กลิ่นควันไฟจางๆ จากเตาถ่านบ้านข้างเคียงลอยอบอวลเข้ามาทางช่องหน้าต่างไม้เก่าๆ ที่ปิดไม่สนิท ในขณะที่เสียงทุบประตูหน้าบ้านของตระกูลหลู่ยังคงดังปังๆ ราวกับคนพวกนั้นจะพังมันเข้ามาให้ได้ อวี้ซินไม่ได้แม้แต่จะชายตามองไปทางประตู ปลายนิ้วเรียวบางของนางยังคงบรรจงคีบชิ้นเนื้อวากิวสีแดงสดลายหินอ่อนสวยงามลงบนตะแกรงย่างไฟฟ้าพกพาจากมิติลับ เสียงเนื้อสัมผัสกับความร้อนดังซี๊ดเบาๆ พร้อมกับกลิ่นหอมหวนของเนยและเครื่องเทศที่ฟุ้งกระจายกลบกลิ่นอับของบ้านดินในยุคเจ็ดสิบเสียสนิท
ในโลกภายนอก... ชาวบ้านต่างกำลังซดน้ำแกงผักป่าเจือจางที่มีแต่วิญญาณหมูสามชั้นลอยอยู่ไม่กี่ชิ้นเพื่อประทังชีวิต ทว่าภายในห้องนอนแคบๆ ที่กั้นฉากไว้อย่างมิดชิดแห่งนี้ อวี้ซินกลับกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ขัดมัน เบื้องหน้าคือโต๊ะพับขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยอาหารระดับภัตตาคารหรูในศตวรรษที่ 21 ซุปกระดูกตุ๋นโสมเกาหลีส่งควันกรุ่น กุ้งแม่น้ำเผาตัวโตราดน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บจัดจ้าน และข้าวสวยหอมมะลิร้อนๆ ที่โรยงาขาวคั่ว
"อยากจะพังประตูเข้ามานักใช่ไหมคะ... เชิญตามสบายเลยค่ะแม่สามี" อวี้ซินพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมราวกับศัลยแพทย์ผู้กำลังเตรียมผ่าตัดเคสยาก นางใช้ตะเกียบคีบกุ้งเนื้อแน่นเข้าปาก เคี้ยวอย่างช้าๆ เพื่อซึมซับรสชาติความหวานสดชื่น ตัดกับเสียงโวยวายแหลมสูงของแม่สามีที่ดังแว่วเข้ามาจากนอกบ้าน
"อีสะใภ้ตัวดี! นังอวี้ซิน! แกหลบอยู่ในนั้นทำไม เปิดประตูเดี๋ยวนี้! อย่าคิดว่าทำเป็นหูทวนลมแล้วฉันจะไม่รู้ว่าแกแอบเก็บเนื้อหมูกับแป้งขาวไว้กินคนเดียว!" เสียงทุบประตูดังสนั่นตามมาด้วยเสียงผลักอย่างแรง จนบานประตูไม้สนสั่นสะเทือนฝุ่นผงร่วงกราว
อวี้ซินยกแก้วชาอู่หลงอุ่นๆ ขึ้นจิบ ล้างรสชาติจัดจ้านของน้ำจิ้มซีฟู้ด นางไม่รีบร้อนแม้แต่น้อย ความหิวโหยและความยากลำบากที่คนในยุคนี้ต้องเผชิญ เป็นเพียงฉากหลังอันน่าสมเพชสำหรับผู้ที่มี "มิติลับซุปตาร์ฟาร์มเมอร์" อยู่ในครอบครอง ในขณะที่คนพวกนั้นกำลังดิ้นรนหาเศษเสี้ยวแป้งหยาบเพื่อประทับท้อง นางกลับสามารถเนรมิตโต๊ะอาหารมูลค่าหลายหมื่นหยวนขึ้นมาทานคนเดียวได้อย่างเงียบเชียบและร่ำรวยเงียบๆ
ความขัดแย้งในจิตใจของสะใภ้ตระกูลหลู่หมดสิ้นไปตั้งแต่ตอนที่นางตระหนักว่า ความใจดีในยุคสมัยที่คนจ้องจะเอาเปรียบ คือความโง่เขลาเบาปัญญาที่สุด นางยอมรับว่าสามีหนุ่มอย่างหลู่จวินนั้นมีความจริงใจและคอยดูแลนางอยู่ไม่น้อย แต่ครอบครัวฝั่งสามีโดยเฉพาะแม่สามีและบรรดาพี่สะใภ้ตัวแสบ กลับมองว่าความเงียบของนางคือความอ่อนแอ
*ก๊อกๆ* เสียงเคาะเบาๆ ที่หน้าต่างด้านหลังบ้านดังขึ้น ทำให้อวี้ซินชะงักตะเกียบในมือเล็กน้อย
ดวงตาสวยหรี่ลงด้วยความระแวดระวัง นางเก็บตะแกรงย่างและจานอาหารบนโต๊ะเข้ามิติลับในพริบตา เหลือเพียงถ้วยซุปโสมร้อนๆ และชามข้าวเปล่าที่พร่องไปครึ่งหนึ่งวางไว้บนโต๊ะ เพื่อตบตาผู้มาเยือน นางก้าวเท้าเดินอย่างแผ่วเบาไปเปิดหน้าต่างแง้มออกเล็กน้อย
