เสียงเหล็กกระทบกันดังแกร็กท่ามกลางความเงียบงันในห้องสี่เหลี่ยมทึบแสง พันธกานต์ไม่ได้ลั่นไกอย่างที่รินทร์จินตนาการไว้ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย นิ้วแกร่งของนายตำรวจหน่วยข่าวกรองพิเศษเพียงแค่ปลดล็อกเซฟตี้ปืนพก ก่อนจะตวัดกระบอกปืนไปทางหน้าต่างบานแคบที่ปิดตายด้วยเหล็กดัดอย่างรวดเร็ว
"เงียบ" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความดุดัน มืออีกข้างกระชากแขนเรียวของรินทร์ให้พ้นจากรัศมีของแนวหน้าต่างทันที แรงดึงนั้นกึ่งบังคับกึ่งปกป้อง จนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างของอีกฝ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
รินทร์นิหน้าด้วยความเจ็บ แต่สัญชาตญาณความเป็นแฮกเกอร์ทำให้เขาไม่ยอมหลับหูหลับตาตื่นกลัว ดวงตากลมโตตวัดมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันทำให้รู้ว่าระยะห่างระหว่างพวกเขามันอันตรายเกินไปแล้วในสถานการณ์แบบนี้
"คุณบ้าหรือไง! ชักปืนขู่ผมทำไม แค่เสียงลมพัดเหล็กมันสั่นต่างหากล่ะ" รินทร์กระซิบเสียงลอดไรฟัน ฝ่ามือพยายามดันอกแกร่งออก แต่พันธกานต์กลับนิ่งราวกับรูปปั้นเหล็กกล้า สายตาคมก్రిบยังคงจดจ้องออกไปนอกกระจกเงาดำสนิท
"ลมอะไรจะทำให้น็อตเกลียวปล่อยหลุดออกจากวงกบได้พร้อมกันสามตัว" พันธกานต์กระซิบตอบเสียงพร่า ใบหน้าคมสันก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน "นายเคยชินกับการซ่อนตัวหลังจอคอมพิวเตอร์จนลืมไปแล้วสินะรินทร์ ว่าโลกภายนอกเขาล่าคนแบบนายด้วยกระสุนจริง ไม่ใช่คีย์บอร์ด"
คำพูดเย้ยหยันนั้นบาดหูนัก แต่สิ่งที่ทำให้รินทร์ชะงักไม่ใช่ความดูถูกเหยียดหยาม หากแต่เป็นความจริงจังที่สะท้อนอยู่ในแววตาคู่นั้น พันธกานต์ไม่ได้หวาดกลัว... แต่เขากำลังกังวล
รินทร์กะพริบตาปริบๆ สมองที่มักจะประมวลผลโค้ดโปรแกรมอย่างรวดเร็วเริ่มหันมาวิเคราะห์พฤติกรรมของคนตรงหน้าแทน ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในเซฟเฮาส์หลังนี้ พันธกานต์แสดงออกถึงความเผด็จการ ความเป๊ะ และความไร้มนุษยธรรมมาโดยตลอด แต่ทุกครั้งที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบเครือข่ายภายนอกดังขึ้น หรือทุกครั้งที่รินทร์เอ่ยถึง "ไฟล์ข้อมูลชุดนั้น" สันจมูกโด่งเป็นสันของชายหนุ่มมักจะกระตุกเล็กน้อย และกรามแกร่งจะขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน
เขากำลังกลัว... ไม่ใช่กลัวตาย แต่กลัวว่าความลับบางอย่างจะหลุดรอดออกไป
"คุณกังวลเรื่องคดีที่ผมเจาะข้อมูลเข้าไปสินะ" รินทร์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ เสียงของเขาเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่กลับชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาทของคนฟัง ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้นเพื่อค้นหาคำตอบ "ไฟล์ของหน่วยงานความมั่นคงระดับสูงที่ผมดึงออกมาได้เมื่อคืน... มันไม่ใช่แค่ข้อมูลลับธรรมดาใช่ไหมครับผู้คุม"
พันธกานต์ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ปฏิกิริยานั้นเล็กน้อยเสียจนคนทั่วไปไม่มีทางสังเกตเห็น แต่มันไม่รอดพ้นสายตาของรินทร์ที่จดจ้องอยู่ก่อนแล้ว มือที่ถือปืนลดระดับลงเล็กน้อย ความตึง
เครียดในอากาศเปลี่ยนรูปเป็นความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
"นายรู้อะไรมาบ้าง" เสียงของพันธกานต์เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ ไร้ซึ่งความหยอกล้อ
"ผมรู้ว่ามีคนพยายามฆ่าปิดปากผม และผมก็รู้ว่าถ้าไม่มีคำสั่งจากเบื้องบน คุณคงไม่เอาตัวเข้ามาพัวพันกับแฮกเกอร์นอกคอกอย่างผมหรอกพันธกานต์" รินทร์เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้แผ่นหลังจะยังแนบชิดอยู่กับอกแกร่งก็ตามที "แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ... คุณกำลังกลัวว่าผมจะเจอ 'ช่องโหว่' ในระบบที่พวกคุณสร้างขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนความเน่าเฟะของตัวเองต่างหาก"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาจนบาดลึกทำให้พันธกานต์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก แต่มันไม่ไปถึงดวงตา นิ้วแกร่งที่เคยถือปืนเปลี่ยนมาบีบคางบางของรินทร์ให้เงยขึ้นรับแสงไฟส mลัวจากมุมห้อง แรงบีบนั้นไม่ถึงกับเจ็บ แต่เด็ดขาดและทรงอำนาจ
