เสียงตบโต๊ะไม้ดังปังสะท้านเรือนครัว ดึงบรรยากาศยามสายให้ตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง น้ำลายกระเซ็นจากริมฝีปากที่บิดเบี้ยวของสะใภ้ใหญ่หรือจะสู้ความนิ่งงันดุจน้ำแข็งแกะสลักของอวี้ซิน
"นังสะใภ้รอง! แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าเอาข้าวขาวชั้นดีไปต้มทำข้าวต้มหมูตุ๋นกลิ่นโชยไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้! ทรัพย์สินในบ้านหลังนี้ พ่อแม่เป็นคนหามา แกไม่มีสิทธิ์เอามาผลาญเล่น!" เสียงแหลมสูงของแม่สามีดังแผดขึ้นจนไก่ในเล้าข้างบ้านถึงกับกระพือปีกตื่นตระหนก
อวี้ซินยังคงก้มหน้าใช้ช้อนไม้คนข้าวต้มในหม้อดินเผาอย่างใจเย็น ไอความร้อนสีขาวพวยพุ่งพร้อมกลิ่นหอมหวานของหมูตุ๋นและข้าวใหม่ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ปลุกกระเพาะอาหารที่ว่างเปล่าให้ส่งเสียงประท้วง นางไม่ได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย ปลายหางตาคมกริบกวาดมองร่างท้วมของแม่สามีที่ยืนเท้าสะเอวหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความสมเพชเวทนา
"แม่คะ..." อวี้ซินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายชะงัก "คำก็ผลาญ สองคำก็อกตัญญู... ท่านแน่ใจหรือคะว่าข้าวหม้อนี้มาจากหยาดเหงื่อของพ่อแม่ในกองเสบียง หรือมาจากส่วนแบ่งค่าตัวทหารที่หลู่จวินส่งกลับมาบ้านทุกเดือนกันแน่?"
คำพูดนี้เปรียบเสมือนเข็มเงินเล่มยาวที่พุ่งตรงเข้าจุดตาย แม่สามีหน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว "นัง... นังเด็กปากดี! แกกล้าเถียงฉันเรอะ!"
"ดิฉันไม่ได้เถียงค่ะ ดิฉันกำลังพูดความจริงด้วยหลักการแพทย์และตรรกะต่างหาก" อวี้ซินวางช้อนไม้ลง หันตัวกลับมาเผชิญหน้าเต็มตา ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมจนแม่สามีเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "สีหน้าของแม่ในตอนนี้ หน้าผากหมองคล้ำ ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ ลมปราณติดขัดเนื่องจากความโกรธสะสม หากยังตะโกนโวกเวกโวยวายด้วยความอิจฉาริษยาเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าเส้นเลือดในสมองของแม่อาจจะตีบตัน กลายเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต นอนติดเตียงให้ลูกสะใภ้อย่างดิฉันต้องมาเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้... ถึงตอนนั้น เกรงว่าข้าวขาวหม้อนี้คงกลายเป็นของอร่อยชิ้นสุดท้ายที่แม่จะได้ลิ้มลองนะคะ"
บรรยากาศในเรือนครัวเงียบสงัดลงทันที แม่สามีอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ใบหน้าที่เคยแดงก่ำเพราะความโกรธแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือกด้วยความหวาดกลัว นางเป็นคนงกและรักตัวกลัวตายยิ่งกว่าสิ่งใด พอได้ยินคำวินิจฉัยโรคที่เฉียบขาดราวกับหมอเทวดามาประทับร่าง มือที่เคยเท้าสะเอวก็พลอยสั่นเทาขึ้นมาจริงๆ
"แก... แกแช่งฉันรึ!" แม่สามีเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้นชิงชัง แต่ไม่กล้าขยับตัวเข้ามาใกล้
"ดิฉันเป็นแพทย์ค่ะ หน้าที่ของแพทย์คือการเตือนภัยก่อนที่โรคร้ายจะคร่าชีวิตคน หากแม่ไม่อยากเป็นอัมพาตปากเบี้ยว นอนน้ำลายย้อยบนเตียง ก็กรุณาถอนสายตาโลภ อะแฮ่ม อิจฉาออกจากหม้อข้าวของดิฉันเสีย แล้วกลับไปนั่งพักผ่อนสงบจิตสงบใจที่ห้องโถงเถอะค่ะ" อวี้ซินแย้มยิ้มละไม รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกไม้แรกแย้ม แต่กลับทำเอาแม่สามีรู้สึกหนาวเยือกไปถึงไขสันหลัง
ทว่า ก่อนที่แม่สามีจะทันได้หาคำพูดใดมาโต้แย้ง เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือนร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของหลู่จวินก้าวเข้ามา ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ในครัวแวบเดียวก็เข้าใจทะลุปรุโปร่ง
หลู่จวินขมวดคิ้วเล็กน้อย ร่างสูงเดินตรงเข้ามาโอบไหล่บางของภรรยาไว้โดยไม่ลังเล สายตาที่เขามองมารดาตนเองเย็นชาจนน่ากลัว "แม่ครับ มาทำอะไรที่นี่ เสียงโวยวายของแม่รบกวนเวลาพักผ่อนของซินซินหรือเปล่า?"