"ใครคะ?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"พี่เอง... ซินซิน" เสียงทุบประตูด้านหน้ายังคงดังกลบเกลื่อน แต่เสียงกระซิบที่ลอดผ่านหน้าต่างหลังบ้านเข้ามาทำให้หัวใจของอวี้ซินกระตุกวูบ
ร่างสูงใหญ่ของหลู่จวินยืนอยู่ท่ามกลางเงาสลัวของพลบค่ำ ใบหน้าคมคายมีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการฝึกทหารและงานหนักในไร่นา เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้า ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับจ้องมองมาที่นางด้วยความห่วงใยระคนกังวล มือหนายื่นห่อกระดาษหนังสือเก่าๆ เข้ามาทางช่องหน้าต่าง
"ฉันได้ยินเสียงแม่มาอาละวาดที่หน้าบ้านอีกแล้ว... เธอทานอะไรหรือยัง? นี่... ซาลาเปาไส้หมูแป้งขาวที่ฉันแอบเก็บไว้ส่วนของฉัน... เธอกินซะนะ" หลู่จวินพูดเสียงเบา กลัวว่าคนทางบ้านจะมาได้ยินเข้า
อวี้ซินมองห่อซาลาเปายังอุ่นๆ ในมือของสามีทหารผู้ซื่อตรง ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหล "ซ่าน" เข้ามาในอกอย่างห้ามไม่ได้ ผู้ชายคนนี้... ทั้งๆ ที่รู้ว่ามารดาตัวเองใจร้ายและชอบมาเอาเปรียบภรรยา แต่เขาก็พยายามปกป้องนางด้วยวิธีเงียบๆ เสมอมา
นางเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปรับห่อซาลาเปานั้น ปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนฝ่ามือหยาบกร้านของสามีโดยบังเอิญ หลู่จวินสะดุ้งเล็กน้อย ใบหน้าคมเข้มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายอย่างไม่สมกับเป็นนายทหารผู้เกรียงไกรในค่ายเลยแม้แต่น้อย
"ฉันกินข้าวแล้วค่ะ... แต่ขอบคุณนะคะ" อวี้ซินเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาที่มองเขามีความละมุนขึ้นหลายส่วน
"กินให้อิ่มนะ... เดี๋ยวฉันออกไปไล่แม่เอง..." หลู่จวินกำลังจะหันหลังกลับเพื่อไปจัดการปัญหาที่หน้าบ้าน ทว่าจู่ๆ อวี้ซินกลับเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตทหารของเขาไว้เสียก่อน
ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับท่ามกลางความมืด นางโน้มตัวเข้าไปใกล้ช่องหน้าต่าง กระซิบเสียงเบาจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินต้นคอของชายหนุ่ม
"ไม่ต้องรีบไล่หอกหักออกไปหรอค่ะ... สามีคะ เข้ามาข้างในก่อนสิคะ ฉันมีอะไรจะให้ดู... และรับรองว่าคุณจะต้องชอบมันมากกว่าซาลาเปาลูกนี้แน่นอนค่ะ"
หลู่จวินชะงักกึก หัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก เมื่อภรรยาผู้เยือกเย็นและมักจะเว้นระยะห่างกับเขาเสมอ กลับเอ่ยปากชวนเขา "เข้าห้อง" ยามวิกาลด้วยน้ำเสียงเย้ายวนใจเช่นนี้
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในเส้นทางฟาร์มเมอร์ยุค 70 ไปกับอวี้ซินนะคะ
คุณภรรยาทหารยุค 70 กับมิติลับฉบับซุปตาร์ฟาร์มเมอร์•ตอนที่ 19
มื้อค่ำที่โดดเดี่ยวแต่ร่ำรวย
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาทหารยุค 70 กับมิติลับฉบับซุปตาร์ฟาร์มเมอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!