"พี่จวิน... ท่านยืนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้แบบนั้น คิดจะให้ฉันตรวจชีพจรหรือจะให้ฉันรักษาโรคหัวใจให้ท่านกันแน่คะ?"
น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันยามวิกาล ภายในห้องนอนคับแคบของบ้านพักรับรองกองทัพ แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดดวงน้อยสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายของหลู่จวินให้ยิ่งดูเคร่งขรึมและลึกล้ำ ชายหนุ่มผู้ผ่านสมรภูมิรบมาโชกโชนและไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด บัดนี้กลับมีเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าคมสัน หัวใจใต้เครื่องแบบทหารเต้นกระหน่ำราวกับเสียงกลองศึก เมื่ออวี้ซิน—ภรรยาผู้มักจะถือตัวและรักษาระยะห่างเสมอ—ก้าวเข้ามาประชิดตัว พร้อมกับเอื้อมปลายนิ้วเรียวเนียนมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวบนของเขาออกอย่างถือวิสาสะ
"ซินเอ๋อร์..." หลู่จวินเปล่งเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสของภรรยาด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา เขายอมรับว่าทุกครั้งที่นางเข้าใกล้ หัวใจของเขาไม่เคยอยู่ในความควบคุมเลยสักครั้ง
อวี้ซินมิได้ตอบคำถาม แต่นัยน์ตากลมโตฉายแววขบขันระคนอ่อนโยน ปลายนิ้วเรียวที่แตะลงบนอกแกร่งไม่ได้มีเจตนาจะยั่วยวนในแบบสตรีหูเบา หากแต่เป็นข้ออ้างอันแยบยลในการดึงตัวเขาให้นั่งลงบนขอบเตียง เพื่อที่นางจะสามารถกระซิบข้อความสำคัญโดยปราศจากการสอดรู้สอดเห็นจากภายนอก
"เลิกทำหน้าเหมือนฉันจะกินเลือดกินเนื้อท่านได้แล้วค่ะ" นางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนกระทั่งกลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ ประจำตัวของนางลอยเข้าแตะจมูกเขา "ที่ฉันชวนท่าน 'เข้าห้อง' ยามวิกาล ก็เพราะมีเรื่องคอขาดบาดตายระดับพลิกแผ่นดินจะมาปรึกษาต่างหากล่ะคะ"
หลู่จวินชะงักกึก ความวาบหวามในอกเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวในสัญชาตญาณของนายทหารทันที ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อย "เรื่องคอขาดบาดตาย? หรือว่าทางบ้านใหญ่ส่งจดหมายมาสร้างปัญหาให้อีกแล้ว?"
"ถ้าเป็นแค่เรื่องไร้สาระของแม่สามีจอมเจ้าเล่ห์คนนั้น ฉันคงไม่รบกวนเวลาพักผ่อนอันมีค่าของท่านหรอกค่ะ" อวี้ซินแค่นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา แววตาทอประกายคมกริบราวกับคมเข็มผ่าตัดที่นางคุ้นเคย "แต่เรื่องที่ฉันได้ยินมาวันนี้ มันเกี่ยวกับอนาคตของพวกเรา... และอนาคตของประเทศชาติ"
มือเล็กเอื้อมไปหยิบซองกระดาษคราฟท์สีน้ำตาลเก่าๆ ที่ซ่อนไว้ใต้หมอนออกมายื่นให้เขา หลู่จวินรับมาด้วยความงุนงง แต่เมื่อดึงแผ่นกระดาษด้านในออกมาและกวาดสายตาอ่านข้อความด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคมกริบของนายหนุ่มก็เบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่วขณะ
นั่นคือบันทึกข้อความลับภายในจากกรมเศรษฐกิจส่วนกลาง ที่ถูกส่งผ่านเครือข่ายลับในมิติลับของอวี้ซิน เนื้อความระบุชัดเจนถึงทิศทางลมที่กำลังจะเปลี่ยนผ่าน นโยบายการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเปิดกว้างทางการค้า การยกเลิกการควบคุมสินค้าเกษตรบางประเภทอย่างเข้มงวด และที่สำคัญที่สุด... การอนุญาตให้ประชาชนสามารถเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวและค้าขายเสรีได้ในเร็ววันนี้!
"นี่มัน..." หลู่จวินเงยหน้าขึ้นมองภรรยาด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ มือหนากำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนยับยู่ยี่ "เอกสารฉบับนี้... ซินเอ๋อร์ เจ้าได้มันมาจากไหน? ข่าวกรองระดับนี้ แม้แต่ผู้บังคับบัญชาของฉันยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการเลยนะ!"