"ปากเก่งนักนะรินทร์ คิดว่าตัวเองฉลาดจนมองเกมขาดทุกอย่างเลยหรือไง" พันธกานต์โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหีบปากอิ่ม "นายคิดว่าตัวเองเป็นผู้เล่นในกระดานนี้เหรอ? เปล่าเลย... นายเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่กำลังจะถูกกำจัดทิ้ง ถ้าฉันไม่บัง,คับให้เข้ามาซ่อนตัวอยู่ในนี้ ป่านนี้ศพของนายคงไปนอนเน่าอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วมั้ง"
"ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยผมไปสครับ!" รินทร์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาสواกวาวโรจน์ด้วยความทิฐิ "ไม่ต้องมาทำเป็นปากร้ายใจดีคอยปกป้องผมหรอก อยากให้ผมตายนักไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ปล่อยให้พวกมันมาเก็บผมซะตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวคอยเฝ้าแฮกเกอร์น่ารำคาญอย่างผม!"
"เพราะฉันยังอยากเก็บนายไว้ใช้งานไง!" พันธกานต์ขึ้นเสียงตวาดกลับเบาๆ แต่ทรงพลัง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของรินทร์อย่างสื่อความหมายบางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย "นายคิดว่าฉันอยากมานั่งทนดูหน้ากวนประสาทของนายเหรอ? คิดว่าฉันว่างมากหรือไงถึงต้องมาคอยเช็ดก้นเรื่องความซวยที่นายไปก่อขึ้นมา!"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนหยุดชะงักลงในจังหวะที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ รินทร์ชะงักไปกับประโยคที่หลุดออกมาจากปากของคนเผด็จการ ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ของอีกฝ่ายลอยเข้ามาชวนให้สติกระเจิดกระเจิง
มือหนาที่เคยบีบคางเปลี่ยนมาเป็นลูบไล้กรอบหน้าเนียนแผ่วเบาอย่างเผลอไผล ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง ซึ่งมันอันตรายต่อหัวใจของรินทร์ยิ่งกว่ากระสุนปืนนอกหน้าต่างเสียอีก
"นายมัน... ตัวปัญหาจริงๆ รินทร์" พันธกานต์พึมพำเบาๆ ราวกับเหนื่อยหน่ายกับตัวเองเต็มทน
"คุณต่างหากที่เป็นปัญหา..." รินทร์พยายามเถียงเสียงแผ่ว แต่ความมั่นใจเมื่อครู่กลับลดฮวบลงเมื่อปลายนิ้วอุ่นของอีกฝ่ายปัดผ่านริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบา
ก่อนที่สถานการณ์จะล้ำเส้นไปไกลกว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้คุมกับนักโทษจำยอม เสียงบางอย่างก็ทำลายความเงียบขึ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังวิ่งตรงมาตามทางเดินด้านนอก ประทับรอยเท้าก้องกังวานใกล้เข้ามาทุกที
พันธกานต์ดึงสติกลับมาในเสี้ยววินาที ร่างสูงผละออกจากรินทร์อย่างรวดเร็วราวกับติดสปริง ใบหน้ากลับคืนสู่ความเยือกเย็นดุดันเช่นเดิม นิ้วแกร่งยกขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเป็นเชิงส่งสัญญาณให้เงียบกริบ
รินทร์หน้าถอดสีอีกครั้ง หัวใจที่เพิ่งเต้นระรัวเพราะความใกล้ชิดกลับต้องมาเต้นรัวด้วยความหวาดระแวงรอบใหม่ เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าประตูห้องพักพอดี
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะสามครั้งดังขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่มันไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนแขกผู้มาเยือนเลยสักนิด มันคือเสียงเคาะของความตายที่กำลังตามล่าพวกเขาจนมุม
ก่อนที่พันธกานต์จะทันได้เอื้อมมือไปหยิบปืน ลูกบิดประตูโลหะก็ค่อยๆ หมุนวนด้วยมือปริศนาจากด้านนอก พร้อมกับบานประตูที่เปิดผางออกเผยให้เห็นร่างของใครบางคนที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ตรงกรอบประตู!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ•ตอนที่ 5
ช่องโหว่ของเจ้าหน้าที่
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!