กลิ่นของกาแฟสกัดเย็นผสมโอโซนสังเคราะห์จากเครื่องรีไซเคิลในห้องควบคุมส่วนกลางไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอึมครึมระหว่างคนทั้งสองเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย
“คุณกำลังเล่นเกมที่เดิมพันด้วยชีวิตคนนับล้านบนสถานีนี้ อาชวิน”
เสียงของเซเรน่าดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดทับห้องทำงานทรงโดมกระจกใส ซึ่งมองเห็นความเวิ้งว้างสีดำสนิทของห้วงอวกาศนอกสถานีโคจรเนบิวลา-7 เธอไม่ได้หันมามองเขาด้วยซ้ำ นัยน์ตาสีเทาคู่คมยังคงจดจ้องอยู่กับหน้าจอโฮโลแกรมสามมิติที่แสดงกราฟิกโครงสร้างปฏิกรณ์ฟิวชั่น ซึ่งกำลังเต้นตุบๆ เป็นสีแดงฉานบ่งบอกถึงความผิดปกติในระดับวิกฤต
อาชวินยืนกอดอกพิงผนังโลหะเย็นเฉียบ ร่างสูงโปร่งในชุดวิศวกรสีเทาเข้มสะท้อนเงาจากแสงนีออนสลัว เขาเคาะนิ้วชี้ลงบนต้นแขนตัวเองเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ—ภาษาทางกายที่เซเรน่าเรียนรู้แล้วว่ามันคือสัญญาณเตือนภัย เมื่อความอดทนของวิศวกรหนุ่มผู้นี้กำลังจะหมดลง
“ถ้าผมไม่ ‘เล่นเกม’ อย่างที่คุณว่าป่านนี้พวกเราคงกลายเป็นฝุ่นผงลอยเคว้งคว้างอยู่ในแถบดาวเคราะห์น้อยไปนานแล้วครับ ผู้คุมกฎเซเรน่า” อาชวินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทแต่แฝงไว้ด้วยกระแสคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะปะทะ “ตรรกะของสภาความมั่นคงมีแต่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ความคุ้มค่า แต่คุณลืมมองไปว่า ตัวเลขแต่ละตัวที่คุณสั่งให้ตัดทอน มันคือลมหายใจของมนุษย์จริงๆ”
เซเรน่าหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้ารูปไข่เรียบเฉยไร้รอยยิ้ม ดวงตาคู่นั้นคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดเฉือนทุกข้อโต้แย้ง เธอก้าวเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าสังเคราะห์ที่เธอใช้ประจำปะทะเข้ากับกลิ่นโอโซนและน้ำมันเครื่องบนตัวเขา สร้างเคมีที่ประหลาดและอันตรายในพื้นที่สุญญากาศแห่งนี้
“ความอยู่รอดไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความเห็นอกเห็นใจ อาชวิน” เซเรน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและมั่นคง “ในจักรวาลที่ไร้ความปรานีแห่งนี้ ถ้าคุณมัวแต่พะวงถึงลมหายใจของทุกคน ผลลัพธ์สุดท้ายคือความตายของทุกสิ่ง การเสียสละส่วนน้อยเพื่อรักษาโครงสร้างหลักไว้ คือกฎเหล็กของความมั่นคง”
“นั่นมันคือข้ออ้างของคนที่ไม่เคยต้องยืนมองคนที่รักสลายหายไปต่อหน้าต่อตาต่างหาก!”
อาชวินสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีเข้มไหววูบด้วยประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ปมในอดีตจากโศกนาฏกรรมบนสถานีสำรวจเมื่อห้าปีก่อนกระชากย้อนคืนมาในความทรงจำ ภาพเปลวเพลิงสีฟ้าที่กลืนกินร่างของครอบครัวเขาใต้แรงระเบิดจากความประมาทเลินเล่อของระบบที่สภาสั่งปิดตายเพื่อลดงบประมาณ ยังคงฝังแน่นอยู่ในรอยหยักของสมอง
เซเรน่าชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นประกายความเจ็บปวดในดวงตาของเขา แต่เธอก็ยังคงไว้ซึ่งท่าทีเยือกเย็น “ฉันเสียใจกับอดีตของคุณ อาชวิน แต่กรุณาอย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมาปะปนกับความรับผิดชอบระดับมหภาค ปฏิกรณ์เครื่องนี้ต้องถูกลดกำลังการจ่ายไฟลงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ตามคำสั่งของสภา เพื่อสำรองพลังงานไว้ให้ระบบเกราะป้องกันภัยภายนอก นั่นคือคำสั่ง”
“และถ้าผมบอกว่าคำสั่งนั้นจะทำให้แกนปฏิกรณ์เกิดภาวะ ‘ความร้อนล้นเกิน’ (Thermal Overload) ภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงข้างหน้าล่ะครับ?” อาชวินก้าวเข้าไปประชิดเธออีกนิด โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน “คุณจะยังยืนกรานคำสั่งเดิมอยู่ไหม หรือว่าชีวิตของคนบนสถานีนี้มีค่าไม่พอที่จะทำให้สภาของคุณยอมเสียผืนพลังงานสำรองอันมีค่าแค่นั้น”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมต่ำๆ ของระบบระบายอากาศที่ทำงานอย่างหนักหน่วง ทั้งสองยืนสบตากันเนิ่นนาน ท่ามกลางความแตกต่างสุดขั้วระหว่างตรรกะอันเย็นชาของผู้รักษากฎ กับหัวใจที่แหลกสลายแต่เด็ดเดี่ยวของวิศวกรผู้สร้างสรรค์
เซเรน่าแหงนหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง ระยะห่างที่ใกล้จนเกินพอดีทำให้ทั้งคู่ต่างรับรู้ถึงลมหายใจของกันและกัน ภายใต้ความตึงเครียดทางการเมืองและอุดมการณ์ มีบางสิ่งที่ร้อนแรงและซับซ้อนกำลังก่อตัวขึ้นในความเงียบงันนั้น
“คุณดื้อรั้นเกินไป อาชวิน” เธอเอמהกระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมเพียงเล็กน้อย แต่แฝงนัยยะลึกซึ้ง “และความดื้อรั้นของคุณนี่แหละที่จะฆ่าคุณ... หรือไม่ก็ฆ่าเราทั้งหมด”
“บางครั้ง การแหกกฎก็เป็นวิธีเดียวที่จะพิสูจน์ว่าเรายัง ‘มีชีวิตอยู่’ ไม่ใช่เป็นแค่ฟันเฟืองตัวหนึ่งในเครื่องจักรกลจักรวาลนี้หรอกนะครับ” อาชวินตอบกลับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เจือความเย้ยหยันและเสน่ห์อันน่าค้นหาในคราเดียวกัน
ก่อนที่เซเรน่าจะทันได้ตอบโต้อะไร เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสถานี ไฟนีออนสีขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานสาดส่องลงบนใบหน้าของทั้งคู่ พร้อมๆ กับข้อความแจ้งเตือนด่วนที่เด้งขึ้นบนหน้าจอโฮโลแกรมตรงกลางห้อง
*‘ตรวจพบความผิดปกติในระบบระบายความร้อนสำรอง... แหล่งที่มา: ห้องควบคุมหลักชั้นใต้ดิน... และพบการเข้าถึงรหัสผ่านระดับสูงจากบุคคลภายนอก’*
เซเรน่าขมวดคิ้วมุ่นทันที เธียรหันกลับไปมองหน้าจอด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก “นั่นไม่ใช่ความผิดปกติจากระบบขัดข้อง... มีใครบางคนกำลังพยายามแฮกเข้าสู่แกนกลางของปฏิกรณ์โดยตรง”
อาชวินหรี่ตาลง สัญชาตญาณวิศวกรเตือนภัยสูงสุด เขาไม่ได้มองที่หน้าจอ แต่กลับกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องควบคุมที่ควรจะมีแค่เขากับเธอเท่านั้น
“ไม่ใช่แค่แฮกจากข้างนอกหรอกครับเซเรน่า...” อาชวินเอ่ยเสียงต่ำพร้อมกับคว้าแขนเรียวของเธอให้ถอยหลังไปหลบหลังแผงควบคุมหลัก เมื่อเงาร่างสีดำร่างหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบจากหลังม่านกระจกนิรภัยฝั่งตรงข้าม พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาหาพวกเขาในความมืดมิดของมุมห้อง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในความเวิ้งว้างนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — **เนบิวลาสตาร์**
วิศวกรดาวดับกับผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา•ตอนที่ 3
กำแพงกั้นกลางอวกาศ
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดาวดับกับผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!