กลิ่นฉุนของน้ำมันหล่อลื่นสังเคราะห์เกรดทหารผสมผสานกับไอความร้อนจากหัวแร้งไฟฟ้า คละคลุ้งไปทั่วห้องใต้ดินขนาดสิบตารางเมตร แสงไฟนีออนกระพริบติดๆ ดับๆ ส่องกระทบโครงสร้างโลหะของแขนกลรุ่นโบราณที่ถูกแยกชิ้นส่วนวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ คิรินใช้ปลายนิ้วสวมถุงมือคาร์บอนไฟเบอร์คีบไมโครโปรเซสเซอร์ขนาดเท่าเล็บมือขึ้นมาส่องใต้เลนส์ขยาย
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ที่มุมห้องไม่ได้ทำให้วิศวกรหนุ่มละสายตาจากแผงวงจรตรงหน้า เขารู้ดีว่าความผิดพลาดเพียงเสี้ยวไมครอนในการเชื่อมต่อเส้นใยแก้วนำแสง อาจหมายถึงความล้มเหลวในการกู้คืนบันทึกความทรงจำของหุ่นยนต์รบที่ถูกทิ้งร้าง
"ความถี่สัญญาณรบกวนระดับนั้น... ถ้าไม่ใช่ทหารหน่วยรบพิเศษของรัฐบาลเงา ก็คงเป็นพวกกลุ่มกบฏนีโอ-โซลโล่ที่พยายามเจาะระบบความปลอดภัยของเขตเซบาสเตียน"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความระแวดระวังดังขึ้นจากมุมมืด ท่ามกลางเงาสลัวของกองลังกระสุนเก่า ร่างเพรียวบางในชุดคลุมกันความร้อนสีดำสนิทก้าวออกมาอย่างเงียบเชียบ ไม่มีเสียงฝีเท้ากระทบพื้นแม้แต่น้อย ราวกับเธอเป็นส่วนหนึ่งของความมืดมิดในห้องใต้ดินแห่งนี้
คิรินวางอุปกรณ์ในมือลงอย่างช้าๆ เขาไม่แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ดวงตาภายใต้กรอบแว่นตากรองแสงจ้องมองไปยังผู้มาเยือนด้วยความนิ่งสงบ รอยแผลเป็นจางๆ บริเวณขมับซ้ายของหญิงสาวภายใต้ฮู้ดที่ตกลงมาเผยให้เห็นชิ้นส่วนโลหะไทเทเนียมสีเงินยวงที่เชื่อมต่อเข้ากับเส้นประสาทขมับอย่างแนบเนียน—ร่องรอยการดัดแปลงระดับสูงที่หาได้ยากยิ่งในตลาดมืด
"คุณมาเร็วกว่าที่คาดไว้นะครับ อีฟ" คิรินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพเรียบร้อย น้ำเสียงของเขาเรียบสนยและแฝงไว้ด้วยความระมัดระวัง "ผมคิดว่าคุณน่าจะใช้เวลาหลบเลี่ยงโดรนตรวจการณ์ของทางการนานกว่านี้เสียอีก"
อีฟยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมที่กวาดมองไปรอบห้องเพื่อประเมินความปลอดภัย เธอดึงฮู้ดลงเผยให้เห็นเส้นผมสีเงินประกายเหล็กตัดสั้นรับกับใบหน้าคมคาย เธอก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของคิริน วางกระเป๋าโลหะผสมน้ำหนักเบาลงบนพื้นผิวเหล็กเสียงดังทึบ
"ระบบรักษาความปลอดภัยของเขตนี้ล้าสมัยเกินไป คิริน... หรือพูดให้ถูกคือ พวกมันไม่มีค่าพอให้ฉันต้องเสียเวลาหลบเลี่ยง" อีฟตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม เธอเปิดล็อกกระเป๋าโลหะด้วยการสแกนลายนิ้วมือและม่านตาพร้อมกัน กลไกภายในดีดเปิดออกเผยให้เห็นสิ่งของที่ถูกบรรจุอยู่ภายใต้ชั้นโฟมกันกระแทก
คิรินหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อวิเคราะห์วัตถุเบื้องหน้า มันคือแกนกลางจิตสำนึก (Consciousness Core) รุ่นต้นแบบที่ถูกห่อหุ้มด้วยสนามพลังแม่เหล็กแรงสูง ผิวด้านนอกมีรอยไหม้เกรียมจากการถูกความร้อนสูง และมีรอยร้าวขนาดเล็กที่กำลังปล่อยประจุไฟฟ้าสีฟ้าอ่อนออกมาเป็นระยะ ระบบระบายความร้อนภายในหยุดทำงานโดยสมบูรณ์
"นี่มัน... แกนประมวลผลควอนตัมรุ่น 'ไคเมร่า'?" คิรินอุพทานออกมาเบาๆ ด้วยความทึ่ง แม้เขาจะคาดเดาไว้แล้วว่าหญิงสาวปริศนาผู้นี้ไม่ได้มาพร้อมกับเรื่องธรรมดา แต่อุปกรณ์ชิ้นนี้คือเทคโนโลยีต้องห้ามที่ถูกพัฒนาขึ้นในห้องปฏิบัติการลับของสภาบริหารโลกเมื่อห้าปีก่อน และถูกประกาศว่าสูญหายไปพร้อมกับเหตุการณ์วินาศกรรมครั้งใหญ่
