คุณภรรยาทหารยุค 70 กับมิติลับฉบับซุปตาร์ฟาร์มเมอร์•ตอนที่ 14

การข่มขู่จากคนโลภ

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
“ถ้าพวกแกกล้าก้าวเท้าเข้ามาในเขตสวนหลังบ้านฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะสาดน้ำยาฆ่าหญ้าเข้มข้นใส่หน้าให้ผิวหนังเน่าเปื่อยจนไม่มีใครกล้าชายตาแล!” เสียงตวาดกร้าวของอวี้ซินดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณรั้วไม้ไผ่ มือเรียวบางที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดช่วยชีวิตคนมานับไม่ถ้วน บัดนี้กำลังถือจอบเหล็กกล้าด้ามยาว ปักลงบนพื้นดินอย่างมั่นคง ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววเย็นเยียบและเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลงบนเนื้อร้ายอย่างไรอย่างนั้น บรรยากาศหน้าสวนผักตระกูลหลู่ในยามบ่ายแก่ๆ อบอวลไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจะระเบิด แม่สามีจอมเจ้าเล่ห์ยืนเท้าสะเอว ใบหน้าย่นยู่ด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเนื้อตัวสั่นเทา นางพยายามแผดเสียงแหลมสูงกลบเกลื่อนความประหม่าเมื่อเผชิญหน้ากับสะใภ้รองที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน “นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาไล่ฉันกับญาติๆ ฮึ? สวนนี่มันก็เป็นสมบัติของตระกูลหลู่ ผักกาดขาวหัวโตๆ มะเขือเทศสีแดงสดพวกนี้ แกเอาเมล็ดพันธุ์มาจากไหนไม่ทราบ ถึงได้เติบโตงอกงามในหน้าแล้งแบบนี้ได้! ของพวกนี้ควรเป็นของส่วนรวมในบ้าน ไม่ใช่ให้แกแอบเก็บไว้กินคนเดียวหรือเอาไปขายลับๆ!” คำพูดของแม่สามีเรียกเสียงฮือฮาจากกลุ่มญาติห่างๆ ที่พากันเดินตามมาสมทบ สายตานับสคู่จับจ้องไปยังแปลงผักเขียวขจีที่แผ่ขยายอยู่เบื้องหลังอวี้ซิน แปลงผักในยุค 70 ที่แห้งแล้งกันดารเช่นนี้ เหตุใดของอวี้ซินจึงดูสมบูรณ์ราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด? ใบไม้ไม่มีรอยแมลงกัดแทะ ขนาดใหญ่โตผิดธรรมชาติ และที่สำคัญ... กลิ่นหอมจางๆ ของผลผลิตที่ลอยแตะจมูก ยิ่งกระตุ้นความโลภในใจของคนพวกนี้ให้พุ่งสูงขึ้นจนควบคุมไม่อยู่ “สมบัติของตระกูลหลู่หรือคะ?” อวี้ซินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง นางกวาดสายตามองหน้าบรรดาญาติโยมที่ทำตัวเป็นแร้งลงสุมหัวกันอย่างสมเพช “ตอนที่ฉันกับหลู่จวินถูกขับไล่ให้มาอยู่กระท่อมปลายนาท้ายหมู่บ้านโดยไม่มีแม้แต่ข้าวสารกรอกหม้อ พวกท่านอยู่ที่ไหนกันคะ? ตอนที่ฉันต้องอดมื้อกินมื้อ ขุดรากไม้ประทังชีวิต พวกท่านเคยส่งข้าวมาสักเมล็ดไหม? ตอนนี้เห็นฉันลงแรงพลิกฟื้นผืนดิน หยาดเหงื่อแรงงานของฉันกำลังจะออกดอกออกผล กลับหน้าด้านมาอ้างสิทธิ์ความเป็นเครือญาติ หน้าหนาเช่นนี้ ต่อให้เอาหนังกำพร้าของพวกท่านมารวมกัน ก็คงหนาจนเอาเข็มฉีดยาแทงไม่เข้าแล้วกระมั้งคะ!” “ปากดีนักนะนังสะใภ้อกตัญญู!” ป้าสะใภ้ใหญ่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าด้านไม่แพ้กัน ก้าวเท้าพรวดพราดทำท่าจะพุ่งเข้ามาผลักอวี้ซิน “แกเป็นแค่สะใภ้เข้ามาทีหลัง มีสิทธิ์อะไรมาด่าทอผู้หลักผู้ใหญ่ วันนี้ฉันจะสั่งสอนแกแทนแม่สามีเอง ให้รู้สำนึกเสียบ้างว่าใครเป็นเจ้านายใครเป็นบ่าว!” อวี้ซินไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว นางรอจังหวะที่อีกฝ่ายพุ่งเข้ามาอย่างขาดสติ ก่อนจะตวัดด้ามจอบในมือกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น พร้อมกับก้าวเท้าหลบอย่างรวดเร็วและใช้ปลายด้ามจอบสกัดข้อเท้าของป้าสะใภ้ใหญ่เบาๆ แต่แม่นยำ *ตุบ!* ร่างท้วมของป้าสะใภ้ใหญ่ถลาล้มคะมำลงไปกองกับพื้นดินเปียกชื้น สภาพน่าอนาถจนส่งเสียงร้องโอดโอยลั่น “โอ๊ย! นังเด็กนี่มันทำร้ายคนแก่! ช่วยด้วย! ฆ่าคนตายแล้ว!” “อย่ามาสำออยให้มันมากนักค่ะ” อวี้ซินใช้ปลายจอบกดลงใกล้กับรองเท้าของอีกฝ่ายพอให้สะكتกลัว นางโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าสวยเฉียบโน้มเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ได้ยินกันแค่สองคน “จำไว้ว่าฉันไม่ใช่สะใภ้คนเดิมที่พวกท่านจะรังแกได้ตามใจชอบ อยากได้ผักในสวนฉันหรือ? ฝันไปเเถอะค่ะ ต่อให้เน่าคาต้นจนต้องไถกลบเป็นปุ๋ย ฉันก็จะไม่ยอมให้พวกปลิงดูดเลือดอย่างพวกท่านได้แตะต้องแม้แต่ใบเดียว!” แม่สามีเห็นพี่สะใภ้ล้มลงก็กรีดร้องโวยวายยิ่งกว่าเดิม นางหันไปชี้หน้าด่ากราดชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่รอบนอก “พวกท่านดูรอดูนังเด็กนี่ซิ! มันอกตัญญู ไม่เคารพผู้ใหญ่ แถมยังใช้กำลังทำร้ายคนในครอบครัวเดียวกัน วันนี้ถ้าพวกเราไม่จัดการมัน บ้านตระกูลหลู่คงต้องฉิบหายเพราะความจองหองของมันแน่!” ทว่า ไม่มีชาวบ้านคนไหนกล้าขยับตัวเข้ามาช่วยสักคน ทุกคนต่างรู้ดีว่าอวี้ซินในช่วงหลังมานี้ไม่ใช่คนที่จะมารังแกได้ง่ายๆ อีกทั้งหลู่จวิน สามีหนุ่มของนางที่เป็นนายทหารยศสูง แม้จะยังไม่กลับจากค่ายในวันนี้ แต่ชื่อเสียงความดุร้ายและเด็ดขาดของเขาก็ก้องไปทั่วทั้งตำบล ใครกล้าหาเรื่องภรรยาของนายทหารหลู่ ก็เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาได้เลย ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงเครื่องยนต์รถจี๊ปทหารสีเขียวเข้มคันคุ้นเคยก็แล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าทางเข้าสวน ฝุ่นตลบอบولไปทั่วบริเวณ ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออกอย่างแรง หลู่จวินก้าวลงมาจากรถในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศ ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมและเย็นชาจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพความวุ่นวายเบื้องหน้า ร่างสูงใหญ่เดินตรงดิ่งเข้ามาด้วยออร่ากดดันที่แผ่ซ่านจนทุกคนต้องถอยร่นโดยอัตโนมัติ อวี้ซินชะงักไปเล็กน้อย นางไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะกลับมาเร็วกว่ากำหนด หลู่จวินเดินผ่านหน้าแม่สามีและบรรดาญาติที่ตัวสั่นงันงกโดยไม่ชายตาแลแม้แต่นิดเดียว ขายาวก้าวตรงมาหยุดยืนเคียงข้างภรรยาตัวน้อย มือหนาเอื้อมไปแย่งด้ามจอบออกจากมืออวี้ซินอย่างนุ่มนวล ก่อนจะวางมันลงกับพื้น แล้วถือวิสาสะคว้าข้อมือเรียวบางขึ้นมาสำรวจรอยแดงจางๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยระคนโกรธเกรี้ยว “มือเจ็บไหม?” