กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอายความอึดอัดที่ลอยวนอยู่ในห้องครัวสไตล์โมเดิร์น รัญชนายืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์หินอ่อนด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตายาวระหงมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากเล็กน้อย ภาพของท่านประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เจ้าของอาณาจักรธุรกิจพันล้าน ผู้เคยใช้ปลายนิ้วสั่งการคนนับหมื่น บัดนี้กำลังยืนงอะแงอยู่หน้าเครื่องซักผ้าด้วยใบหน้าเคร่งเครียดราวกับกำลังกู้ระเบิดเวลา
"ฉันเตือนคุณแล้วนะคะภาคิน ว่างานบ้านไม่ใช่เรื่องที่จะเรียนรู้กันได้ภายในวันเดียว... แต่ในเมื่อคุณเสนอตัวอาสาจะทำทุกอย่างเพื่อไถ่โทษ ฉันก็แค่นั่งดูความพยายามของคุณเฉยๆ"
น้ำเสียงหวานใสที่เจือแววเย้ยหยันดังขึ้นอย่างไม่รีบร้อน ภาคินสะดุ้งเล็กน้อย เขาหันกลับมามองอดีตภรรยาด้วยสภาพที่แทบไม่เหลือมาดผู้บริหารหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนเดิม เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงถูกพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก เนคไทไหมพรมถูกถอดออกพาดไว้บนเก้าอี้ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคายที่เคยเชิดสูงด้วยความหยนิ่งทะนง
ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยอมรับชะตากรรมแต่โดยดี สายตาคมกริบที่เคยใช้กดดันคู่แข่งทางธุรกิจ บัดนี้ทอดมองรัญชนาด้วยความเว้าวอนและลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยาย
"ผมยอมรับผิดแล้วครับ... เอ่อ หมายถึง ผมยอมรับแล้วครับรัญ" ภาคินเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชิน แต่เมื่อเห็นสายตาคมปลาบที่ส่งมาเตือน เขาก็รีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน "ผมสัญญาว่าจะทำทุกอย่างตามที่คุณต้องการ แค่ขอให้ผมได้พิสูจน์ตัวเอง... พิสูจน์ว่าผมไม่ใช่ผู้ชายคนเดิมที่เคยใจร้ายกับคุณอีกต่อไปแล้ว"
รัญชนาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ความเจ็บปวดในอดีตกรีดซ้ำลงมาในความทรงจำราวกับรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย สามปีที่เธอต้องทนกลืนเลือดร้องไห้อยู่ลำพัง สามปีที่เขาผลักไสเธอราวกับเป็นสิ่งของไร้ค่า วันนี้ละหรือที่ผู้ชายเย่อหยิ่งคนนี้จะมาคุกเข่าสำนึกผิดด้วยการซักผ้าและกวาดบ้าน มันช่างน่าขันสิ้นดี... แต่ก็น่าสะใจไม่น้อยเช่นกัน
"งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิคะ" รัญชนาเดินเข้าไปใกล้เขาช้าๆ กลิ่นกายหอมละมุนประจำตัวลอยเข้าแตะนาสิกของภาคินจนร่างสูงชะงักงอ นิ้วเรียวสวยภายใต้เล็บเจลสีนู้ดเรียบหรูแตะลงบนปกเสื้อเชิ้ตที่ยับยู่ยี่ของเขาอย่างถือวิสาสะ ไล้ปลายนิ้วผ่านแผงอกกว้างที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะลมหายใจ "เริ่มต้นจากการซักชุดชั้นในของฉันให้สะอาดเรียบร้อย... ถ้าแค่นี้ยังทำไม่ได้ ก็ไสหัวออกไปจากบ้านของฉันซะ"
ดวงตาคมของภาคินวับวาวขึ้นทันที ความรู้สึกร้อนรุ่มตีตื้นขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะแรงปรารถนาอันรุนแรงที่ถูกจุดประกายขึ้นจากสัมผัสแผ่วเบาและแววตาท้าทายคู่นั้น เขายื่นมือหนาออกไปรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว จนรัญชนาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างอ้อนแอ้นแนบชิดติดกับแผงอกแกร่งโดยไม่มีช่องว่าง
"รัญ..." เสียงทุ้มต่ำพร่าพรายกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน "คุณกำลังเล่นกับไฟรู้ตัวไหม..."
