ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทจ่อตรงเข้าที่หน้าผากของรินทร์ ระยะห่างไม่ถึงคืบ กลิ่นดินปืนจางๆ และคราบเหงื่อกาฬที่ผุดพรายบนขมับของมือสังหารคือเครื่องยืนยันว่าความตายในคราวนี้ไม่ใช่แค่การขู่ขวัญ
รินทร์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สมองอัจฉริยะประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งฟ้าแลบในสถานการณ์ที่ความตายอยู่แค่เอื้อม เขารู้ดีว่าการก้าวพลาดแม้แต่นิ้วเดียวหมายถึงจุดจบ แต่ต่อหน้าปากกระบอกปืนมรณะนั้น ศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่กลับไม่ยอมให้เขายอมจำนน แววตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย แม้เม็ดเหงื่อจะไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าคมคาย
"มือไวดีนี่ เจ้าหนู... แต่น่าเสียดายที่ความฉลาดมักสั้นอายุ" เสียงแหบพร่าเอ่ยเยาะเย้ย พร้อมกับนิ้วชี้ที่เริ่มออกแรงกดไกปืนลงทีละน้อย
รินทร์หลับตาลงเสี้ยววินาที เตรียมรับมือกับความเจ็บปวดที่กำลังจะมาถึง แต่ทว่า... วินาทีที่เสียงกลไกเหล็กภายในปืนกำลังจะลั่นไก กลับมีเงาร่างหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้ามาดั่งพายุหมุน!
พลั่ก!
เสียงกระดูกกระทบเนื้อดังสนิท ท่อนแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กกระชากข้อมือของมือสังหารให้เบี่ยงเบนออกไปด้านข้างในเสี้ยววินาทีเฉียดตาย กระสุนปืนนัดนั้นพุ่งเจาะทะลุกระจกหน้าต่างแตกกระจายเสียงดังสนิท เศษแก้วคมกริบปลิวว่อนไปทั่วห้อง
รินทร์ลืมตาขึ้นด้วยความตกตะลึง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือแผ่นหลังกว้างของพันธกานต์ ชายหนุ่มผู้เคยเยือกเย็นและรักษาระยะห่างเสมอ บัดนี้ดวงตาคมกลาบกล้าคู่นั้นแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่ระเบิดออกอย่างไม่มีทีท่าว่าจะยับยั้ง
"แก..." มือสังหารอุทานด้วยความตกใจเมื่อถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว พันธกานต์ก็ซัดหมัดหนักหน่วงเข้าที่ปลายคางจนร่างนั้นเซถอยหลังไปหลายก้าว
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของรินทร์ที่ยืนพิงกำแพงอย่างหมดแรง หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก ความรู้สึกอุ่นวาบแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วอกเมื่อตระหนักว่า... คนที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาในวินาทีเป็นตาย คือผู้คุมจอมเผด็จการที่เขาเพิ่งจะต่อปากต่อคำด้วยเมื่อไม่กี่นาาทีก่อนหน้านี้
"พันธกานต์..." รินทร์ครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ร่างกายยังคงสั่นเทาเล็กน้อยจากความตื่นตระหนก
พันธกานต์ไม่ได้หันกลับมามองทันที เขายังคงจ้องเขม็งไปยังมือสังหารที่กำลังพยายามพยุงตัวลุกขึ้น แววตาของเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองพิเศษในตอนนี้ไร้ซึ่งความปรานี รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงราวกับติดลบ
"ถอยไป" พันธกานต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ทรงอำนาจ และเย็นยะเยือกจนน่ากลัว เป็นโทนเสียงที่รินทร์ไม่เคยได้ยินมาก่อน มันไม่ใช่การออกคำสั่งแบบนายกับบ่าว แต่มันคือการประกาศกร้าวของ "นักล่า" ที่พร้อมจะฉีกกระชากใครก็ตามที่บังaอาจแตะต้องของสำคัญของตน
มือสังหารกัดฟันกรอด ชักมีดพับเล่มยาวออกมาจากเข็มขัด หมายจะพุ่งเข้าใส่พันธกานต์ในระยะประชิด ทว่าพันธกานต์กลับเคลื่อนไหวเร็วกว่า เขาก้าวเท้าหลบอย่างงดงามราวกับสายลม ก่อนจะบิด1ข้อต่อของมือสังหารอย่างรุนแรงจนเสียงกระดูกลั่นดังกรอบ
