เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังสะท้อนก้องตามทางเดินอับชื้น คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่า เวลาสำหรับการต่อล้อต่อเถียงอย่างไร้สาระได้หมดลงแล้ว
"หุบปากแล้วตามมา"
พันธกานต์เอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน มือหนาคว้าข้อมือของรินทร์ไว้แน่นแล้วออกแรงกระชากให้หลบเข้าไปในซอกมุมอับของเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก กลิ่นอายเฉพาะตัวของอีกฝ่าย ทั้งกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับความเย็นเยียบของเหล็กกล้าจากปืนพกประจำกาย ลอยปะปนกับลมหายใจที่กระชั้นชิดในพื้นที่แคบจนแทบแนบชิด
รินทร์นิหน้าด้วยความเจ็บแปล๊บที่ข้อมือ แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับยกยิ้มหยัน ทันทีที่แผ่นหลังชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบ เจ้าตัวก็สวนกลับทันควันโดยไม่เกรงกลัวสถานการณ์ตรงหน้าแม้แต่น้อย
"ปล่อยมือได้แล้วคุณผู้คุม... ผมไม่ได้พิการ และที่สำคัญ รอยนิ้วมือบนข้อมือผมนี่ มันฟ้องชัดเจนเลยนะว่าคุณไม่ได้มีสติพอจะคุมเกม"
"ถ้าไม่อยากให้กระสุนเจาะกะโหลกสวยๆ ของนาย ก็ช่วยหุบปากแล้วใช้สมองอันปราดเปรื่องนั่นคิดหาทางแก้รหัสผ่านประตูห้องเซิร์ฟเวอร์เบื้องหน้าซะ" พันธกานต์หันมาจ้องเขม็ง นัยน์ตาคมกริบฉายแววคุกรุ่นทั้งจากสถานการณ์คับขันและจากความรั้นของคนตัวเล็กกว่า ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ในตอนนี้ใกล้เสียจนรับรู้ได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมา
เบื้องหน้าของพวกเขาคือประตูกลอนแม่เหล็กหนาเตอะที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลลับขององค์กรศัตรู แสงไฟสีแดงกะพริบถี่ๆ ส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสาม บ่งบอกว่าพวกมันรู้ตัวแล้วว่ามีผู้บุกรุกเล็ดลอดเข้ามาในเขตหวงห้าม
รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายประกายท้าทายแม้เหงื่อกาฬจะเริ่มผุดพรายตามกรอบหน้า "สั่งให้คนอื่นทำงาน แต่วิธีพูดนี่น่าเอาส้นรองเท้าอัดปากจริงๆ นะครับ... ถอยไป ถ้ารหัสผ่านมันเจาะง่ายเหมือนใจคุณคิด ป่านนี้ผมคงนั่งจิบกาแฟสบายใจไปนานแล้ว"
แม้ปากจะต่อปากต่อคำไม่ยอมลดละ แต่มือเรียวภายใต้ถุงมือผ้าสีดำกลับขยับรัวแป้นพิมพ์พกพาอย่างรวดเร็วราวกับดีดพิณ หน้าจอสีฟ้าสะท้อนเงาใบหน้าตึงเครียดของแฮกเกอร์หนุ่ม ตัวเลขและชุดโค้ดรหัสวิ่งผ่านดวงตาคู่สวยด้วยความเร็วสูง สมองของรินทร์กำลังประมวลผลอัลกอริทึมซับซ้อนที่ถูกเข้ารหัสไว้ถึงเจ็ดชั้น
พันธกานต์ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง ปืนในมือถูกยกขึ้นเล็งไปตามมุมมืดของทางเดินยาว สายตาคมกวาดยาวไปรอบทิศทางเพื่อคุ้มกัน แต่วินาทีหนึ่ง หางตากลับเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่กำลังตั้งสมาธิอยู่เบื้องล่าง ความดื้อรั้น ฝีปากที่คอยแต่จะหาเรื่องกวนประสาท และความสามารถที่เกินตัวของรินทร์ ทำให้หัวใจที่ด้านชาของนายทหารหน่วยข่าวกรองผู้นี้เต้นผิดจังหวะอย่างห้ามไม่ได้
ให้ตายเถอะ... ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากันแบบนี้ ทำไมไอ้เด็กนี่ถึงยังดึงดูดสายตาเขาได้ขนาดนี้นะ
"อีกสามวินาที... ระบบจะรีเซ็ตตัวเอง ถ้าไม่อยากโดนช็อตด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูง ช่วยเอาตัวคุณออกไปให้พ้นทางผมทีครับ!" รินทร์ตวาดเบาๆ เมื่อเห็นแถบดาวน์โหลดบนหน้าจอสะดุดกVก
