“ถ้าคุณก้าวผ่านประตูบานนั้นไป รหัสพันธุกรรมของคุณจะถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลอาชญากรสงครามของสภาโดยอัตโนมัติ อาชวิน... และถึงตอนนั้น ต่อให้คุณมีมันสมองระดับอัจฉริยะแค่ไหน ก็ไม่มีทางเดินกลับออกมาในฐานะพลเมืองอิสระได้อีก”
เสียงของเซเรน่าลอดผ่านเครื่องสื่อสารภาคสนาม น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในย่านความถี่ต่ำที่ถูกกรองด้วยระบบตัดเสียงรบกวน แสงสีฟ้าอมม่วงจากหน้าจอโฮโลแกรมสาดกระทบใบด้านข้างของเธอ เผยให้เห็นรอยย่นบนขอบตาที่เกิดจากการไม่ได้นอนมาหลายร้อยชั่วโมง
อาชวินไม่ตอบทันที นิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือไนลอนเสริมแรงกำลังเคาะลงบนแผงควบคุมออนบอร์ดของยานสำรวจรุ่นเก่าอย่างเป็นจังหวะ เสียง ‘ติ๊ด... ติ๊ด...’ ของเครื่องวัดรังสีคอสมิกดังแข่งกับเสียงลมหายใจของพวกเขาเอง ในเขตควบคุมระดับศูนย์ (Sector Zero) แห่งนี้ กฎฟิสิกส์ดูเหมือนจะบิดเบี้ยว แรงโน้มถ่วงเทียมทำงานอย่างไร้เสถียรภาพจนเครื่องดื่มในแก้วลอยวนเป็นเกลียว
“คุณคิดว่าผมมาที่นี่เพื่อรักษาตำแหน่งพลเมืองผู้บริสุทธิ์งั้นหรือครับ เซเรน่า” อาชวินหันกลับมามองเธอ ดวงตาสีนิลคู่นั้นว่างเปล่า แต่มันกลับกักเก็บพายุลูกใหญ่ไว้ภายใน “เก้าปีที่แล้ว ครอบครัวของผมถูกลบหายไปจากทะเบียนราษฎร์ด้วยเหตุผลความมั่นคงแห่งรัฐ... ป้ายชื่อบนดาวอังคารบอกว่าพวกเขาตายเพราะอุบัติเหตุจากปฏิกิริยาฟิวชั่นขัดข้อง แต่คุณกับผมรู้ดีที่สุดว่า มันคือการฆาตกรรมเชิงระบบโดยคำสั่งของสภาที่คุณรับใช้”
เซเรน่าเม้มริมฝีปากแน่น เธอก้าวเข้ามาประชิดตัวเขา กลิ่นอายเฉพาะตัวของเธอยังคงผสมผสานระหว่างกลิ่นโอโซนจากเครื่องฟอกอากาศและกลิ่นหอมเย็นของดอกไม้สังเคราะห์ที่เธอใช้ประดับห้องทำงาน ปลายกระบอกปืนพลาสม่าขนาดกะทัดรัดที่เหน็บไว้ที่สะโพกขวาของเธอขยับตามจังหวะการหายใจ
“ฉันกำลังปกป้องคุณ อาชวิน” เธอกระซิบ เสียงของเธอเบาราวกับเสียงกระซิบของหุ่นยนต์แม่บ้าน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย “โซนต้องห้ามไม่ได้เก็บแค่ความลับของสภา... แต่มันเก็บ ‘ความจริง’ ที่สมองมนุษย์ธรรมดาไม่ควรรับไหว ถ้าคุณเปิดประตูห้องนิรภัยนั่น คุณอาจจะพบว่าสิ่งที่ครอบครัวของคุณพยายามปกป้องในวันนั้น มันไร้ค่าสิ้นดี”
“ต่อให้มันไร้ค่า หรือต่อให้มันจะแผดเผาผมให้กลายเป็นจุลในพริบตา...” อาชวินเอื้อมมือไปกุมข้อมือเรียวของเธอที่กำลังจะเอื้อมมาแตะปุ่มฉุกเฉิน แรงกดจากฝ่ามือของเขาอุ่นจัดตัดกับความเย็นเฉียบของชุดอวกาศ “ผมก็ต้องรู้ว่า ใครเป็นคนกดสวิตช์ฆ่าพวกเขาก่อนที่ยานลำนั้นจะระเบิด”
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่คับแคบภายในห้องนักบินชั่วคราว มีเพียงเสียงหึ่งของเครื่องปฏิกรณ์สำรองที่กำลังจะหมดอายุไข สายตาทั้งคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ในมิติแห่งสุญญากาศและความมืดมิดของห้วงอวกาศลึก ทั้งเขาและเธอต่างเป็นเพียงเศษซากดวงดาวสองดวงที่โคจรมาชนกันด้วยแรงโน้มถ่วงแห่งความแค้นและโหยหา
เซเรน่าหลบตาก่อนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เธอดึงข้อมือกลับช้าๆ ก่อนจะกดรหัสผ่านสิบสองหลักลงบนแป้นพิมพ์ของเธอเอง
“ตกลง... แต่อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
*ช Whirrrrrr—คลิก!*
ประตูโลหะหนาเตอะสลักลายตราสัญลักษณ์สภาความมั่นคงจักรวาลเลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินยาวเหยียดที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง ปลายอุโมงค์ถูกกลืนหายไปในความมืดมิดสนิท สิ่งแรกที่ลอยออกมาปะทะใบหน้าของพวกเขาคือกลิ่นอานิออนที่เก่าเก็บและกลิ่นอับของสนิมเหล็กอวกาศอายุกว่าศตวรรษ