"อ๊ากกก!" เสียงร้องโหยหวนดังลั่นห้อง ก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น หมดสภาพการต่อสู้ในเวลาไม่ถึงสามวินาที
เมื่อภัยคุกคามถูกจัดการลงอย่างเด็ดขาด พันธกานต์จึงค่อยๆ หันกลับมาหารินทร์
ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจร่างกายของรินทร์อย่างรวดเร็วตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีร่องรอยบาดแผลใดๆ หลงเหลืออยู่ ท่าทางที่ร้อนรนแต่วิตกกังวลอย่างปิดไม่มิดนั้น ขัดกับบุคลิกนิ่งขรึมโดยสิ้นเชิง
"นาย... เจ็บตรงไหนไหม" พันธกานต์เอ่ยถาม เสียงของเขายังคงมีความสั่นพร่าเล็กน้อยที่เจ้าตัวพยายามควบคุมไว้อย่างสุดความสามารถ
รินทร์ยืนนิ่งอึ้ง เขาไม่คิดว่าผู้ชายปากร้าย เย่อหยิ่ง และถือตัวคนนี้ จะแสดงด้านที่เปราะบางและร้อนรนเพื่อเขาขนาดนี้ ความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจตลอดหลายวันที่ผ่านมา บัดนี้มันเติบโตขึ้นจนยากจะต้านทาน รินทร์ยิ้มเยาะออกมาบางเบา กลบเกลื่อนความไหวหวั่นในอกด้วยฝีปากกล้าตามนิสัย
"ถ้าคุณมาช้ากว่านี้อีกเสี้ยววินาที คุณคงได้แค่เก็บศพผมไปทำความสะอาดห้องแทนแล้วล่ะครับ... ท่านผู้คุม" รินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลก แม้ใบหน้าจะซีดเผือด
พันธกานต์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ก่อนที่ความหงุดหงิดจะเข้ามาแทนที่เมื่อเห็นรินทร์ยังคงทำเป็นเล่นในสถานการณ์เฉียดตายเช่นนี้ ชายหนุ่มก้าวเข้าประชิดตัวรินทร์อย่างรวดเร็ว ใช้มือหนาคว้าจับต้นแขนทั้งสองข้างของอีกฝ่ายไว้แน่นราวกับจะย้ำเตือนว่าตัวตนของคนตรงหน้ายังคงปลอดภัยอยู่จริงๆ
"ปากดีให้มันตลอดเถอะรินทร์!" พันธกานต์กัดฟันกรอด ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินทร์ "รู้ตัวไหมว่าทำไมฉันถึงไม่อยากให้เธอทำอะไรบุ่มบ่ามแบบนี้? เพราะถ้าเธอเป็นอะไรไป... คนที่แทบจะบ้าตายก่อนไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือฉันนี่แหละ!"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนซึนเดระทำเอารินทร์ถึงกับพูดไม่ออก ลมหายใจของเขาสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนเขินอาย ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยบัดนี้ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด เคมีระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงจนแทบจะหลอมละลายความหนטาวเย็นรอบกาย
รินทร์อ้าปากจะเอ่ยแซวกลับเพื่อทำลายบรรยากาศที่ชวนหัวใจวายนี้ แต่ทว่า...
ปัง!
เสียงประตูกระจกด้านนอกแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเงาร่างของคนกลุ่มใหญ่ที่กรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ พันธกานต์หันขวับไปมองด้วยความตกใจ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเยือกเย็นของบุคคลที่ไม่คาดฝันก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความโกลาหล
"เกมพลิกแล้วล่ะครับ... คุณพันธกานต์ ไม่คิดเลยว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงจะยอมเปิดเผยตัวตนเพื่อปกป้องแฮกเกอร์หัวขบถคนเดียวขนาดนี้"
รินทร์เบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ก้าวเข้ามา... มันคือคนที่พวกเขาคิดว่าตายไปแล้วจากเหตุการณ์เมื่อวาน!
เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ•ตอนที่ 20
วินาทีเฉียดตาย
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!