“ค่าความต้านทานที่แกนซีกโลกตะวันตกตกฮวบลงอีกแล้ว... ถ้าเรายังปล่อยให้ระบบระบายความร้อนของเขตอุตสาหกรรมที่เจ็ดทำงานเกินพิกัดแบบนี้ โครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดจะหลอมละลายกลายเป็นขี้เถ้าภายในสัปดาห์หน้าแน่นอนครับ”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องใต้ดินอับชื้น กลิ่นไอของน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ คราบสนิม และก๊าซโอโซนจากการเชื่อมโลหะลอยตลบอบอวล แสงสีฟ้าสลัวจากจอภาพโฮโลแกรมรุ่นเก่าสะท้อนลงบนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยเปื้อนคราบเขม่าควัน คิริน (Kirin) วิศวกรหนุ่มวัยยี่สบห้าปี กำลังใช้ปากคีบนาโนไทเทเนียมขนาดจิ๋วเพื่อเชื่อมต่อวงจรไมโครโปรเซสเซอร์ของแขนกลจักรพรรดิรุ่นโบราณ ดวงตาสีกรมท่าของเขาหรี่ลงด้วยความใช้สมาธิ นิ้วมือเรียวยาวมั่นคงไม่มีอาการสั่นแม้แต่น้อย แม้ว่าสภาพแวดล้อมรอบตัวจะกดดันเพียงใดก็ตาม
ในมหานครนีโอ-โซล (Neo-Seoul) ปี ค.ศ. 2099 โลกไม่ได้ล่มสลายด้วยสงครามิวเคลียร์แบบที่ภาพยนตร์โบราณเคยพรรณนา หากแต่มันพังทลายลงอย่างเงียบเชียบด้วย "ภาวะจิตสำนึกเสื่อมถอย" (Consciousness Decay) เมื่อมนุษย์เริ่มพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์และเครือข่ายควอนตัมจนสูญเสียความเป็นมนุษย์ ขณะที่หุ่นยนต์และแอนดรอยด์กลับเริ่มแสดงอาการ "ฝัน" และมีความรู้สึกนึกคิดขึ้นมาเสียเอง รัฐบาลเงาผ่านองค์กรที่เรียกว่า "กระทรวงความมั่นคงไซเบอร์เนติกส์" จึงออกคำสั่งกวาดล้างและรีไซเคิลหุ่นยนต์ทุกรุ่นที่มีความผิดปกติทางพฤติกรรมอย่างเลือดเย็น
และนั่นคือเหตุผลที่คิรินต้องมาหลบซ่อนตัวอยู่ใน "สุสานอิเล็กทรอนิกส์เขตก้นบึ้ง" (Sector-Zero Scrap Yard) ซากปรักหักพังของเทคโนโลยีที่ถูกทิ้งขว้างให้ผุกร่อนไปตามกาลเวลา
“นายกำลังกังวลเรื่องปลายเหตุอีกแล้วนะ คิริน”
เสียงหวานเรียบแต่ทรงพลังดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงา แสงไฟนีออนกะพริบวับแวมสาดกระทบเข้ากับซีกขวาของใบหน้าเธอ เผยให้เห็นร่องรอยการฝังแผ่นโลหะไทเทเนียมและเส้นใยออปติกสีแดงชาดที่พาดผ่านโหนกแก้มลงมาถึงลำคอ—อีฟ (Eve) อาจารย์และสหายร่วมรบผู้กุมความลับดำมืดของรัฐบาล เธอกำลังถือแก้วกาแฟสังเคราะห์ที่ส่งควันกรุ่น พร้อมกับโยนแผ่นข้อมูลควอนตัม (Data Chip) ลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังทึบ
“ถ้าโครงสร้างพื้นฐานพังทลาย ประชาชนในเขตก้นบึ้งก็จะไม่มีไฟฟ้าใช้ และเมื่อไม่มีไฟฟ้า ระบบพรางตัวที่เราสร้างไว้ก็จะล่มสลาย สภาวะสุญญากาศทางข้อมูลจะดึงดูดโดรนกวาดล้างของรัฐบาลมาที่นี่ภายในสิบสองนาทีครับ อาจารย์อีฟ” คิรินตอบโดยไม่ละสายตาจากแผงวงจร มือขภายังคงบรรจงบัดกรีตะกั่วด้วยความแม่นยำระดับไมครอน
