"ถ้าสะใภ้รองอย่างเธอยังกล้าอ้าปากขอแยกบ้านออกไปตอนนี้อีกล่ะก็ อย่าหาว่าฉันคนนี้ใจร้าย ไสหัวพวกแกสองคนออกจากตระกูลหลู่ไปมือเปล่าซะให้เข็ด!"
เสียงตบโต๊ะไม้ดังปังจนชามกระเบื้องสั่นสะเทือน น้ำแกงผักกาดดองกระเด็นเปื้อนขอบโต๊ะอาหาร ใบหน้าของแม่สามีบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาขุ่นคลัฆจ้องมองมายังอวี้ซินราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
อวี้ซินมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางตะเกียบไม้ไผ่ลงบนชามอย่างใจเย็น ท่าทีสงบนิ่งราับผิวน้ำในบึงไร้ลมพัดผ่าน ตัดกับความวุ่นวายรอบกายได้อย่างน่าประหลาด ปลายนิ้วเรียวสวยปัดเศษฝุ่นที่มองไม่เห็นบนชายเสื้อโค้ตตัวเก่าสีเขียวขี้ม้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสูงวัยผู้เป็นใหญ่ในบ้านหลังนี้ด้วยแววตาที่เยือกเย็นและเฉียบคม
ในมิติลับของนางตอนนี้ เมล็ดพันธุ์โสมคนและเห็ดหลินจือเกรดพรีเมียมกำลังเจริญเติบโตอย่างงดงาม ทรัพย์สินที่นางซุกซ่อนและวางแผนไว้มีค่ามากกว่าสมบัติทั้งบ้านของตระกูลหลู่รวมกันเสียอีก เหตุไฉนเลยนางจะต้องทนก้มหัวให้คนเห็นแก่ตัวเหล่านี้สูบเลือดสูบเนื้อไปมากกว่านี้เล่า
"แม่พูดคำนี้ออกมาได้เต็มปากเลยนะคะ" อวี้ซินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานฟังชัดเจนทุกถ้อยคำ บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารพลันเงียบกริบลงทันที สมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านต่างพากันกลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียง
"ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านตระกูลหลู่มา เงินเดือนทหารทุกหยวนที่พี่จวินส่งกลับมาบ้านหลังนี้ ถูกแบ่งเข้ากระเป๋าของพี่ใหญ่และน้องสามไปเท่าไหร่แล้วคะ? ค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยของฉัน หรือแม้แต่ข้าวสารสักถังที่ฉันควรจะได้กินให้ท้องอิ่ม พวกท่านยังเฉือนปันส่วนจนเหลือแต่รำข้าว รอยร้าวในบ้านหลังนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นวันนี้หรอกค่ะ แต่มันร้าวรานมานานจนไม่มีอะไรจะประสานได้อีกแล้ว"
"นังตัวดี! กล้าดีอย่างไรมาเถียงแม่!" พี่สะใภ้ใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างกันตบเข่าฉาดใหญ่ ส่งเสียงแหลมสูงขึ้นมาทันทีเพื่อช่วยแม่สามี "แกมันก็แค่สะใภ้ที่แต่งเข้ามาทีหลัง คิดจะฮุบสมบัติของตระกูลหลู่หรือไง? ฝันไปเถอะ!"
