"วางปืนลงซะ... ก่อนที่สมองแกจะได้กระจายติดผนังห้องแทนที่วอลเปเปอร์ราคาแพงนี่"
เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันของพันธกานต์ดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะใช้มือเปล่าตัดขาดได้ ร่างสูงของนายพันหนุ่มถูกชายชุดดำสามคนล็อกแขนไพล่หลังจนกล้ามเนื้อสันหลังเกร็งนูน แต่กระนั้น นัยน์ตาคมกริบกลับไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขากลับจ้องมองไปยังมือปืนที่กำลังจ่อปลายกระบอกปืนมาที่หว่างคิ้วของรินทร์ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฉีกกระชากอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ
รินทร์สะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มชั่วขณะ แต่ด้วยสัญชาตญาณของแฮกเกอร์ผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ร่างบางไม่ยอมทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น เขาดีดตัวถอยหลังไปครึ่งก้าว สายตาคมปลาบกวาดมองประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว—ไอ้พวกนี้ไม่ใช่หน่วยจู่โจมปกติ แต่เป็นทีมเก็บกวาดระดับมืออาชีพที่หลุดรอดเข้ามาถึงชั้นเซฟเฮาส์ได้ แสดงว่าระบบความปลอดภัยถูกเจาะจากวงใน!
"ปากดีนักนะไอ้ผู้คุมหัวดื้อ แกเอาตัวเองไม่รอด ยังมีหน้ามาห่วงไอ้หนูแฮกเกอร์นี่อีกเหรอ" มือปืนหัวหน้าแก๊งแค่นยิ้มเยาะ ปลายกระบอกปืนเลื่อนต่ำลงมาเล็งที่หน้าอกของรินทร์แทน "ถอยหลังไปซะไอ้หนู แกหมดประโยชน์แล้ว ส่งทรัพยากรข้อมูลในแฟลชไดรฟ์มาให้หมด ไม่อย่างนั้นศพแรกที่จะได้นอนอืดแถวนี้คือไอ้ผู้ชายปากดีที่ทำเป็นเก่งคนนั้น"
รินทร์เม้มปากแน่น ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาตีรวนกับความกลัว เขาไม่ได้กลัวตาย แต่เขาเกลียด... เกลียดที่สุดคือการตกเป็นเบี้ยล่างและเห็นคนอื่นต้องมาเจ็บตัวเพราะความซวยของตัวเอง โดยเฉพาะไอ้ผู้ชายเผด็จการที่ตอนนี้กำลังทำหน้าดุส่งสัญญาณห้ามปรามเขาด้วยสายตา
*ดุบ้าอะไรเล่า ตัวเองโดนล็อกอยู่แท้ๆ!* รินทร์คิดในใจอย่างหัวเสีย
"อยากได้ข้อมูลนักใช่ไหม?" รินทร์เชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย มือเรียวแสร้งทำเป็นล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต "เอาสิ เข้ามาเอาเอง... ถ้าคิดว่านิ้วมือสั่นๆ ของแกจะเร็วกว่าระบบทำลายตัวเองที่ฉันตั้งโปรแกรมไว้รอรับต้อนรับพวกแกน่ะนะ"
"หยุดนะรินทร์! อย่าเล่นไม่เข้าท่า!" พันธกานต์คำรามลั่น ใบหน้าคมคายฉายแววกราดเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขารู้ดีว่ารินทร์บ้าบิ่นแค่ไหน และไอ้ท่าทางลอยหน้าลอยตานั่นกำลังล่อเสือล่อตะเข็บชัดๆ "แกถอยไปซะไอ้เวร! ถ้าแกแตะต้องเขาสนามบินลับทางทิศเหนือจะถูกระเบิดราบเป็นหน้ากลอง และพวกแกทุกคนจะไม่ได้แม้แต่แผ่นหนังกลับไป!"