"ปล่อยฉันนะภาคิน!" รัญชนาพยายามขัดขืนแต่เรียวแรงของเธอกลับสู้แรงอ้อมกอดราวกับคีมเหล็กไม่ได้ ยิ่งดิ้นรน ภาคินก็ยิ่งกระชับวงแขนแน่นขึ้น ราวกับต้องการหลอมรวมเธอเข้าไปในร่าง
"ไม่ปล่อย... ต่อให้คุณจะสั่งให้ผมทำอะไรที่ยากกว่านี้ ผมก็ทำได้ทั้งนั้น แต่ขออย่างเดียว..." ภาคินก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "อย่าไล่ผมไปไหนอีกเลยนะรัญ... ผมขาดคุณไม่ได้จริงๆ"
สัมผัสอุ่นร้อนที่ริมฝีปากหนากดจູບลงบนซอกคอขาวผ่องอย่างถือวิสาสะ รัญชนาครางฮือในลำคอ ร่างกายที่เคยแข็งขืนเริ่มอ่อนระทวยลงอย่างน่าละอาย กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา ความอบอุ่นที่เธอโหยหามาตลอดสามปี และสัมผัสอันคุ้นเคยกำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย ความแค้นในใจถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความเสน่หาที่ยากจะต้านทาน
ภาคินไม่รอช้า เขาอุ้มร่างบางขึ้นจนเท้าลอยจากพื้น รัญชนาต้องใช้แขนเรียวคล้องคอเขาไว้โดยอัตโนมัติ ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันมืดมนและเย้ายวน ชายหนุ่มพาเธอก้าวเดินออกจากห้องครัวตรงไปยังโซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่น ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงันและหัวใจที่เต้นรำด้วยจังหวะเดียวกัน
ริมฝีปากร้อนรุ่มประกบจูบลงมาบดขยี้เรียวปากอิ่มอย่างเอาแต่ใจ รัญชนาเผยริมฝีปากออกด้วยความเคลิบเคลิ้ม เปิดทางให้ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลาม เสียงครางประท้วงในลำคอเบาหวิวถูกกลืนหายไปด้วยรสจูบอันเร่าร้อนและยาวนาน มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง ปลุกเร้าอารมณ์ปรารถนาให้ลุกโชนขึ้นราวกับไฟป่าที่ไร้การควบคุม
ค่ำคืนนี้... เส้นแบ่งระหว่างความแค้นและความรักเริ่มเลือนรางลงเหลือเพียงเปลวเพลิงแห่งความเร่าร้อนที่โอบกอดทั้งสองไว้ด้วยกัน ทว่า ในขณะที่ความสัมพันธ์กำลังดำเนินไปถึงจุดสูงสุดแห่งความสุขสม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างกะทันหัน!
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"คุณแม่ขา! เปิดประตูให้น้องรันหน่อยเร็ว ข้างนอกฝนตกหนาวมากเลยค่ะ!"
เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงวัยสามขวบดังทะลุประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงทุบประตูปุกปัก ทำเอาภาคินและรัญชนาผุดลุกขึ้นจากกันแทบไม่ทัน ร่างบางหน้าถอดสีด้วยความตกใจ รีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางอย่างลนลาน ขณะที่ภาคินเบิกตากว้างด้วยความช็อกเมื่อตระหนักได้ว่า... ลูกแฝดที่เขาตามหาและพยายามเอาชนะใจมาตลอด กำลังยืนรออยู่หน้าประตูบ้าน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดราม่าเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
ชฎาพรายไวน์แดง
ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 33
ผู้ชายที่ยอมทำทุกอย่าง
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!