กลิ่นอายความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมเพนท์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ไม่ได้ช่วยให้แผ่นหลังที่ชุ่มเหงื่อกาฬของรัญชนาเย็นลงได้เลยแม้แต่น้อย เธอนั่งตัวเกร็งอยู่หลังแล็ปท็อปเครื่องบาง นิ้วเรียวยาวที่เคยสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวในอดีต บัดนี้กำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก สายตาดอกเตอร์สาวผู้ทรงคุณค่าเบนไปมองร่างสูงสง่าของอดีตสามีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม—ภาคิน
ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในเครือ ภักดีไพศาล
กำลังใช้ดวงตาสีเข้มคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวจ้องมองเอกสารสัญญาบนโต๊ะ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย็นชาและไร้เยื่อใยในวันวาน บัดนี้กลับฉายแววครุ่นคิดและคุกคามในเวลาเดียวกัน บรรยากาศรอบตัวเขากดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"เงื่อนไขข้อที่สาม... ผมว่าเรายังคุยกันไม่เคลียร์นะ, คุณรัญชนา"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัด ภาคินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง แววตาคมกริบกวาดมองหญิงสาวผู้เปลี่ยนไปราวคนละคน รัญชนาในวันนี้ไม่ใช่ภรรยาตัวน้อยที่เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้และยอมจำนนต่อความเย็นชาของเขาอีกต่อไปแล้ว เธอดงงาม สง่า และเต็มไปด้วยเกราะป้องกันที่ยากจะเจาะทะลวง—และนั่นแหละที่ยิ่งทำให้ไฟปรารถนาและความกระหายใคร่รู้ในตัวเอดียสามีอย่างเขาปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่งทุกครั้งที่ได้เข้าใกล้
"ดิฉันคิดว่าเงื่อนไขทุกข้อในร่างสัญญาจ้างที่ปรึกษาโปรเจกต์นี้ รัดกุมและชัดเจนดีแล้วค่ะ, ท่านประธานภาคิน" รัญชนาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งราบเรียบ พยายามบังคับไม่ให้เสียงของตัวเองสั่นไหว แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับมีกลองเพลมาตีอยู่ในอก
"งั้นเหรอ..." ภาคินหัวเราะในลำคออย่างเยียบเย็น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานฝั่งที่เธอนั่งอยู่ทีละก้าว ชายหนุ่มโน้มตัวลงใช้มือสองข้างท้าวขอบโต๊ะ กักกันร่างบางไว้ในอาณาเขตของเขา กลิ่นกายบุรุษเพศอันคุ้นเคย—กลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นของมัสก์—โชยเข้าแตะจมูกปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างที่รัญชนาพยายามฝังกลบมันมาตลอดสามปีเต็ม
"แต่ผมคิดว่า... เรายังมีเรื่องอื่นที่ต้องเคลียร์กัน "ส่วนตัว" มากกว่าเรื่องงานนะ หืม?"
รัญชนาเบือนหน้าหนีลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดข้างแก้ม หัวใจดวงน้อยกระหน่ำซัดด้วยความหวาดหวั่น ขณะที่เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับให้เขามารยาททางธุรกิจที่ดีนั่น...
*ครืดดด... ครืดดด...*
เสียงสั่นสะเทือนของโทรศัพท์มือถือที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะทำงาน ดังขึ้นทำลายความเงียบที่กำลังระอุ รัญชนาเหลือบสายตาไปมองหน้าจอแวบเดียวเท่านั้น—ลมหายใจของเธอก็แทบจะหยุดกักเก็บไว้ในปอดทันที
[ ลูกชายตัวแสบ : น้องรัน ❤️ ]
ให้ตายเถอะ! เด็กแสบโทรมาทำไมเวลานี้!
