอะนะ ไม่ว่าเงื่อนไขอะไร พี่ก็ยอมแลกทั้งชีวิตเพื่อมัน”
รัญชนาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขแต่น่าฟังจนหัวใจคนฟังกระตุกวูบ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดเดรสสีดำเข้ารูปขับเน้นรูปร่างอรชรให้ดูสง่างามและยากจะเอื้อมถึง เธอเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่เคยเป็นเจ้าชีวิต ก่อนจะเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แววตาของเธอไม่มีความรักหลงเหลืออยู่อีกแล้ว มีเพียงความท้าทายและความเย้ยหยัน
“ดีค่ะ... ในเมื่อคุณกล้าพูดคำว่า ‘ยอมทุกอย่าง’ งั้นก็ฟังเงื่อนไขสามข้อของฉันให้ดี” รัญชนาชูนิ้วเรียวขึ้นทีละนิ้ว น้ำเสียงราบเรียบทว่าจริงจังทุกกระเบียดนิ้ว
“ข้อแรก... คุกเข่าลงตรงนี้ และขอโทษฉันกับลูกต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์และแผ่นดินที่คุณเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพวกเรา”
ภาคินชะงักไปชั่ววินาที ศักดิ์ศรีของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครค้ำคออยู่ แต่วินาทีต่อมา เมื่อเขาเหลือบไปเห็นกรอบรูปครอบครัวที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงาน ซึ่งมีรอยยิ้มสดใสของลูกแฝดซ้อนทับกับความเย็นชาของอดีตภรรยา หัวใจเขาก็หล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม ชายหนุ่มไม่ลังเลอีกต่อไป เขาทิ้งตัวคุกเข่าลงบนพื้นพรมราคาแพงทันทีอย่างไร้ซึ่งความลังเล
รัญชนามองภาพนั้นด้วยแววตาที่ไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทตามเดิม เธอซ่อนความสะใจและความเจ็บปวดในอดีตไว้ใต้รอยยิ้มเยือกเย็น
“ข้อที่สอง...” เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ปล่อยให้เขาคุกเข่าเงยหน้ามองเธอ “ถอนหุ้นทั้งหมดและตัดขาดจากลลินาอย่างเด็ดขาด ห้ามติดต่อ ห้ามให้ความช่วยเหลือ และประกาศให้สังคมรับรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่มีค่าอะไรในชีวิตคุณอีกต่อไป... ทำได้ไหมคะ?”
“พี่ทำแล้ว... และกำลังจะทำมันให้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม” ภาคินตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด ชีวิตของเขาตอนนี้ไม่มีพื้นที่เหลือให้ตัวปัญหาอย่างลลินาอีกแล้ว สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือลมหายใจและการยอมรับจากสองแม่ลูก
“ดีค่ะ... งั้นมาถึงข้อสุดท้าย...” รัญชนาโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเขา กลิ่นหอมละมุนจากกายสาวที่คุ้นเคยโชยเข้าจมูกจนภาคินใจเต้นระส่ำ “คุณต้องย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านของฉัน... ในฐานะ ‘คนรับใช้’ ที่ต้องทำความสะอาด ซักผ้า ทำอาหาร และดูแลลูกๆ ทุกอย่างด้วยตัวเอง เป็นเวลาสามเต็มเดือน... โดยที่ห้ามใช้เงินสักบาท ห้ามใช้เส้นสาย และห้ามใช้อำนาจความเป็นประธานบริษัทมาอ้างเด็ดขาด!”
คำสั่งนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกลางวันแสกๆ ภาคินเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ประธานบริษัทผู้ใช้ชีวิตอยู่บนกองเงินกองทอง สั่งซ้ายหันขวาตายมาตลอดชีวิต ต้องกลายมาเป็นคนรับใช้บ้านอดีตภรรยาเนี่ยนะ?
“รัญ... มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ ลูกๆ อาจจะ...”
“ถ้าคุณทำไม่ได้... ก็เชิญเดินออกไปจากประตูบานนั้น แล้วอย่าหวังว่าจะได้เหยียบเข้ามาในชีวิตของลูกฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว!” รัญชนาตัดบทเสียงเฉียบขาด ไร้ซึ่งความปรานี แววตาเด็ดเดี่ยวทำให้ภาคินรู้ทันทีว่าเธอไม่ได้พูดเล่น
ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องรับแขกชั่วขณะ ภาคินมองหน้าอดีตภรรยาที่งดงามราวกับนางพญา หญิงสาวผู้เคยถูกเขาเหยียบย่ำ บัดนี้ได้กลายเป็นผู้กุมชะตาชีวิตและหัวใจของเขาไว้ทั้งหมดแล้ว ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ แล้วลืมขึ้นด้วยแววตาที่แน่วแน่และเต็มไปด้วยความรักความมุ่งมั่น
“ตกลง... พี่จะทำ” ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “พี่จะทำทุกอย่างตามที่คุณต้องการ รัญ...”
รัญชนาไม่ตอบรับ เธอเพียงแค่ยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะหันหลังเดินกลับขึ้นไปยังชั้นบนของเพนต์เฮาส์ ปล่อยให้ชายหนุ่มคุกเข่าอยู่ลำพังท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงใหญ่
ทว่า... ในขณะที่ภาคินกำลังจะลุกขึ้นยืนเพื่อเริ่มต้นชดใช้กรรมตามสัญญา เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ร่างสูงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ใครกันที่จะมาหาในช่วงเวลาวิกาลเช่นนี้? ภาคินเดินไปเปิดประตูด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย ทว่าเมื่อบานประตูเปิดออก ภาพของบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้ากลับทำให้เลือดในกายของประธานหนุ่มเย็นเฉียบลงทันที
ผู้หญิงในชุดแบรนด์เนมราคาแพง สวมแว่นตากันแดดอำพรางใบหน้าครึ่งหนึ่ง ค่อยๆ ถอดแว่นออกเผยให้เห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี... ลลินา!
“สวัสดีค่ะพี่คิน... ว้าว รัญมันใจร้ายจังนะคะ ถึงกับปล่อยให้ประธานบริษัทใหญ่อย่างพี่ต้องมาคุกเข่าตบตาคนอื่นแบบนี้... แต่ไม่เป็นไรค่ะ เพราะความลับเรื่องที่หนูถืออยู่ อาจจะทำให้พี่เปลี่ยนใจจากอีนางรัญแล้วกลับมาซบตักหนูเร็วกว่ากำหนดก็ได้นะคะ” ลลินายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาให้เขา พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เคลือบยาพิษ
ชฎาพรายไวน์แดง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดราม่าเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 32
บททดสอบจากภรรยา
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!