"ถูกต้อง และตาคุณก็ยังเฉียบคมไม่เปลี่ยน" อีฟดึงเก้าอี้เหล็กมานั่งลงตรงข้ามโดยไม่ได้รับเชิญ ดวงตาของเธอจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของคิริน "ฉันต้องการให้คุณซ่อมแซมมัน... ไม่ใช่แค่ประสานรอยร้าวภายนอก แต่ต้องกู้คืนข้อมูลโครงสร้างจิตสำนึกที่ถูกเข้ารหัสด้วยรหัสผ่านระดับสูงสุด"
คิรินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มือประสานกันไว้บนตัก เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อประเมินความเสี่ยง การยุ่งเกี่ยวกับแกนจิตสำนึกระดับไคเมร่าไม่ต่างจากการเอาคอไปพาดไว้บนเขียงประหาร หากหน่วยรบพิเศษของรัฐบาลเงาดักจับสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของมันได้ พวกเขาจะมาถึงที่นี่ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที
"คุณก็รู้ว่ามันเสี่ยงมากแค่ไหน อีฟ" คิรินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "การปลดล็อกรหัสของไคเมร่าจำเป็นต้องใช้พลังงานมหาศาล และเสี่ยงต่อการเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่อาจเผาไหม้สมองของพวกเรากลายเป็นจุล เหตุผลอะไรที่คุณถึงเอาชีวิตมาเสี่ยงกับชิ้นส่วนโลหะชิ้นนี้?"
อีฟนิ่งเงียบไปชั่วขณะ บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนรู้สึกได้ เธอก้มมองมือของตัวเองที่สั่นเทาเล็กน้อย—ความผิดพลาดทางกายภาพที่หาได้ยากยิ่งสำหรับไซบอร์กดัดแปลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเด็ดเดี่ยว
"เพราะข้างในนั้น... มีจิตสำนึกของมนุษย์คนสุดท้ายที่รู้ความจริงเบื้องหลังการล่มสลายของเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์หลัก" อีฟกระซิบเสียงแผ่วเบา "และถ้าเราไม่ซ่อมมันภายในคืนนี้ โลกทั้งใบจะถูกล้างสมองโดยสมบูรณ์ด้วยโปรแกรมควบคุมจิตใจที่รัฐบาลเงากำลังจะเปิดใช้งาน"
ก่อนที่คิรินจะทันได้เอ่ยคำปฏิเสธหรือตอบรับ หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานก็เด้งขึ้นกลางห้องโดยปราศจากการแจ้งเตือน เสียงสัญญาณเตือนภัยความถี่ต่ำดังขึ้นสะเทือนไปถึงโครงสร้างผนังคอนกรีต
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการสแกนคลื่นความถี่แม่เหล็กไฟฟ้าที่ไม่ได้รับอนุญาต]
[คำเตือนระดับ SSS: หน่วยรบพิเศษสกัดกั้นอัตโนมัติ 'ฮันเตอร์-ซี' ได้ปิดล้อมรัศมี 500 เมตรรอบอาคารของคุณแล้ว]
[เวลาที่เหลือรอดก่อนการปะทะ: 03 นาที 45 วินาที]
ดวงตาของอีฟเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอหันขวับไปมองที่ประตูทางเข้าห้องใต้ดิน ก่อนจะหันกลับมามองวิศวกรหนุ่มที่ยังคงนั่งนิ่งสงบราวกับคาดการณ์สถานการณ์ไว้อยู่แล้ว
คิรินถอดแว่นตากรองแสงออก วางมันลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
"ดูเหมือนว่าเราไม่มีเวลามานั่งต่อรองกันแล้วสินะครับ อีฟ" คิรินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าประแจแรงบิดคู่ใจขึ้นมาถือไว้ "ส่งประแจหกเหลี่ยมเบอร์สี่ให้ผมที... เรามีงานต้องทำก่อนที่แขกไม่เชิญจะพังประตูเข้ามา"
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรในบทนี้ด้วยกันนะครับ
*ไซเบอร์พังค์2099*
วิศวกรจักรกลกับกลไกแห่งจิตสำนึกที่สาบสูญ•ตอนที่ 2
การปรากฏตัวของคนแปลกหน้า
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรจักรกลกับกลไกแห่งจิตสำนึกที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!