มือปืนชะงักไปนิด ชำเลืองมองลูกน้องด้านหลังด้วยความลังเล ข้อมูลที่พวกมันต้องการคือรหัสผ่านเข้าถึงโครงข่ายดาวเทียม หากรินทร์ตายหรือทำลายข้อมูลทิ้ง งานนี้มีหวังหัวขาดจากบ่าแน่นอน
"อย่าไปฟังมันพูด หลอกเด็กน่า!" หัวหน้ามือปืนกัดฟันกรอด นิ้วชี้เริ่มออกแรงกดไกปืน "จัดการมันก่อน แล้วค่อยเอาศพไปแสกนนิ้ว!"
*ปัง!*
เสียงเก็บเสียงดังทึบ ทว่าไม่ใช่เสียงจากปืนของมือปืนชุดดำ!
กระสุนนัดหนึ่งเจาะทะลุกระจกหน้าต่างด้านข้างที่แตกละเอียด เข้าฝังที่หัวไหล่ของมือปืนคนกลางจนล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นทันที ความชุลมุนบังเกิดในเสี้ยววินาที พันธกานต์ไม่รอช้า อาศัยจังหวะที่คนร้ายสะดุ้งตกใจ ใช้ศอกกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของคนที่ล็อกแขนซ้ายอย่างแรง ก่อนจะหมุนตัวเตะตัดขาอีกคนจนล้มคว่ำระเนระนาด แล้วพุ่งเข้าประชิดตัวหัวหน้ามือปืนที่เหลืออยู่ บิดข้อมือจนปืนหลุดร่วงและซัดหมัดหนักๆ เข้าที่กรามจนอีกฝ่ายสลบเหมือดไปในหมัดเดียว
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนรินทร์แทบตั้งตัวไม่ทัน ร่างบางยืนค้างกลางอากาศ มือยังคงอยู่ในกระเป๋าเสื้อ มองภาพตรงหน้าด้วยความอึ้งแกแกมทึ่ง
ความเงียบสงบชั่วขณะเข้าปกคลุมห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยเศษกระจกและร่องรอยการต่อสู้ พันธกานต์หอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย เสื้อผ้าที่เคยเนี้ยบยับยู่ยี่เล็กน้อย แต่นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นไม่ได้มองไปที่ศัตรูที่หมดสภาพเลยสักนิด เขากลับกวาดสายตาดุๆ มองรินทร์หัวจรดเท้าด้วยความร้อนรน
"นายสมองเสื่อมไปแล้วหรือไง ถึงได้เอาชีวิตไปแขวนไว้บนเส้นด้ายแบบนั้น!" เสียงทุ้มดุดันตวาดลั่นทันทีที่ตั้งหลักได้ ความเป็นห่วงที่ถูกกลบด้วยความโมโหพวยพุ่งออกมาจนบรรยากาศร้อนระอุ
รินทร์ที่เพิ่งรอดตายจากการถูกจ่อหัว ชักสีหน้าใส่ทันที ความโล่งใจมลายหายไปในพริบตาเมื่อโดนเทศน์ใส่หน้าแบบนี้
"แล้วใครใช้ให้คุณทำตัวเป็นฮีโร่กระโจนเข้ามาขวางล่ะครับ! ถอยไปให้พ้น ฉันช่วยตัวเองได้น่า!" รินทร์สวนกลับทันควัน เสียงหวานกระแทกกระทั้นด้วยความหมั่นไส้ "ถ้าคุณไม่เข้ามาเกะกะ ป่านนี้ฉันกดรีโมทจัดการพวกมันไปนานแล้ว!"
"จัดการบ้าอะไรเล่า! นายคิดว่าพวกมันจะยอมให้ingนายกดปุ่มทันก่อนที่ลูกปืนจะเจาะกะโหลกหรือไง ห่ะรินทร์!" พันธกานต์ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวรินทร์ด้วยความเร็ว ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งจนรินทร์ต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องอย่างไร้ทางหนี "นายมันดื้อด้าน ไม่รักตัวกลัวตาย หงุดหงิดชะมัด... รู้ตัวบ้างไหมว่าเมื่อกี้ฉันเกือบหัวใจวายตายเพราะความอวดดีของนาย!"
