เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ•ตอนที่ 4

อาหารมื้อแรกกับสงครามน้ำลาย

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่กะพริบวาบอยู่เหนือกรอบประตูดับลงพร้อมกับความเงียบงัดที่เข้าปกคลุมห้องควบคุม ทว่าเสียงหัวใจในอกของรินทร์กลับยังคงรัวกระหน่ำราวกับมีกองทัพกลองศึกมาตั้งประจันหน้าอยู่ข้างใน ร่างสูงโปร่งของพันธกานต์ก้าวกลับเข้ามาในห้องราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มือหนาถือถาดอาหารกระป๋องทหารและขวดน้ำเปล่าเย็นจัด โยนมันลงบนโต๊ะกลางเสียงดัง *ปึก* จนฝากระป๋องกระเด้ง "เลิกทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแล้วมาแดกข้าวซะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนกระด้างเอ่ยขึ้นทันทีที่ทรตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม รินทร์ปรายตามองถาดอาหารตรงหน้าด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ ปะปนกับความหงุดหงิดที่ยังค้างคาจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ ดวงตากลมโตคมกริบตวัดมองคนตรงข้ามอย่างไม่เกรงกลัว "คุณนี่มันอารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าประจำเดือนผู้หญิงซะอีก เดี๋ยวก็วิ่งออกไป เดี๋ยวก็เดินกลับมาทำหน้ายักษ์ใส่... นี่แอบเอาสารหนูผสมลงไปในอาหารกล่องนี้ด้วยหรือเปล่าครับ ผู้คุมพันธกานต์" พันธกานต์ชะงักมือที่กำลังจะเปิดฝากระป๋อง ดวงตาคมกริบใต้กรอบคิ้วหนาดุดันเงยขึ้นสบตา เขากระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเย้าแหย่ที่ชวนให้คนมองหมั่นไส้จนอยากจะหยิบช้อนส้อมขึ้นมาจิ้มลูกตาอีกฝ่ายนัก "ถ้าผมจะวางยาคุณจริงๆ ผมคงไม่เลือกวิธีปัญญาอ่อนแบบนั้นหรอกครับรินทร์" พันธกานต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัยอันตราย "การปล่อยให้คุณอดตายในเซฟเฮาส์ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยระดับห้าดาวแห่งนี้ มันทรมานกว่าการวางยาพิษตั้งเยอะ... ว่าแต่ปากเก่งๆ แบบนี้ พอมีแรงเคี้ยวข้าวไหม หรืออยากให้ผมป้อน?" คำพูดท้าทายพร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาทนั้นทำเอารินทร์ถึงกับคิ้วกระตุก เลือดในกายพุ่งพล่านขึ้นมาที่ใบหน้าทันที ฝีปากกล้าที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กทำงานอัตโนมัติ "ไม่ต้องกรุณาครับ มือผมไม่ได้พิการ... อีกอย่าง ต่อให้ผมต้องกินเศษดินเศษทราย ผมก็ไม่มีวันอ้าปากรับของจากคนเผด็จการไร้มนุษยธรรมอย่างคุณหรอครับ" รินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความประชดประชันอย่างไม่คิดจะยอมลดละ พันธกานต์ไม่โกรธ ตรงกันข้าม... ดวงตาคมกริบกลับพินิจพิจารณาร่างเพรียวบางที่นั่งหลังตรงเชิดหน้าท้าทายด้วยแววตาที่ลึกซึ้งขึ้น บรรยากาศรอบตัวของคนทั้งคู่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่าน การกินมื้อแรกในสถานที่ปิดตายแห่งนี้จึงไม่ใช่แค่การเติมพลังกาย แต่มันคือสงครามประสาทที่ต่างฝ่ายต่างพยายามขุดหลุมพรางให้อีกฝ่ายก้าวพลาด "ปากดีแบบนี้ ค่อยน่าสนุกหน่อย" พันธกานต์พึมพำเบาๆ ก่อนจะใช้ช้อนตักอาหารในกระป๋องของตัวเองเข้าปาก เคี้ยวอย่างช้าๆ สายตาคมปลาบยังคงจดจ้องอยู่ที่รินทร์ไม่วางตา "กินซะ... อย่าลืมว่าคุณยังติดหนี้ผมอยู่หลายเรื่อง ทั้งเรื่องที่ทำให้ระบบผมปั่นป่วน