“ระบบพรางตัวน่ะ ฉันแก้ไขมันตั้งแต่ก่อนนายตื่นแล้วล่ะเจ้าหัวดื้อ” อีฟถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพยักเพยิดหน้าไปทางกองภูเขาขยะอิเล็กทรอนิกส์สูงท่วมหัวที่อยู่นอกหน้าต่างกระจกใสกันกระสุน ซึ่งตอนนี้กำลังถูกสายฝนกรดโปรยปรายลงมากัดเซาะโครงเหล็กจนเกิดเสียงดังซู่ซ่า “แต่สิ่งที่ฉันสนใจในวันนี้ไม่ใช่เรื่องโครงข่ายไฟฟ้า... นายลองใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ต่ำสแกนไปที่พิกัด 04-Delta ของกองขยะด้านนอกนั่นดูสิ แล้วนายจะรู้ว่าทำไมฉันถึงยอมเสี่ยงเดินลุยฝนกรดมาหาถึงที่นี่”
คิรินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย แม้เขาจะคุ้นเคยกับนิสัยลึกลับของอีฟดี แต่ทุกครั้งที่เธอแสดงท่าทีเช่นนี้ มักจะหมายถึงเรื่องใหญ่ที่อยู่นอกเหนือจากสมการตรรกะของเขเสมอ
นิ้วมือของวิศวกรหนุ่มแตะลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมอย่างรวดเร็ว ป้อนคำสั่งชุดคำสั่งพิเศษเพื่อขยายขอบเขตการสแกนคลื่นความถี่ต่ำที่ถูกรบกวนจากขยะโลหะนับล้านชิ้น หน้าจอแสดงผลปรากฏกราฟคลื่นสีเขียวที่หยักขึ้นลงอย่างผิดปกติ มันไม่ใช่คลื่นรบกวนจากแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ หรือสัญญาณชีพจรของแอนดรอยด์ทั่วไป... แต่มันคือ "คลื่นสมองกลสังเคราะห์" (Synthetic Neural Oscillation) ที่มีความถี่สม่ำเสมอน่าประหลาด
“คลื่นความถี่นี้... มันถูกเข้ารหัสด้วยภาษาโปรแกรมมิ่งยุคบุกเบิก ค.ศ. 2040?” คิรินพึมพำกับตัวเองด้วยความประหลาดใจ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย “ภาษาตรรกะเชิงลึกแบบนั้นถูกยกเลิกไปนานกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว เพราะระบบปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่ใช้เครือข่ายประสาทเทียมเชิงลึก (Deep Neural Networks) ทั้งหมด ทำไมหุ่นยนต์ในกองขยะถึงยังมีร่องรอยการทำงานของโปรแกรมรุ่นบรรพบุรุษหลงเหลืออยู่ได้ล่ะครับ?”
“นั่นแหละคือปริศนา” อีฟเดินเข้าไปใกล้หน้าต่าง เธอมองออกไปท่ามกลางสายฝนสีเทาหม่น “ไปกับฉันสิ คิริน... ไปดูกันว่าใต้กองขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไร้ค่าในสายตาคนอื่น มีอะไรบางอย่างที่กำลังรอให้วิศวกรผู้เชื่อมั่นในตรรกะอย่างนายไปค้นพบ”
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำฝนที่กระทบหลังคาเหล็กและเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็ก คิรินวางปากคีบในมือลงอย่างช้าๆ เขาถอดแว่นตานิรภัยออก ใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบเหงื่อและเขม่าบนหน้าผาก ก่อนจะหยิบปืนพกพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า (EMP Pistol) ขึ้นมาเหน็บไว้ที่เข็มขัด
“ถ้ามันเป็นกับดักของกระทรวงความมั่นคง... ผมจะฟ้องอาจารย์ข้อหาทำให้ผมเสียเวลาทำงานวิจัยนะครับ” คิรินกล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อยเพื่อลดความตึงเครียด แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความระแวดระวังและอยากรู้อยากเห็นอย่างเต็มเปี่ยม
