ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 7

เสียงหัวใจดวงน้อย

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
กระจกบานใสสะท้อนภาพเงาร่างสูงใหญ่ของภาคินที่หยุดนิ่งสนิทราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและถือดี บัดนี้เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างคนสูญเสียการควบคุม ภาพเบื้องหลังแผ่นกระจกใสแจ๋วที่กั้นระหว่างห้องทำงานส่วนตัวกับพื้นที่พักผ่อนด้านใน คือภาพของเด็กแฝดชายหญิงวัยสามขวบกำลังวิ่งไล่จับกันอย่างรื่นเริง เสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งแก้วของ "น้องรัน" และ "น้องริณ" ดังลอดผ่านรอยต่อของบานประตูที่เปิดแง้มไว้เพียงนิดเดียว ทว่ามันกลับดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของอดีตสามีผู้ไม่เคยเหลียวแล ทรวดทรงและเค้าโครงหน้าของเด็กน้อยทั้งสอง... ชัดเจนเสียยิ่งกว่าภาพถ่ายในทะเบียนสมบัติของตระกูลอัครวรกุล ดวงตากลมโต จมูกรั้นได้รูป และริมฝีปากหยักลึกราวกับถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกันกับเขา ภาคินรู้สึกคล้ายมีก้อนสะอื้นจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายสูงสง่าชาวางวาบตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าจรดยอดศีรษะ ภาพความทรงจำเมื่อสามปีก่อนย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ วันที่รัญชานายื่นซองสีน้ำตาลบางเฉียบพร้อมกับใบหย่าที่เธอเซ็นชื่อไว้เรียบร้อยแล้ว ในวันนั้น... แววตาของเธอนิ่งสนิทไร้ร่องรอยของหยาดน้ำตา มีเพียงความว่างเปล่าที่เย็นชาจนน่ากลัว เธอยอมเดินออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่โดยไม่เรียกร้องสิ่งใด แม้กระทั่งทรัพย์สินที่ควรจะได้ตามกฎหมายเธอก็ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เขายังจำคำพูดเย้ยหยันที่เคยพ่นใส่เธอในคืนก่อนวันหย่าได้อย่างแม่นยำ *“เธอคิดว่าการแต่งงานไร้รักครั้งนี้มันมีค่าพอให้ฉันใส่ใจนักหรือไง รัญชนา อยากไปก็ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันเสียที!”* คำพูดร้ายกาจเหล่านั้นย้อนกลับมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่ในวินาทีนี้ รัญชนาในยามนี้ไม่ได้อ่อนแอและเปราะบางเหมือนผู้หญิงคนเดิมที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอีกต่อไปแล้ว เธอยืนสง่างามอยู่เบื้องหน้าลูกแฝดทั้งสองด้วยท่าทีเปี่ยมด้วยพลังแห่งความเป็นแม่ รอยยิ้มที่เธอมอบให้ลูกน้อยช่างอ่อนโยนและเจิดจ้าเสียจนคนมองรู้สึกแสบตา ร่างเพรียวระหงในชุดสูททำงานเข้ารูปดูทรงอำนาจและน่าเกรงขาม เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่อดีตภรรยาที่ถูกทอดทิ้งอีกต่อไป แต่เธอกลายเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ เป็นโลกทั้งใบของเด็กน้อยทั้งสองคน เป็นป้อมปราการอันแข็งแกร่งที่ไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาทำลายได้อีก ภาคินกำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน หัวใจในอกข้างซ้ายกระหน่ำซัดรุนแรงจนเจ็บแปลบ เขาก้าวขาไม่ออก ราวกับมีแรงโน้มถ่วงมหาศาลฉุดรั้งเขาไว้ให้อยู่กับที่ ความจริงที่เพิ่งประจักษ์ต่อสายตากำลังแผดเผาจิตใจของเขาให้มอดไหม้ ลูกของเขา... เลือดเนื้อเชื้อไขของเขา เติบโตมาโดยที่เขาไม่เคยรับรู้ ไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยคำว่าพ่อ หรือมอบความคุ้มครองใดๆ ให้เลยตลอดสามปีเต็ม! ภายในห้องทำงาน รัญชนาชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง เธอกวาดสายตาคมกริบมองผ่านช่องกระจกใส และในเสี้ยววินาทีนั้น... นัยน์ตากลมโตสีนิลก็สบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวรานของอดีตสามีเข้าอย่างจัง ไม่มีความตกใจฉายชัดบนใบหน้าสวยหวาน มีเพียงความเย็นชาและรอยยิ้มหยันที่มุมปากอย่างเยือกเย็น รัญชนาไม่ได้หลบสายตา เธอค่อยๆ ย่อตัวลงโอบกอดร่างเล็กๆ ของน้องรันและน้องริณเข้าสู่อ้อมอกอย่างทะนุถนอม สองมือเรียวบางลูบเรือนผมหยักศกของลูกน้อยทั้งสองด้วยความรักสุดหัวใจ ก่อนจะกระซิบเสียงหวานที่ดังพอจะลอดผ่านกระจกให้คนด้านนอกได้ยินชัดเจน "แม่รักลูกที่สุดนะคะ... เด็กๆ ของแม่มีแค่แม่คนเดียวก็เกินพอแล้วค่ะ" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนมีดคมกริบที่กรีดลงบนหัวใจของภาคินจนเลือดซึม เขาอ้าปากพะงาบคล้ายคนขาดอากาศหายใจ ความรู้สึกผิดบาปและความเสียดายโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์สึนามิที่พร้อมจะกลืนกินเขาทั้งเป็น รัญชนากำลังจะหันหลังพาเด็กๆ เดินเลี่ยงไปอีกด้านเพื่อตัดขาดการมองเห็น แต่วินาทีนั้นเอง... เสียงกริ่งหน้าห้องทำงานส่วนตัวก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศตึงเครียด พร้อมกับร่างของเลขานุการสาวที่ผลักประตูเข้ามาด้วยความรีบร้อน โดยไม่ทันสังเกตเห็นเงาร่างของประธานหนุ่มที่ยืนแข็งค้างอยู่มุมห้อง "คุณรัญคะ! มีพัสดุรีบด่วนส่งตรงถึงโต๊ะทำงานของคุณค่ะ จ่าหน้าซองระบุว่าเป็น... ผลตรวจ DNA และเอกสารลับจากต่างประเทศค่ะ!" ร่างของรัญชนาชะงักกึกทันที รอยยิ้มเยเย็นบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยแววตาระทึกขวัญที่วาบขึ้นในความมืดมน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจจดใจจ่อไปกับทุกความรู้สึกของตัวละครด้วยกันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%