พวกเขาเดินเคียงคู่กันเข้าไปข้างใน แสงจากไฟฉายแรงสูงที่ปลายปืนของเซเรน่ากวาดไปตามผนังโลหะที่เต็มไปด้วยคราบรอยขีดข่วนและรอยไหม้เกรียมจากพลังงานความร้อนสูง ร่องรอยเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่มันคือร่องรอยของการต่อสู้
“บันทึกภาคสนาม... วันที่ 4,012 ของเขตควบคุมพิเศษ” อาชวินพึมพำกับไมโครโฟนบันทึกเสียง ขณะที่สายตากวาดมองแผงวงจรที่ถูกรื้อถอนอย่างไร้ความปราณี “ระบบหล่อเย็นที่นี่ถูกถอดออกด้วยมือ ไม่ใช่การระเบิด... มีคนจงใจทำให้แกนพลังงานเกิดภาวะความร้อนล้น”
“และคนคนนั้นก็คือหัวหน้าวิศวกรคนก่อนหน้าคุณ” เซเรน่าเสริมขึ้นขณะที่เธอส่องไฟไปยังซากโครงกระดูกมนุษย์ในชุดนักบินอวกาศรุ่นโบราณ ที่นั่งพิงผนังอยู่มุมอับ ร่างกายนั้นแห้งกรังจนแทบไม่เหลือสภาพ แต่มือข้างที่สวมถุงมือเหล็กยังคงกำก้อนข้อมูล (Data Core) สีดำสนิทไว้แน่นราวกับต้องการปกป้องมันจนลมหายใจสุดท้าย
อาชวินก้าวเข้าไปใกล้ซากศพนั้น หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นจนได้ยินเสียงก้องในหู ใบหน้าของโครงกระดูกนั้นหันมาทางพวกเขา ดวงตากลวงโบ๋คู่นั้นคล้ายกำลังจ้องมองทะลุผ่านกระจกหมวกนิรภัยมายังตัวเขา
นิ้วของอาชวินค่อยๆ แกะมือที่แข็งทื่อของซากศพนั้นออกทีละนิ้ว ก้อนข้อมูลสีดำถูกส่งต่อมายังมือของเขา มันเย็นเฉียบ แต่ทันทีที่เสียบเข้ากับเครื่องมือแพทย์พกพา หน้าจอขนาดเล็กก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกับรหัสผ่านที่ปลดล็อกตัวเองโดยอัตโนมัติ ราวกับว่ามันรอคอยการมาเยือนของเขามาตลอดหลายทศวรรษ
ภาพโฮโลแกรมสามมิติถูกฉายขึ้นกลางอากาศ มันคือบันทึกภาพเหตุการณ์ในวันที่เกิดโศกนาฏกรรมเมื่อเก้าปีก่อน
ภาพบนจอแสดงให้เห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่ง—ใบหน้าของเขามีเค้าโครงที่คุ้นตาอย่างน่าประหลาด ชายผู้เป็นพ่อของอาชวินกำลังยืนอยู่หน้าแผงควบคุมหลัก เขากำลังพิมพ์คำสั่งบางอย่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของอาชวินสะดุดกึกก็คือ เสียงที่ดังแทรกเข้ามาในบันทึกนั้น
*“คุณอาชวิน... ถ้าคุณกำลังดูบันทึกนี้อยู่ แปลว่าผมคงไม่รอดแล้ว”* เสียงในบันทึกเอ่ยขึ้น แต่มันไม่ใช่เสียงของพ่อเขา... มันคือเสียงของชายอีกคน ผู้ซึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้บัญชาการสูงสุดของสภาในปัจจุบัน
เซเรน่าเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเสียงนั้น เธอถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว ปลายกระบอกปืนในมือสั่นระริก
“เป็นไปไม่ได้...” เธอกระซิบเสียงสั่น “เสียงนั่นคือ—”
ก่อนที่เซเรน่าจะพูดจบ ประตูเหล็กบานยักษ์ด้านหลังพวกเขาก็ปิดกระแทกลงอย่างแรง พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่สาดส่องไปทั่วอุโมงค์มืดมิด เสียงหัวเราะทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากลำโพงฉุกเฉินเหนือศีรษะ
*“ยินดีต้อนรับสู่กับดัก, ลูกชาย... อาชวิน”*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนอันสำคัญนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ โดยเนบิวลาสตาร์
วิศวกรดาวดับกับผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา•ตอนที่ 16
การสำรวจโซนต้องห้าม
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรดาวดับกับผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!