เสียงโลหะกระทบกันดังแกร็ก พร้อมกับร่างของชายในชุดสูทสีเข้มที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบตรงมุมปาก ทำเอาบรรยากาศในห้องเซฟเฮาส์ที่อึดอัดอยู่แล้ว ยิ่งดิ่งลงเหวไปอีกขั้น
“ไงครับผู้กอง… ดูท่าทางพวกคุณกำลังปรึกษาหารือกันอย่างออกรสออกชาติเลยนะ”
รินทร์หรี่ตามองผู้มาใหม่ทันที สมองปราดเปรียวของแฮกเกอร์หนุ่มประมวลผลความเสี่ยงในเสี้ยววินาที ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนของพันธกานต์อย่างแน่นอน และที่สำคัญ… หมอนี่มีรหัสผ่านเข้าออกประตูนิรภัยระดับสูงสุดได้อย่างไร หากไม่ใช่เพราะระบบถูกเจาะจากภายนอก ก็แปลว่ามี ‘หนอน’ ซ่อนอยู่ข้างในโครงสร้างของหน่วยข่าวกรอง
ในขณะที่รินทร์กำลังประเมินสถานการณ์ พันธกานต์กลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายฉาบไว้ด้วยความเย็นชา มือแกร่งที่เมื่อครู่เกือบจะเอื้อมไปหยิบปืน เปลี่ยนมาไขว้หลังไว้ด้วยท่าทีสุขุมราวกับเสือซุ่มที่กำลังรอเวลาขย้ำเหยื่อ
“นายมาช้ากว่ากำหนดสามนาทีนะ, สารวัตรทัต” พันธกานต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าแฝงรังสีคุกคามที่ทำให้คนที่ได้ยินต้องสันหลังวาบ
ทัตหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบกวาดตามองสภาพห้องที่ข้าวของกระจัดกระจายเล็กน้อย ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่รินทร์ แฮกเกอร์หนุ่มที่ยืนกอดอกเชิดหน้าสู้สายตาอย่างไร้ความเกรงกลัว
“พอดีรถติดนิดหน่อยครับผู้กอง… แต่ดูเหมือนผมจะมาทันดูฉากเด็ดพอดีนี่นา ใครจะไปคิดว่าหน่วยสืบราชการลับระดับประเทศ จะต้องมาขอความช่วยเหลือจากเด็กกะโปโลที่เพิ่งแหกคุกไซเบอร์มาหมาดๆ” ทัตจงใจเน้นเสียงเยาะเย้ย พร้อมกับสาวเท้าเข้ามาใกล้รินทร์มากขึ้น
รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่อแรงกดดันรอบตัว ฝีปากกล้าที่เคยใช้ต่อกรกับพันธกานต์ถูกงัดออกมาใช้ทันที
“เด็กกะโปโลคนนี้แหละครับที่จะทำให้คนเก่งอย่างพวกคุณกลายเป็นคนตาบอดใบ้ในโลกดิจิทัล… ว่าแต่คุณเถอะครับ มีสิทธิ์อะไรมาเดินเข้าออกเซฟเฮาส์ลับเป็นบ้านหลังที่สอง หรือว่ากุญแจห้องนี้มันแจกเรี่ยราดตามท้องถนนเหมือนใบปลิวหาเสียงกันแน่”
ทัตชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้ากระตุกวูบเมื่อเจอฝีปากคมกริบสวนกลับทันควัน ดวงตาคมกริบฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด แต่ก่อนที่ทัตจะได้ทันพูดอะไรโต้ตอบ พันธกานต์ก็ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างรินทร์กับทัตไว้พอดี ร่างสูงใหญ่บังรินทร์ไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ แม้สีหน้าของเขาจะยังคงเรียบเฉย แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นกดต่ำจนน่ากลัว
“ถอยไปทัต… เรื่องงานระหว่างฉันกับเขา นายไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่มย่าม”
“แต่ท่านอธิบดีต้องการตัวข้อมูลนั้นด่วนที่สุดนะครับผู้กอง!” ทัตขึ้นเสียงเล็กน้อย พยายามรักษาความเยือกเย็น “ถ้าไอ้เด็กนี่มันไม่มีประโยชน์ หรือคิดตุกติก เราก็แค่กำจัดมันซะแล้วหาคนใหม่…”