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามภรรยา แม้จะเบาแต่กลับทรงพลังจนทุกคนเงียบกริบ อวี้ซินส่ายหัวเบาๆ “ฉันไม่เป็นไรค่ะ แค่คนพวกนี้อยากเข้ามาเดินเล่นในสวนของเราโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้นเอง” หลู่จวินพยักหน้ารับช้าๆ จากนั้นเขาก็หันขวับไปมองหน้าแม่สามีและกลุ่มญาติที่ยืนตัวลีบ ดวงตาคมปลาบกวาดมองทีละคนด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาอย่างไม่ปิดบัง น้ำเสียงกังวานเอ่ยขึ้นด้วยความเยือกเย็นจนน่าขนลุก “ใครบอกว่าที่นี่เป็นสมบัติของตระกูลหลู่? ที่ดินแปลงนี้ ทางการออกโฉนดให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผมกับภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว หากใครยังบังอาจก้าวล่วงเข้ามารบกวนภรรยาของผมอีกแม้แต่ก้าวเดียว...” นายทหารหนุ่มเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “ผมจะใช้สิทธิ์ทางกฎหมายและอำนาจทางทหาร ส่งตัวพวกมันข้อหาบุกรุกและพยายามชิงทรัพย์เข้าคุกดัดสันดานให้เข็ดหลาบ... ไสหัวไปให้พ้นจากที่นี่เดี๋ยวนี้!” สิ้นคำประกาศิตของหลู่จวิน แม่สามีและบรรดาญาติก็หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงคัดค้าน ต่างพากันพยุงป้าสะใภ้ใหญ่ที่ยังลุกไม่ค่อยไหว วิ่งหนีหายลับไปจากบริเวณนั้นอย่างไม่คิดชีวิต ความเงียบสงบกลับคืนสู่สวนหลังบ้านอีกครั้ง อวี้ซินถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันไปสบตากับสามีที่ตอนนี้กำลังทำหน้าดุใส่ นางกำลังจะอ้าปากเอ่ยขอบคุณ แต่หลู่จวินกลับดึงตัวนางเข้าไปสวมกอดไว้แน่น ฝ่ามืออุ่นจัดลูบแผ่นหลังบางเบาๆ เพื่อปลอบประโลม “ต่อไปนี้ ถ้ามีใครกล้ามาหาเรื่องเธออีก ไม่ต้องเสียแรงจัดการเอง ให้รอผมจัดการเข้าใจไหม?” เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงเจือความดุแต่เต็มไปด้วยความรักใคร่สปอร์ตเปย์ อวี้ซินยิ้มบางๆ ซุกหน้าลงกับอกเสื้อทหารของเขา สูดกลิ่นอายความสะอาดและอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของสามี แต่ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะคลายความกังวล สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำปริศนาที่เคลื่อนไหวอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบตรงมุมสุดของสวน เงาร่างนั้นไม่ได้วิ่งหนีไปพร้อมกับพวกแม่สามี... แต่กำลังยืนจ้องมองตรงมาที่พวกนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและรอยยิ้มบิดเบี้ยว น่าขนลุกยิ่งนัก! โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนอวี้ซินมาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณภรรยาทหารยุค 70 กับมิติลับฉบับซุปตาร์ฟาร์มเมอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%