พันธกานต์ไม่รอช้า ใช้มือข้างหนึ่งคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วจนแผ่นหลังของรินทร์แนบติดกับแผงอกแกร่ง แรงกระชากกึ่งอุ้มนั้นทำให้รินทร์เผลออุทานออกมาด้วยความตกใจ ทว่าในจังหวะเดียวกัน นิ้วเรียวก็กดปุ่ม Enter ครั้งสุดท้ายด้วยแรงทั้งหมดที่มี
*คลิก!*
เสียงกลอนแม่เหล็กดีดตัวเปิดออกพร้อมกับไฟสีแดงที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวขจี ประตูนิรภัยเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องเซิร์ฟเวอร์เย็นเยียบที่เต็มไปด้วยแสงไฟกะพริบจากตู้เมนเฟรม
"เก่งไม่เบานี่" พันธกานต์กระซิบชิดใบหู รอรินทร์หันมาค้อนขวับใส่ด้วยความหมั่นไส้
"ถ้าชมว่าเก่ง ช่วยปล่อยมือออกจากเอวผมด้วยครับ มันไม่ได้ช่วยให้ผมแฮกข้อมูลได้เร็วขึ้นหรอกนะ" รินทร์เบี่ยงตัวหลบสัมผัสที่ร้อนผ่าวอย่างจงใจ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอกไม่ใช่เพราะความกลัวศัตรู แต่เป็นเพราะระยะห่างเมื่อครู่ต่างหาก
ทั้งสองก้าวเข้าสู่ห้องเซิร์ฟเวอร์ ปิดประตูลงกลอนจากด้านในอย่างแน่นหนา บรรยากาศภายในเงียบสงบ มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ดังหึ่งๆ รินทร์ตรงดิ่งไปที่คอมพิวเตอร์หลักเพื่อดาวน์โหลดฐานข้อมูลทั้งหมดตามแผนที่วางไว้
"เวลาเรามีจำกัดแค่สิบนาที ก่อนที่พวกมันจะใช้รหัสฉุกเฉินปิดระบบล็อกตายทั้งอาคาร" พันธกานต์ยืนพิงตู้เซิร์ฟเวอร์ พลางคอยสอดส่องหน้าจอวงจรปิดที่สะท้อนภาพภายนอก
รินทร์พยักหน้ารับ รัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อย่างไม่คิดชีวิต ข้อมูลมหาศาลกำลังไหลทะลักเข้าสู่แฟลชไดรฟ์เข้ารหัส ปมปริศนาที่ค้างคามานานหลายสัปดาห์กำลังจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า ความยุติธรรมที่ถูกบิดเบี้ยวโดยองค์กรเบื้องหลังกำลังจะปรากฏต่อสายตา
ทว่า ในขณะที่เปอร์เซ็นต์การดาวน์โหลดกำลังขยับขึ้นสู่เลขเก้าสิบห้า หน้าจอหลักกลับปรากฏข้อความเตือนสีแดงฉานขึ้นมาขัดจังหวะ
*Warning: Unauthorized Override Detected.*
*(คำเตือน: ตรวจพบการแทนที่ระบบโดยผู้มีอำนาจสูงสุด)*
รินทร์ชะงักกึก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบ
"เฮ้... พันธกานต์ มีบางอย่างผิดปกติ ระบบไม่ได้ถูกล็อกโดยยามข้างนอก... แต่มันกำลังถูกควบคุมจากข้างในนี้!"
พันธกานต์หันขวับมาทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความระแวดระวังขั้นสุด "หมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่า... มีคนอื่นอยู่ในห้องนี้กับเราตั้งแต่แรกแล้ว"
สิ้นคำพูดของรินทร์ ไฟนีออนบนเพดานห้องเซิร์ฟเวอร์ก็ดับวูบลงทั้งหมด เหลือเพียงแสงไฟสีแดงสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สาดกระทบใบชาเย็นชาของใครบางคน ที่ก้าวออกมาจากมุมมืดหลังตู้เซิร์ฟเวอร์แถวสุดท้าย
เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว
"เก่งมาก... ทั้งแฮกเกอร์ฝีมือดี และสายลับนอกคอกที่คิดจะหักหลังองค์กร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับลำแสงจากกระบอกปืนที่เล็งตรงมายังร่างของทั้งสองคน "ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่ฉันเตรียมไว้ให้... นานแล้วนะที่ไม่ได้เจอ นายพันธกานต์"
รินทร์หันไปมองหน้าพระเอกหนุ่มข้างกายทันที ท่าทีของพันธกานต์ในตอนนี้แข็งค้าง นัยน์ตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยว ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งจากชายหนุ่มผู้ไร้ความรู้สึกคนนี้
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางฝ่าฟันอันตรายไปกับตัวละครของเราในตอนนี้นะครับ
เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ•ตอนที่ 19
ในฐานของศัตรู
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!