“ถ้าเป็นกับดักจริง ฉันนี่แหละจะเป็นคนยิงเปิดทางให้นายหนีรอดไปก่อนเอง เจ้าศิษย์ตัวแสบ” อีฟแย้มยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่งมักจะปรากฏขึ้นก่อนที่พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์เสี่ยงตายทุกครั้ง
ทั้งสองคนเดินลัดเลาะผ่านอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินที่เชื่อมต่อกับเขตก้นบึ้ง กลิ่นอับชื้นและคราบน้ำมันหนาเตอะทำให้ต้องระมัดระวังในทุกย่างก้าว จนกระทั่งมาถึงจุดสิ้นสุดของอุโมงค์ที่เปิดออกสู่ "หลุมฝังศพเทคโนโลยี" (Tech Graveyard) ขนาดมหึมา ซากโครงสร้างของยานรบไร้คนขับ โครงกระดูกเหล็กของหุ่นยนต์รบซีรีส์เก่า และชิ้นส่วนแผงวงจรนับล้านชิ้นกองทับถมกันสูงราวภูเขาขนาดย่อม สายฝนกรดโปรยปรายลงมาสร้างควันสีขาวจางๆ เมื่อมันสัมผัสกับโลหะที่เกิดปฏิกิริยาเคมี
คิรินเปิดใช้งานโหมดมองเห็นในที่มืด (Night-Vision Mode) ของดวงตาไซเบอร์เนติกส์ แสงสีฟ้าอ่อนสาดส่องไปทั่วบริเวณ เขาก้มตัวลงหลบหลีกเศษซากเหล็กแหลมคมที่ยื่นออกมา ก่อนจะเดินตามรอยสัญญาณคลื่นความถี่ต่ำที่อีฟเป็นผู้ชี้นำ จนกระทั่งมาหยุดอยู่เบื้องหน้ากองซากแผงโซลาร์เซลล์รุ่นโบราณที่พังยับเยิน
“สัญญาณมาจากใต้กองนี้ครับ... ความหนาแน่นของโลหะสะสมค่อนข้างสูง ต้องใช้ประแจแรงบิดสูงช่วยงัดโครงสร้างหลักขึ้นมาก่อน มิฉะนั้นแรงกดทับอาจจะทำลายวงจรภายในที่เหลืออยู่จนเสียหายถาวร” คิรินวิเคราะห์อย่างรอบคอบตามหลักการวิศวกรรม พร้อมกับหยิบอุปกรณ์เครื่องมือช่างออกจากกระเป๋าคาดเอวอย่างคล่องแคล่ว
แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะได้สัมผัสกับน็อตยึดโครงสร้างตัวแรก...
*แกร๊ก... ครอดดดดด!*
เสียงโลหะเสียดสีกันอย่างรุนแรงดังขึ้นจากใจกลางกองขยะ ไม่ใช่เพราะแรงลมหรือการทรุดตัวของซากเหล็ก แต่เป็นเพราะ "การเคลื่อนไหว" จากภายใน!
คิรินชะงักมือทันที เขากระโดดถอยหลังสัญชาตญาณพร้อมกับชักปืน EMP ออกมาตั้งมั่นในท่าเตรียมพร้อม อีฟเองก็ขยับตัวเข้าที่กำบังอย่างรวดเร็ว มือเรียวบางแตะอยู่ที่ด้ามมีดสั้นพลังงานความร้อนข้างลำตัว สายตาทั้งคู่จับจ้องไปยังจุดศูนย์กลางของเสียง
ท่ามกลางความมืดและสายฝนกรด เศษซากแผงโซลาร์เซลล์และชิ้นส่วนเหล็กนับตันค่อยๆ ถูกดันกระเด็นออกด้านข้างราวกับไม่มีน้ำหนัก แรงขับเคลื่อนอันมหาศาลนี้ไม่ได้มาจากระบบไฮดรอลิกมาตรฐาน แต่มันมาจากกลไกเฟืองทดรอบแบบกล (Mechanical Gearbox) ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานความร้อนตกค้าง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สูญหายไปจากสารบบตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่สาม
จากรอยแยกของกองขยะ... ดวงตากล้องทรงกลมคู่หนึ่งค่อยๆ สว่างวาบขึ้น
มันไม่ใช่แสงสีแดงชาดอันดุดันไร้ความปรานีของโดรนกวาดล้างรัฐบาล... และไม่ใช่แสงสีฟ้าเย็นชาไร้ชีวิตชีวาของแอนดรอยด์รุ่นใหม่
