"ถ้าคุณยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้กว่านี้อีกเซนติเมตรเดียว ผมจะถือว่าคุณฉวยโอกาสจากสถานการณ์คับขันนะครับ ท่านผู้พัน"
เสียงกระซิบที่ลอดผ่านไรฟันของรินทร์ไม่ได้ทำให้คนที่ยืนค้ำหัวอยู่ผละถอยหลังแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม พันธกานต์กลับโน้มตัวลงต่ำกว่าเดิม แผ่นอกกว้างแทบจะแนบชิดกับไหล่บางที่กำลังนั่งอยู่หน้าจอโฮโลแกรมสว่างวาบ แสงสีฟ้าจัดสะท้อนลงบนดวงตาคมกริบที่จ้องมองใบหน้าด้านข้างของแฮกเกอร์หนุ่มนิ่งสนิท
บรรยากาศภายในห้องนิรภัยใต้ดินของเซฟเฮาส์ตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านสายเคเบิล หลังคำทักทายเย้ยหยันจากผู้มาเยือนปริศนาในตอนที่แล้วผ่านพ้นไป ความจริงอันโหดร้ายก็ปรากฏชัดตรงหน้า—พวกเขาถูกต้อนจนมุม และทางเดียวที่จะรอดพ้นจากเงื้อมมือขององค์กรเบื้องบนได้ คือการพุ่งชนเข้าไปในคอมพิวเตอร์แม่ข่ายของศัตรู
"ผมไม่ได้ฉวยโอกาส รินทร์" พันธกานต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงความดุดันและจริงจังในแบบฉบับของนายทหารผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อใคร "ผมแค่กำลังประเมินความเสี่ยง... และดูว่าสติปัญญาของคุณตอนนี้ มันยังหลงเหลือพอที่จะถอดรหัสไฟร์ออลระดับทหารได้ไหม หรือมัวแต่คิดหาทางหนทีไล่จะเถียงผม"
"ปากคอเราeรauหราะร้ายกาจเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนนะครับ" รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตตวัดกลับมามองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าห่วงผมนัก ทำไมไม่ลงมือทำเองล่ะครับ มือถือปืนอยู่ไม่ใช่หรือไง หรือยิงเซิร์ฟเวอร์พังๆ นั่นให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย"
"ถ้าการใช้กำลังมันแก้ปัญหาความโง่เขลาของระบบได้ ผมคงทำไปนานแล้ว" พันธกานต์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่คมไหววูบชั่วขณะเมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของรินทร์เริ่มขยับรัวบนแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสูง เสียงแป้นพิมพ์กระทบกันรัวๆ ดังระรัวราวกับเสียงฝนตกกระทบหลังคากระจก "แต่หลักฐานที่เราต้องการ มันฝังอยู่ใต้การเข้ารหัสแบบซ้อนสามชั้น... ถ้าพลาดแม้แต่นิตินาทีเดียว ข้อมูลทั้งหมดจะถูกลบเกลี้ยง และพวกเราสองคนจะกลายเป็นกบฏที่ไร้แผ่นดินกลบหน้า"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของเครื่องคอมพิวเตอร์และเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ใกล้ต้นคอ รินทร์กัดริมฝีปากล่างเบาๆ สมาธิทั้งหมดถูกดึงเข้าสู่โลกดิจิทัลตรงหน้า เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามขมับ เส้นผมสีดำสนิทลู่ลงแนบกรอบหน้า
ในสถานการณ์ปกติ การเจาะระบบของหน่วยข่าวกรองกลางไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ตอนนี้ พวกเขามีเวลาจำกัดเหลือเกิน
"เจอช่องโหว่แล้ว..." รินทร์พึมพำ ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "ระบบป้องกันของพวกมันออกแบบโดยคนที่ยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ... เหมือนใครบางคนแถวนี้ไม่มีผิด"
คำเหน็บแนมนั้นทำให้มุมปากของพันธกานต์กระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาที่ปรากฏบนใบหน้าคมคายนั้นแทบไม่มีใครเคยได้เห็น ยกเว้นก็แต่คนๆ นี้ที่ชอบลองดีกับเขาอยู่เรื่อย
"ถ้าหมายถึงผม ก็ถือว่าเป็นคำชมนะครับ" พันธกานต์ขยับเข้าไปชิดอีกนิด จนแผ่นหลังของรินทร์ชนเข้ากับอกของเขาเต็มรัก ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าทำให้ลมหายใจของแฮกเกอร์หนุ่มสะดุดไปเสี้ยววินาที "แต่ตอนนี้... เลิกแซวผมแล้วเอาสมาธิไปไว้ที่หน้าจอซะ ถ้าไม่อยากให้ผมลงโทษคุณด้วยวิธีอื่น"
"คุณนี่มัน..." รินทร์หน้าแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะสัมผัสแนบชิดที่เกินความจำเป็นกันแน่ "ถอยไปห่างๆ หน่อยครับ ผมหายใจไม่ออก!"