อวี้ซินเหลือบสายตาไปมองพี่สะใภ้ใหญ่แวบหนึ่ง มุมปากยกยิ้มเยาะหยันขึ้นเล็กน้อย ช่างเป็นภาพสะท้อนของความโลภที่น่าสมเพชเสียจริง
"สมบัติอะไรหรือคะ? บ้านดินเก่าๆ ที่ฝนตกทีน้ำรั่วลงมาเหมือนน้ำตก หรือว่าหนี้สินที่พวกท่านไปกู้ยืมมาซื้อจักรเย็บผ้าให้บ้านใหญ่กันแน่?" อวี้ซินสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด รอยยิ้มเยือกเย็นฉาบอยู่บนใบหน้าสะสวย "ถ้าอยากให้อยู่ร่วมกันต่อ ฉันกับพี่จวินคงต้องกลายเป็นทาสรับใช้ให้พวกท่านสูบเลือดจนหมดตัวจริงๆ นั่นแหละค่ะ ถึงจะเรียกว่ากตัญญูในนิยามของพวกท่าน"
"แก...อีนางสารเลว!" แม่สามีหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความแค้นเคืองจนอกสั่นขวัญแขวน มือเหี่ยวย่นชี้หน้าลูกสะใภ้ด้วยความสั่นเทา "คิดเหรอว่าแกจะไปรอดถ้าไม่มีตระกูลหลู่หนุนหลัง? ถ้าวันนี้แกกล้าเดินออกไปจากประตูบ้านนี้ จำไว้เลยว่าแม้แต่ที่ดินสักตารางนิ้วเดียว แกก็ไม่มีสิทธิ์ได้เหยียบ!"
"ไม่ต้องห่วงเรื่องที่ดินหรอกค่ะแม่"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังแทรกขึ้นมาจากหน้าประตูบ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของหลู่จวินก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น รัศมีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มจนทุกคนในห้องต้องสะท้อนใจ ดวงตาคมกริบกวาดมองมารดาและพี่น้องด้วยแววตาเย็นชาไร้ความรู้สึก ก่อนที่เขาจะเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างภรรยาตัวน้อย ยกมือโอบไหล่บางเอาไว้หลวมๆ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของและปกป้องอย่างชัดเจน
"ผมเป็นคนเซ็นชื่อขอย้ายทะเบียนบ้านเองครับ" หลู่จวินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดราวกับประกาศิตจากสนามรบ "เงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงทั้งหมดของผมจากนี้ไป จะถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของภรรยาผมแต่เพียงผู้เดียว ส่วนบ้านหลังนี้... ในเมื่อแม่กับพี่ใหญ่รักนัก ก็เชิญอยู่กันตามสบายเถอะครับ พวกเราสองคนขอแยกตัวออกไปสร้างชีวิตใหม่เอง"
"ลูกจวิน! แก... แกกล้าเนรคุณแม่หรอกเรอะ!" แม่สามีร้องโวยวายด้วยความตกใจ ไม่คาดคิดว่าลูกชายคนรองที่เคยเชื่อฟังมาตลอด จะกล้าแข็งข้อถึงเพียงนี้เพื่อผู้หญิงคนเดียว
ทว่าท่ามกลางเสียงคัดค้านและเสียงโวยวายด่าทอที่ดังระงมไปทั่วบ้านตระกูลหลู่ หลู่จวินหาได้สนใจไม่ เขาก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของอวี้ซินด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากเมื่อครู่ราวกับคนละคน
"กลับห้องกันเถอะครับ... พี่ต้มน้ำขิงอุ่นๆ ไว้ให้คุณดื่มแล้ว"
อวี้ซินพยักหน้ารับรอยยิ้มอบอุ่นของสามี ความรู้สึกเหนื่อยล้าก่อนหน้านี้พลันมลายหายไปสิ้น นางสะบัดชายเสื้อเตรียมจะก้าวเดินตามสามีออกไปจากขุมนรกแห่งนี้ ทว่าทันใดนั้นเอง...
เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกบ้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนแหบพร่าของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความตกใจ
"แย่แล้ว! หลู่จวิน! อวี้ซิน! รีบออกมาดูเร็วเข้า! ที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้านของพวกเธอ... ตอนนี้กำลังถูกคนของทางการมาปักป้ายยึดเพื่อสร้างโรงงานเหล็กแล้ว!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนอวี้ซินมาโดยตลอดนะคะ
คุณภรรยาทหารยุค 70 กับมิติลับฉบับซุปตาร์ฟาร์มเมอร์•ตอนที่ 9
รอยร้าวของความอดทน
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาทหารยุค 70 กับมิติลับฉบับซุปตาร์ฟาร์มเมอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!