"ท่านไม่ต้องสนใจหว่าฉันได้มาจากสำนักไหนหรอกค่ะ รู้แค่ว่ามันคือความจริง และนี่คือ 'โอกาส' ทองคำฝังเพชรที่เราจะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด" อวี้ซินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยความมั่นใจ นางขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่าง ก่อนจะกอดอกมองสามีด้วยแววตาพราวระยับ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราต้องทนอยู่กับความยากลำบาก ถูกพวกคนเห็นแก่ตัวในหมู่บ้านเอารัดเอาเปรียบ และต้องแอบซ่อนเร้นเวลาเอาสินค้าในมิติลับออกมาขายในตลาดมืดอย่างหวาดระแวง แต่นับจากวันนี้เป็นต้นไป... ยุคสมัยกำลังจะเปลี่ยนแล้วค่ะท่านหลู่"
หลู่จวินมองภรรยาด้วยความรู้สึกทึ่งระคนเคารพรักอย่างล้นปรี่ สตรีตรงหน้าของเขาไม่เพียงแต่มีความรู้ทางการแพทย์ที่ล้ำเลิศจนสามารถช่วยชีวิตคนได้ แต่สมองของนางยังเฉียบคม มองการณ์ไกลกว่าบุรุษในกองทัพหลายเท่าตัวนัก
"ถ้าประกาศนี้มีผลบังคับใช้จริง..." หลู่จวินเริ่มคำนวณในใจ สมองอันชาญฉลาดของนายทหารย่อมมองเห็นภาพกว้างได้อย่างรวดเร็ว "นั่นหมายความว่า ฟาร์มเกษตรและสมุนไพรในมิติลับของเจ้า รวมถึงฝีมือการแปรรูปอาหารและรักษาโรคของเจ้า จะสามารถนำออกมาสู่แสงสว่างได้อย่างถูกกฎหมาย เราจะไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป และที่สำคัญ... เราจะสร้างฐานะจนกลายเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในมณฑลนี้ได้อย่างสง่าผ่าเผย"
"ถูกต้องค่ะ!" อวี้ซินแย้มยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มจนทำให้หลู่จวินแทบหยุดหายใจ "และก้าวแรกที่เราต้องทำก่อนที่ประกาศทางการจะประกาศออกมา ก็คือการเตรียม 'สินค้าล็อตใหญ่' และจัดการกับอุปสรรคชิ้นโตที่คอยขวางทางเราอยู่ในหมู่บ้านเสียก่อน"
คำว่า 'อุปสรรคชิ้นโต' ทำเอาหลู่จวินมุมปากกระตุกวูบ เขารู้ทันทีว่าภรรยาหมายถึงใคร แม่สามีจอมแสบผู้คอยมาป่วนเปี้ยนและพยายามสูบเลือดสูบเนื้อจากพวกเขาทุกครั้งที่มีโอกาส รวมถึงบรรดาญาติห่างๆ ที่จ้องจะฮุบที่ดินทำกินของพวกเขา
"เจ้าวางแผนจะทำอะไร?" หลู่จวินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แววตาฉายแววเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน "บอกสามีคนนี้มาได้เลย ไม่ว่าเจ้าอยากจะตบหน้าใคร หรืออยากจะกวาดล้านหยวนแรกด้วยวิธีไหน ฉันคนนี้จะคอยถือกระสอบเงินและกวาดล้างอุปสรรคให้เจ้าเองทุกอย่าง"
อวี้ซินหัวเราะคิกคักด้วยความพึงพอใจ นางชอบความเด็ดเดี่ยวและตามใจภรรยาอย่างไร้ขีดจำกัดของสามีคนนี้เสียจริง ทั้งคู่ประสานสายตากันด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เคมีอบอุ่นและเร่าร้อนระຫວ່າງคนทั้งสองแผ่ซ่านไปทั่วห้องนอนคับแคบ จนกระทั่งบรรยากาศเริ่มเปลี่ยนเป็นความหวานละมุนที่ชวนให้ใจสั่น
ทว่า... ในจังหวะที่หลู่จวินกำลังจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อมอบจุมพิตแห่งความยินดีให้แก่ภรรยา เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นขัดจังหวะจากด้านนอก ตามด้วยเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่ตะโกนโวกเวกโวยวายจนบ้านพักแทบสะเทือน
"หลู่จวิน! อวี้ซิน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกสองคนแอบซ่อนของดีอะไรไว้ข้างใน! คายออกมาเดี๋ยวนี้รึไม่เช่นนั้นฉันจะพาทุกคนในหมู่บ้านมาพังประตูพวกแกแน่!"
เสียงนั้นไม่ใช่ใครอื่นไกล... แม่สามีจอมร้ายกาจผู้ไม่เคยเลือกเวลาในการสร้างความปั่นป่วน นำพายุลูกใหญ่มาเยือนถึงหน้าประตูในยามวิกาลเสียแล้ว!
อวี้ซินหุบยิ้มทันที แววตาคู่สวยเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งแกะสลัก นางปรายตามองประตูห้องก่อนจะหันมาสบตากับสามี มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มพิฆาตที่ทำให้หลู่จวินถึงกับต้องกลืนน้ำลาย
"ดูท่าทาง... เหยื่อรายแรกที่จะมาฉลองข่าวดีเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจของเรา จะเดินมาส่งส่วยถึงที่แล้วล่ะค่ะท่านสามี"
- - - - - - - - - - - - - - - - -
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของหมออวี้ซินและท่านหลู่จวินมาจนถึงตอนนี้นะคะ
คุณภรรยาทหารยุค 70 กับมิติลับฉบับซุปตาร์ฟาร์มเมอร์•ตอนที่ 20
ความหวังครั้งใหม่
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาทหารยุค 70 กับมิติลับฉบับซุปตาร์ฟาร์มเมอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!