และเรื่องที่ผมต้องมานั่งเฝ้าคุณเป็นพี่เลี้ยงเด็กจำเป็นแบบนี้" รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ "ผมไม่ได้ขอให้คุณมาเฝ้าสักหน่อย อยากจะส่งผมเข้าคุกหรือปล่อยให้อยู่คนเดียวก็ตามใจ ทำไมครับ? กลัวว่าถ้าผมไม่อยู่แล้วจะไม่มีคนเถียงด้วยจนเหงาตายหรือยังไง" "เหงาเหรอ?" พันธกานต์ทวนคำ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอดังขึ้นอย่างน่าหมั่นไส้ "ผมคงไม่ว่างขนาดนั้นหรอกครับรินทร์ งานในมือผมมีค่ามากกว่าการมานั่งฟังคนปากจัดบ่นพึมพำ... แต่ถ้าถามว่าอยากจัดการอะไรกับคุณมากที่สุดตอนนี้..." ร่างสูงจงใจเว้นจังหวะ ดวงตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ไล่ต่ำลงมาที่ลำคอระหง ก่อนจะเงยขึ้นประสานสายตากันตรงๆ น้ำเสียงที่เอ่ยต่อมาลดระดับลงจนกลายเป็นกระซิบกระซาบที่ทรงพลัง "...คงเป็นการเย็บปากคุณด้วยด้ายไนลอนสักสามเข็มมั้งครับ จะได้เงียบได้สักสิบนาที" รินทร์สูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด มือเรียวหยิบช้อนขึ้นมาตักอาหารเข้าปากบ้างเพื่อระบายความหงุดหงิดที่ตีตื้นขึ้นมาในอก แม้รสชาติของอาหารกระป๋องจะจืดชืดและแย่แค่ไหน แต่ความเคืองโกรธในคำพูดของอีกฝ่ายกลับทำให้ลิ้นของเขารับรู้แต่รสชาติเผ็ดร้อนของสงครามน้ำลายที่ไม่มีใครยอมใคร "ถ้าทำแบบนั้น ระวังคุณจะอดใจไม่ได้ที่จะมาแกะด้ายออกเองนะครับผู้คุม... เพราะถ้าผมพูดไม่ได้ คุณก็คงเป็นใบ้กินไปตลอดกาลเหมือนกัน" รินทร์ตอบกลับทันควัน ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย ชนิดที่เรียกว่าไม่เคยเกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ ในโลก พันธกานต์ชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด แววตาที่มองมาที่รินทร์ฉายประกายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง มันไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่มันคือความรู้สึกทึ่งแกมเอ็นดูที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเริ่มเปลี่ยนผ่านจากความตึงเครียดกลายเป็นการหยั่งเชิงที่เต็มไปด้วยเคมีอันตราย ทว่า ในจังหวะที่รินทร์กำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยประโยคเด็ดอีกระลอก... *กริ๊งงงง!* เสียงสัญญาณเตือนภัยรอบที่สองดังลั่นขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่ใช่สัญญาณเตือนจากระบบภายใน แต่เป็นสัญญาณฉุกเฉินระดับสีแดงเลือดหมูที่ดังมาจากแผงควบคุมหลักด้านหน้า และก่อนที่พันธกานต์จะทันได้ขยับตัวลุกขึ้นยืน ร่างสูงก็ต้องชะงักค้างเมื่อหน้าจอโฮโลแกรมกลางห้องดีดตัวขึ้นอัตโนมัติ ภาพจากกล้องวงจรปิดภายนอกเซฟเฮาส์ปรากฏร่างของบุคคลปริสนาสวมชุดคลุมสีดำสนิท กำลังยืนจ้องมองตรงมาที่เลนส์กล้องด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ พร้อมกับเสียงทุ้มแหบพร่าที่ดังทะลุระบบสื่อสารเข้ามาในห้อง *"เจอตัวจนได้นะ... พันธกานต์ และเจ้าหนูแฮกเกอร์ตัวแสบ"* รินทร์หน้าถอดสีทันที หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้งบนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย ขณะที่พันธกานต์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาคว้าปืนพกสีดำสนิทออกจากซองคาดเอวอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ หวังว่าจะสนุกกับบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%