"หายใจไม่ออกหรือตื่นเต้นกันแน่ครับ ที่อยู่ใกล้ผมแบบนี้"
น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบอยู่ข้างใบหู ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง รินทร์อยากจะหันไปฟาดสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ แต่หน้าจอบนโฮโลแกรมกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เสียงสัญญาณเตือนภัยดัง "ปี๊ด!" แหลมสูง กราฟข้อมูลพุ่งกระฉูดขึ้นสู่จุดวิกฤต
"แย่แล้ว!" รินทร์หน้าถอดสี นิ้วมือรัวแป้นพิมพ์พันกันยุ่งเหยิง "มันรู้ตัวแล้ว! พวกมันกำลังส่งไวรัสย้อนกลับมาทำลายฐานข้อมูลของเรา!"
พันธกานต์เปลี่ยนท่าทีจากความผ่อนคลายกลายเป็นจริงจังในพริบตา สัญชาตญาณนักฆ่าและผู้พิทักษ์ตื่นตัวเต็มที่ มือหนาเอื้อมไปทับมือของรินทร์บนแป้นพิมพ์ ความเย็นจากแหวนโลหะที่นิ้วของพันธกานต์สัมผัสกับหลังมือของรินทร์
"ตั้งสติ! มองที่บรรทัดที่สามนั่น!" พันธกานต์ออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ "ตัดการเชื่อมต่อพอร์ตที่สี่เดี๋ยวนี้ ไม่งั้นข้อมูลที่เราหามาได้ทั้งหมดจะสูญเปล่า!"
รินทร์สูดหายใจเข้าลึกระงับความตื่นตระหนก สมองอันปราดเปรื่องทำงานด้วยความเร็วสูง เขาแยกแยะสัญญาณรบกวนออกก่อนจะกดปุ่ม Enter ครั้งสุดท้ายด้วยแรงทั้งหมดที่มี
กริ๊ก... พรึบ!
หน้าจอสีแดงฉานดับวูบลงทันที ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวใสพร้อมข้อความขนาดใหญ่กลางจอ: **[ACCESS GRANTED - ดึงข้อมูลสำเร็จ 100%]**
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกัน รินทร์ทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้ด้วยความอ่อนระлуแรง ไหล่บางไหวสะท้อนตามจังหวะการหายใจ
พันธกานต์มองผลงานบนหน้าจอด้วยแววตาพึงพอใจ ก่อนจะก้มลงมองคนในอ้อมแขนที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมขยับ เขายื่นมือออกไปปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากเนียนด้วยความทะนุถนอมอย่างไม่รู้ตัว—สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับภาพลักษณ์จอมเผด็จการโดยสิ้นเชิง
"เก่งมากครับ... เด็กดื้อ" เสียงทุ้มเอ่ยชมแผ่วเบa ชิดริมฝีปากลงบนกลุ่มผมของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ
รินทร์ชะงัก หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนที่กำลังแฮกเข้าระบบเสียอีก ใบ้าร้อนผ่าวจนต้องเบือนหน้าหนี แต่ยังไม่ทันที่รินทร์จะได้เอ่ยปากต่อล้อต่อเถียงอะไร ประตูเหล็กกล้าหนาหนักของห้องนิรภัยที่ควรจะถูกล็อกด้วยรหัสผ่านความปลอดภัยสูงสุด ก็ส่งเสียงดัง "คลิก" กังวานขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
กึก... แอ๊ดดด—!
บานประตูค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในความมืด พร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก
"ขอโทษทีนะครับที่ขัดจังหวะช่วงเวลาหวานชื่น... แต่ดูท่าทาง พวกคุณคงไม่มีเวลามานั่งสวีทกันอีกต่อไปแล้วล่ะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ•ตอนที่ 18
พันธมิตรจำเป็น
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!