ประโยคสุดท้ายลดระดับความดังลงเหลือเพียงเสียงคำรามในลำคอ แต่กลับทรงพลังและสั่นเครือเล็กน้อยจนรินทร์ชะงักไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นร่องรอยความหวาดกลัวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในนัยน์ตาของคนตรงหน้า
ไม่ใช่ความโกรธธรรมดา... แต่มันคือความกลัวที่จะสูญเสีย
รินทร์เม้มปากแน่น ความแข็งกระด้างที่ก่อตัวขึ้นเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา มือเรียวที่เคยตั้งท่าจะเถียงต่อค่อยๆ ทิ้งตัวลงแนบลำตัว บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความดุเดือดเผ็ดร้อนกลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด
"ฉัน... ฉันไม่ได้อยากให้คุณเป็นห่วงสักหน่อย" รินทร์พึมพำเบาๆ เสียงอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว หลบสายตาคมคายที่จ้องมองมาอย่างลึกซึ้ง "ก็แค่อยากปกป้องตัวเอง... แล้วก็ไม่อยากให้ใครมาตายเพราะฉันด้วย"
พันธกานต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไหล่กว้างลู่ลงเล็กน้อย ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนแทบไม่มีช่องว่าง หน้าผากของเขาเกือบจะชนกับหน้าผากของรินทร์อยู่รำคาญใจ
"ฉันไม่ใช่คนอื่นที่จะปล่อยให้นายตายต่อหน้าต่อตาหรอกนะรินทร์" พันธกานต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นอย่างหาได้ยาก นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความเขินอายและอารมณ์ที่โถมทับ "จำใส่สมองไว้... หน้าที่ของฉันคือการคุ้มครองนาย และฉันไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากนายไปจากฉันเด็ดขาด แม้กระทั่งตัวของนายเองก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายตัวเอง เข้าใจไหม?"
หัวใจของรินทร์เต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนโดนปืนจ่อหัวเสียอีก ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ร่างบางรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง เคมีบ้าๆ บอๆ ระหว่างเขากับผู้คุมจอมเผด็จการคนนี้กำลังล้ำเส้นคำว่า "ผู้คุมกับนักโทษ" ไปไกลโขแล้ว
"คุณนี่มัน... พูดจาเอาแต่ใจตัวเองชะมัด" รินทร์พึมพำเสียงเบาหวิว พยายามเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจดวงน้อย แต่ปลายนิ้วแข็งแรงของพันธกานต์กลับเอื้อมมาเชยคางมนให้เงยขึ้นสบตา
"ใช่... ฉันมันเอาแต่ใจ และนายก็ปฏิเสธความจริงข้อนี้ไม่ได้เหมือนกัน" พันธกานต์กระซิบชิดริมฝีปาก สายตาคมกริบมองทอดลงมาด้วยความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด "ทีนี้... เลิกทำตัวดื้อแล้วบอกฉันได้หรือยัง ว่าใครเป็นคนปล่อยให้พวกมันเข้ามาถึงตัวเราได้"
รินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กำลังจะอ้าปากตอบคำถามเพื่อดึงสติกลับมา แต่ทว่า...
*กริ๊ก!*
เสียงโลหะกระทบกันดังแผ่วมาจากด้านหลังประตูห้องทำงานที่ควรจะปิดตาย ร่างทั้งสองร่างชะงักกึกในทันที พันธกานต์ดึงรินทร์เข้าสู่อ้อมแขนแกร่งในเสี้ยววินาที พร้อมกับชักปืนพกสำรองขึ้นเล็งไปที่ประตูด้วยสัญชาตญาณดิบ
ประตูห้องค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับเงาร่างของบุคคลที่สามก้าวพ้นความมืดเข้ามา... บุคคลที่ทำให้ทั้งคู่ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด!
"สวัสดีครับ ท่านผู้พัน... และหนูรินทร์คนเก่ง ดูท่าทางพวกเราจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทกันสินะครับเนี่ย"
รี้ดเดอร์ผู้ร่วมชะตากรรมทุกท่านครับ... มหายุทธ์ไร้เทียมทานขอขอบพระคุณจากใจจริงที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ร่วมกันนะครับ!
เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ•ตอนที่ 17
ปะทะคมปากกลางพายุ
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!