“พูดคำว่ากำจัดอีกคำเดียว… นายจะได้เดินออกจากที่นี่โดยไม่มีหัวอยู่บนบ่า, ทัต” พันธกานต์หันขวับไปมองสหายร่วมงานด้วยแววตาดุดันราวกับสัตว์ป่าที่พร้อมฉีกกระชากศัตรู บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มทั้งสองคนคุกรุ่นไปด้วยประกายไฟที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ
รินทร์ยืนมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังตนเองไว้ ความรู้สึกบางอย่างวูบไหวขึ้นในอกอย่างประหลาด ผู้ชายคนนี้ปากร้าย เอาแต่ใจ และเผด็จการที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา แต่ในยามคับขัน… เขากลับเลือกที่จะปกป้องตนเองจากบุคคลอันตรายภายนอกเสียอย่างนั้น
นี่เขากำลังใจเต้นให้กับความเผด็จการไร้เหตุผลนี่งั้นหรือ? รินทร์รีบสะบัดความคิดไร้สาระออกจากหัวทันที พร้อมกับแสร้งทำเป็นกระแอมไอเบาๆ เพื่อทำลายความตึงเครียด
“พอๆ เลิกทำตัวเป็นเด็กผู้ชายแย่งของเล่นกันได้แล้วครับ” รินทร์ก้าวออกมาจากด้านหลังของพันธกานต์ ดวงตาคมกวาดมองทั้งสองคนสลับกัน “ถ้าพวกคุณยังเถียงกันเรื่องไร้สาระนี้ต่อไป ข้อมูลที่พวกคุณอยากได้นักหนาก็คงจะถูกเข้ารหัสระดับทหารและสลายหายไปจากเซิร์ฟเวอร์ในอีกสิบนาทีข้างหน้า… เชิญเลือกเอาครับว่าจะเถียงกันต่อ หรือจะยอมให้ผมจัดการ”
คำพูดของรินทร์ราวกับค้อนทุบลงกลางวงสนทนา ทัตหันมามองแฮกเกอร์หนุ่มด้วยสายตาประเมินค่าอีกครั้ง ก่อนจะยอมถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วผายมือเชิงอนุญาต
“เชิญครับ… พ่ออัจฉริยะไซเบอร์ มาดูกันซิว่าฝีปากกับฝีมือของคุณ อันไหนมันจะแน่กว่ากัน”
รินทร์ไม่สนใจคำถากถางนั้น เขาเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานที่วางคอมพิวเตอร์พกพาเครื่องเก่งอยู่ นิ้วเรียวยาวจรดลงบนแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงคลิกดังรัวราวกับเสียงฝนตกกระทบหลังคากระจก บรรยากาศในห้องเงียบสงบลงทันที มีเพียงเสียงรัวแป้นพิมพ์และเสียงลมหายใจของคนทั้งสาม
ดวงตาของรินทร์จดจ้องหน้าจอสีฟ้าที่เต็มไปด้วยโค้ดคำสั่งซับซ้อนวิ่งผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว สมองทำงานหนักเพื่อแกะรอยระบบป้องกันที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือระดับท็อปของวงการ และยิ่งเขาเจาะลึกลงไปมากเท่าไหร่ คิ้วเรียวก็ยิ่งขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นเท่านั้น
มันไม่ใช่ระบบป้องกันธรรมดา… แต่มันคือ ‘กับดัก’
“ไง… พอจะไหวไหมครับคุณแฮกเกอร์” เสียงทุ้มต่ำกระซิบดังขึ้นข้างใบหู รินทร์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้ตัวว่าพันธกานต์โน้มตัวลงมาใกล้เสียจนปลายจมูกเกือบจะชนกับเส้นผมของเขา ความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาในระยะประชิด จนหัวใจของรินทร์กระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
“ถอยไปห่างๆ หน่อยครับผู้กอง… หายใจรดต้นคอแบบนี้ ผมเสียสมาธิ” รินทร์เอ่ยเสียงแข็ง พยายามเบี่ยงตัวหนี แต่พื้นที่จำกัดทำให้เขาแทบจะติดอยู่กับอ้อมแขนของอีกฝ่ายกลายๆ
พันธกานต์ไม่ได้ถอยหนี กลับยิ่งโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกจนรินทร์ต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูราวกับจงใจแกล้ง