รัญชนาหน้าซีดเผือด มือเรียวพยายามเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์หมายจะกดตัดสายแล้วปิดเครื่องให้เร็วที่สุด แต่ความเร็วนั้นหรือจะสู้สัญชาตญาณของนักธุรกิจเขี้ยวลากดินอย่างภาคิน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของเธอไว้แน่นตรึงราวกับคีมเหล็ก ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงสั่นระรัวและแสดงชื่อผู้โทรเข้าอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
"ใครโทรมา... ทำไมคุณต้องทำหน้าเหมือนคนมีความผิดขนาดนั้นด้วยล่ะ, รัญชนา"
ภาคินเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ชิดริมหูของเธอจนขนลุกซู้ด สายตาคมกวาดมองตัวอักษรบนหน้าจอที่มีรูปหัวใจสีแดงกำกับอย่างพินิจพิเคราะห์ สมองอันชาญฉลาดของเขากำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว—*ลูกชายตัวแสบ?*... ผู้หญิงที่ครองตัวเป็นโสดสนิทมาตลอดสามปีหลังหย่าขาดจากเขา มี "ลูกชาย" ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!
"ปล่อยค่ะ! มันเรื่องส่วนตัวของดิฉัน!" รัญชนาหน้าตื่น เธอออกแรงยื้อข้อมือกลับสุดชีวิต หัวใจเต้นรำด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด หากภาคินรู้ว่าเธอมีลูก... และเด็กคนนั้นมีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาจนแทบจะพิมพ์เดียวกัน ความลับทุกอย่างที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิตจะต้องพังทลายลงอย่างแน่นอน!
"เรื่องส่วนตัวงั้นเหรอ?" ภาคินแค่นหัวเราะ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความระแวงสงสัยระคนหึงหวงอย่างไร้เหตุผล "ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คุณมีผู้ชายอื่นมาพัวพันจนถึงขั้นตั้งชื่อว่า 'ลูกชาย' หึ หรือว่าตลอดสามปีที่ผ่านมา คุณแอบไปมีใครลับหลังผม?!"
*ติ๊ด!*
ในจังหวะที่ยื้อยุดกันไปมา นิ้วมือของภาคินที่ปัดป่ายไปโดนหน้าจอโดยบังเอิญ กลับกดปุ่ม "รับสาย" และเปิด "สปีกเกอร์โฟน" โดยสมบูรณ์แบบ!
"คุณแม่ขา! ทำไมรับสายช้าจังเลยล่ะครับ! น้องรันกับน้องริณกินข้าวเสร็จแล้วนะ แม่รีบกลับมานอนกับพวกเราเรด่วนเลยนะครับ คิดถึงคุณแม่จะแย่อยู่แล้วรู้ไหมครับเนี่ย!"
เสียงเจื้อแจ้วใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบดังลั่นห้องประชุมเงียบกริบ ถ้อยคำออดอ้อนและสรรพนามที่หลุดออกมา ทำเอาอากาศรอบตัวของภาคินและรัญชนาแข็งค้างในเสี้ยววินาที
รัญชนาเบิกตากว้าง มือไม้เย็นเฉียบจนไร้ความรู้สึก สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัว
ส่วนภาคิน... ร่างสูงใหญ่ที่เคยคุกคามเธออยู่เมื่อครู่ ชะงักงิกราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจของนักธุรกิจหนุ่มสะดุดกึก ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ
น้ำเสียงเด็กผู้ชายคนนั้น... และคำว่า *'น้องรัน'* ที่กระแทกเข้าโสตประสาท มันไม่ใช่แค่เสียงของเด็กทั่วไป แต่มันก้องกังวานซ้อนทับกับภาพในอดีตของตัวเขาเองอย่างน่าขนลุก!
ภาคินค่อยๆ หันกลับมามองหน้าอดีตภรรยาที่เวลานี้ซีดเผือดไร้สีเลือด หยาดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าสวย ดวงตาคู่คราบน้ำตาที่พยายามซ่อนเร้นความตื่นตระหนกเอาไว้ มันคือหลักฐานชั้นดีที่ยืนยันความจริงทั้งหมด
"รัญชนา..." ภาคินเปล่งเสียงเรียกชื่อเธอออกมาแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังและน่ากลัวจนคนฟังแทบสิ้นสติ "เด็กคนนั้น... ใคร?"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ บทต่อไปเตรียมรับแรงกระแทกความคลั่งรักของคุณพ่อมือใหม่ได้เลยค่ะ! (ชฎาพรายไวน์แดง)
ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 17
ความลับเกือบแตก
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!