แม่สามีเห็นลูกชายสุดที่รักเข้าข้างสะใภ้จนออกนอกหน้า น้ำตาก็เตรียมจะร่วงเผาะด้วยความน้อยใจ "เจ้าลูกอกตัญญู! เมียแกมันตบหน้าแม่ แกไม่เห็นรึไงว่ามัน..."
"ผมเห็นแค่ว่าแม่กำลังหาเรื่องรังแกภรรยาผมเหมือนเช่นเคย" หลู่จวินตัดบทเสียงเรียบ เด็ดขาด และไร้เยื่อใย "เงินที่ผมส่งมาให้ทุกเดือน มากพอที่จะซื้อข้าวขาวกินได้ทั้งหมู่บ้าน ถ้าแม่ยังไม่เลิกนิสัยมาวุ่นวายกับเรือนพักของเรา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมจะตัดงบส่วนนั้นแล้วเก็บไว้ให้ซินซินซื้อยาบำรุงร่างกายแต่เพียงผู้เดียว"
คำประกาศกร้าวนี้ทำเอาแม่สามีหน้าซีดเผือกยิ่งกว่าเดิม นางรู้ดีว่าบุตรชายคนนี้พูดจริงทำจริง หากถูกตัดเงินสนับสนุน ชีวิตบั้นปลายของนางกับสามีคงตกต่ำลงถนัดตา นางจึงทำได้เพียงกัดฟันกรวด ส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาให้อวี้ซินแวบหนึ่ง ก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีออกไปจากเรือนครัวด้วยความคับแค้นใจ
อวี้ซินถอนหายใจเบาๆ เอียงคอมองสามีหนุ่มที่ยังคงทำหน้าบึ้งตึงด้วยความหึงหวงและเป็นห่วง นางอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปหยิกแก้มสากของเขาเบาๆ "คุณนี่นะ... พูดจาใจร้ายกับแม่ตัวเองแบบนั้น เดี๋ยวก็โดนชาวบ้านนินทาว่าเป็นลูกอกตัญญูหรอกค่ะ"
หลู่จวินคว้ามือเรียวนั้นมาจูบเบาๆ ที่หลังมือ แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความรักใคร่และทะนุถนอม "ใครกล้านินทาผม... ให้มันรู้ไป"
เขาก้มลงสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นจากหม้อข้าวต้ม ก่อนจะโน้มใบหน้ากระซิบชิดริมหูด้วยเสียงทุ้มพร่า "แต่กลิ่นข้าวต้มหมูตุ๋นของคุณนี่... หอมเย้ายวนใจยิ่งกว่าสิ่งใดเสียอีก หิวแล้วครับ... ป้อนสามีหน่อยสิคะ ภรรยา"
อวี้ซินหัวเราะคิกคักในลำคอ กำลังจะตักข้าวต้มใส่ชามให้สามี ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นรัวเร็ว พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของเพื่อนบ้านหญิงที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในลานบ้าน
"คุณหลู่! คุณหลู่แย่แล้วค่ะ! สามีคุณหลี่ที่ไปขุดดินบนภูเขาหลังหมู่บ้านถูกหินทับขา อาการสาหัส เลือดไหลไม่หยุด! ใครๆ ก็บอกว่าเขาคงไม่รอดแล้ว... เร็วเข้าเถอะค่ะ ไปดูเขาหน่อย!"
อวี้ซินชะงัก ช้อนไม้ในมือร่วงกระทบขอบหม้อเสียงดังเคร้ง ประกายแสงวาวโรจน์ฉายวาบขึ้นในดวงตากลมโต นางหันไปสบตากับหลู่จวินที่พยักหน้ารับอย่างรู้ใจทันที
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "อวี้ซินหมอยายุค 70" เสมอมานะคะ
คุณภรรยาทหารยุค 70 กับมิติลับฉบับซุปตาร์ฟาร์มเมอร์•ตอนที่ 3
สวนกลับแม่สามีสายด่า
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาทหารยุค 70 กับมิติลับฉบับซุปตาร์ฟาร์มเมอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!