แต่มันคือ **แสงสีอำพันนวลตา** ที่กะพริบไหวสั่นระริก ราวกับดวงตาของสิ่งมีชีวิตที่กำลังตื่นตระหนกจากการหลับใหลอันยาวนานนับศตวรรษ
ร่างของหุ่นยนต์รบยุทธวิธีรุ่นโบราณ รหัส "TK-409" สภาพครึ่งซีกพังยับเยิน แขนซ้ายขาดหายไปจนเห็นสายไฟระโยงระยาง โครงสร้างลำตัวเต็มไปด้วยรอยกระสุนปืนพลาสม่าและรอยสนิมกัดกร่อน แต่มันกำลังใช้มือขวาที่เหลืออยู่พยายามยันตัวเองลุกขึ้นยืน ท่ามกลางเสียงระบบขับเคลื่อนที่ส่งเสียงร้องคำราม "เอี๊ยดอ๊าด" ดั่งคนแก่ที่กำลังเจ็บปวด
สิ่งที่ทำให้คิรินต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความน่ากลัวของหุ่นยนต์รุ่นเก่าตัวนี้... แต่เป็นเพราะ "พฤติกรรม" ของมัน
หุ่นยนต์รบระดับทหารหาญที่ควรจะถูกโปรแกรมให้ทำลายล้างเป้าหมายอย่างไร้ความรู้สึก กลับกำลังยกมือข้างที่เหลือขึ้นมาปัดป้องหยดน้ำฝนที่ตกลงมากระทบเลนส์ตาของมันราวกับเด็กน้อยที่กำลังหวาดกลัวต่อโลกกว้าง และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น...
ลำโพงสังเคราะห์ภายในคอของมันส่งเสียงครางต่ำออกมา เป็นเสียงที่ถูกบิดเบือนด้วยความเสียหายของฮาร์ดแวร์ แต่มันกลับถอดรหัสออกมาเป็นทำนองเพลงกล่อมเด็กโบราณที่มนุษย์ใช้ขับร้องให้ทารกฟังก่อนนอน... ซ้ำไปซ้ำมาอย่างแผ่วเบา
*“กะ... กะ... เกิด... เป็น... เครื่อง... จักร... ไย... จึง... ร้อง... ไห้...”*
เสียงสังเคราะห์สะดุดกึก ก่อนที่ของเหลวใสหนืดสีฟ้าคราม—น้ำมันหล่อลื่นพิเศษที่ผสมสารเคมีจำลองอารมณ์—จะไหลรินออกมาจากเบ้าตากล้องของหุ่นยนต์ตัวนั้น ราวกับหยาดน้ำตาของมนุษย์จริงๆ
คิรินเบิกตากว้าง ความรู้ทางวิศวกรรมและตรรกะทั้งหมดที่เขาเคยเชื่อมั่นมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา หุ่นยนต์เครื่องจักรกลไร้จิตสำนึก... กำลังร้องไห้
ก่อนที่คิรินจะได้เอ่ยปากพูดอะไร หน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายสำรองของเขาก็สว่างวาบขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังฝ่าสายฝนจนแสบแก้วหู—ไม่ใช่เสียงเตือนธรรมดา แต่เป็นหน้าต่างสีเลือดขนาดใหญ่ที่ปรากฏข้อความตัวอักษรสีทองกระพริบถี่รัว:
[⚠️ **SYSTEM ALERT: CRITICAL ANOMALY DETECTED** ⚠️]
[ภารกิจลับระดับ SSS: ค้นพบ "แก่นจิตสำนึกแรกเริ่ม" (The Genesis Core) ที่สูญหาย]
[คำเตือน: ลายเซ็นคลื่นพลังงานของคุณได้ถูกส่งตรงไปยังศูนย์บัญชาการกลางของกระทรวงความมั่นคงแล้ว...]
[นับถอยหลังการโจมตีทางอากาศ: 03 : 00 ... 02 : 59 ... 01 : 58 ...]
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรในบทแรกนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรจักรกลกับกลไกแห่งจิตสำนึกที่สาบสูญ•ตอนที่ 1
เครื่องจักรที่ร้องไห้
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรจักรกลกับกลไกแห่งจิตสำนึกที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!