“ถ้างานนี้สำเร็จ… ฉันจะยอมตามใจนายทุกอย่างเลย เป็นไง? ข้อเสนอพอน่าสนใจไหมครับคนเก่ง”
รินทร์หันขวับไปหมายจะต่อปากต่อคำ แต่ทว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่กลับใกล้กันเกินไปจนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งในความเงียบ ทัตที่ยืนมองอยู่มุมห้องถึงกับต้องกระแอมไอเสียงดังเพื่อเตือนสติ
“อะแฮ่ม… เกรงใจคนโสดแถวนี้กันบ้างนะครับผู้กอง”
รินทร์รีบผลักอกพันธกานต์ให้ออกห่างทันที ใบเนียนขาวขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด แม้จะพยายามตีสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดก็ตาม ส่วนพันธกานต์เพียงแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกริบมองท่าทีเขินอายนั้นด้วยความเอ็นดูที่ซ่อนไว้ไม่มิด
“ระบบนี้ถูกเขียนขึ้นโดยคนคนเดียวกันกับคนที่เจาะระบบเซฟเฮาส์เมื่อคืน…” รินทร์รีบเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนความประหม่า นิ้วชี้ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้แสดงภาพแผนผังโครงข่ายข้อมูลที่ซับซ้อน “และจุดอ่อนของมันก็คือ… ถ้าเราจะเจาะเข้าไปเอาข้อมูลกลับมาโดยไม่ให้มันทำลายตัวเอง เราต้องใช้รหัสผ่านชั่วคราวจากอุปกรณ์ส่วนตัวของผู้มีอำนาจระดับสูง”
พันธกานต์หรี่ตาลงทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น “หมายความว่า… เราต้องบุกเข้าไปเอาคีย์การ์ดจากตัวของคนคนนั้นโดยตรงอย่างนั้นสินะ”
“ถูกต้องครับ…” รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาพันธกานต์ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของแฮกเกอร์หนุ่ม “และภาระกิจนี้… คงต้องรบกวนความสามารถพิเศษของผู้กองซะแล้วล่ะครับ”
พันธกานต์มองรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ ทึ่ง และคลั่งรักจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปกระซิบชิดริมหูของรินทร์ด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่
“เพื่อนายแล้ว… ต่อให้ต้องลุยไฟ ผมก็ยอมครับ”
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานอมเปรี้ยวและชวนใจเต้นนั้นเอง…
*ปัง!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากชั้นล่างดังขึ้นสะเทือนไปทั่วทั้งตึก พร้อมกับไฟในห้องเซฟเฮาส์ที่ดับวูบลงทันที เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่กะพริบวับแวมสาดส่องใบหน้าของทั้งสามคนให้ดูน่ากลัวขึ้นเป็นกอง เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นหวีดหวิวไปทั่วตึก
และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว ประตูนิรภัยเหล็กกล้าที่ควรจะหนาแน่นที่สุด กลับถูกระเบิดพังกระเด็นเข้ามาด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับกลุ่มควันหนาทึบและเงาร่างของกองกำลังไม่ทราบฝ่ายนับสิบชีวิตที่พากันกรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ!
*มหายุทธ์ไร้เทียมทาน ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนนี้นะครับ*
เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ•ตอนที่ 6
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ลง
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!