"ถ้าคุณยังกล้าแตะฮาร์ดไดรฟ์สำรองของผมอีกแค่ปลายนิ้วเดียว ผมจะทำให้เซฟเฮาส์หรูหราระดับวีไอพีหลังนี้ กลายเป็นเศษเหล็กไหม้เกรียมภายในสิบวินาทีครับ พันandกานต์"
เสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงดังลั่นห้องนั่งเล่น รินทร์ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว ดวงตากลมโตวาวโรจน์จ้องมองร่างสูงใหญ่ของนายพันหนุ่มที่ยืนค้ำหัวโต๊ะทำงานอยู่ ร่างโปร่งในชุดเสื้อฮู้ดโอเวอร์ไซส์ไม่ได้ดูอ่อนแอเลยสักนิด แม้ว่าในมืออีกข้างจะถือแก้วกาแฟอุ่น ๆ ที่ส่งไอคุกรุ่น แต่รัศมีคุกคามรอบตัวกลับพุ่งสูงจนอากาศรอบกายแทบจะลุกเป็นไฟ
พันธกานต์ชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชิ้นสำคัญบนโต๊ะ เขาค่อย ๆ หันกลับมามองแฮกเกอร์ตัวแสบที่บังAอาจต่อปากต่อคำกับเขาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าห้องนี้ ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีหรี่ลงเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มเย็นเยียบแบบที่ทำเอาลูกน้องในหน่วยข่าวกรองสั่นสะท้านมานักต่อนัก แต่กับรินทร์แล้ว... มันกลับยิ่งราดน้ำมันลงบนกองไฟ
"กล้าดีนี่" พันธกานต์แค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวขายาว ๆ เข้าประชิดตัวรินทร์ด้วยความเร็วที่ไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัว "ปากดีแบบนี้ ไม่ทราบว่าไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงคิดว่าเด็กกะโปโลอย่างนายจะสั่งสอนเจ้าหน้าที่พิเศษอย่างฉันได้"
รินทร์ไม่ถอยหลังหนีแม้แต่เซนติเมตรเดียว เขาเชิดคางขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรง ๆ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นกาแฟเข้ม ๆ ของผู้ชายตรงหน้าโชยปะทะจมูก แต่มันไม่ได้ทำให้เขากลัวเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้หัวใจเต้นแรงในจังหวะที่แปลกประหลาด
"เด็กกะโปโลคนนี้แหละครับที่จะทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยที่คุณภูมิใจนักหนากลายเป็นขยะเปียก ถ้าคุณยังไม่เลิกใช้อำนาจเผด็จการรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของผม" รินทร์สวนกลับทันควัน ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความท้าทาย "เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือครับว่าผมจะช่วยแกะรอยเครือข่ายใต้ดินให้ แลกกับการที่ผมมีอิสระในห้องนี้ แต่ดูที่คุณทำสิครับ... ค้นห้องผม ลื้อค้นข้าวของ แถมยังทำตัวเหมือนสุนัขตำรวจดมกลิ่นไปทั่ว!"
"ปากดีแบบนี้ น่าเอาเทปพันปากไว้สักสัปดาห์นะ" พันธกานต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน รังสีความกดดันจากร่างสูงใหญ่แผ่ซ่านจนรินทร์ต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แต่ริมฝีปากยังคงเหยียดยิ้มหยัน "จำใส่สมองอันน้อยนิดของนายเอาไว้ รินทร์... ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และฉันไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็กที่จะมาตามใจคนอวดดีอย่างนาย"
"ถ้าคิดว่าผมเป็นภาระนัก ทำไมไม่ปล่อยผมออกไปล่ะครับ!" รินทร์ระเบิดอารมณ์ออกมาบ้าง มือเรียววางแก้วกาแฟกระแทลงบนเคาน์เตอร์เสียงดังสนั่นจนของเหลวหกกระเซ็น "ขังผมไว้ที่นี่ ปฏิบัติกับผมเหมือนนักโทษ ทั้งที่ผมเป็นคนยื่นหลักฐานทั้งหมดให้พวกคุณแท้ ๆ ความยุติธรรมในแบบฉบับหน่วยงานของคุณนี่มันบิดเบี้ยวจนน่าคลื่นไส้จริง ๆ!"
คำว่า 'บิดเบี้ยว' กระแทกเข้าโสตประสาทของพันธกานต์อย่างจัง ใบหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยบึ้งตึงขึ้นมาทันที มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือบางของรินทร์ไว้แน่นโดยอัตโนมัติ แรงบิดไม่ถึงกับเจ็บแต่เด็ดขาดพอที่จะตรึงให้อีกฝ่ายขยับไปไหนไม่ได้
"เธอรู้อะไรเกี่ยวกับความยุติธรรมบ้าง รินทร์" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน แววตาของพันธกานต์ไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม "โลกภายนอกมันสกปรกและอันตรายเกินกว่าที่คนโลกสวยอย่างเธอจะจินตนาการได้ ที่ฉันต้องเข้มงวด... ก็เพราะไอ้พวกสวะที่มันตามล่าเธอมันไม่ได้ใจดีเหมือนฉันไง!"
"ปล่อยผมนะ!" รินทร์พยายามสะบัดข้อมือหน fiออกแต่ไม่เป็นผล ความใกล้ชิดในระยะประชิดทำให้เขารับรู้ถึงไออุ่นร้อนจากร่างกายของอีกฝ่าย หัวใจที่ควรจะเต้นด้วยความโกรธ กลับเริ่มเต้นรัวด้วยเหตุผลอื่นที่เขาไม่อยากยอมรับ "ผมดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องมาทำเป็นหวังดี!"
"หวังดีเหรอ?" พันธกานต์แค่นหัวเราะเสียงต่ำ ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดหย่อนด้วยประกายตาวับวามที่ยากจะคาดเดา "ถ้าฉันหวังดีมากกว่านี้ นายคงไม่ได้ยืนเถียงฉอด ๆ อยู่ตรงนี้หรอกนะ..."
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที จากการปะทะคารมเดือดพล่าน กลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด รินทร์ชะงักค้างเมื่อรู้สึกได้ถึงปลายนิ้วอุ่นของอีกฝ่ายที่เลื่อนขึ้นมาสัมผัสเบา ๆ บริเวณกรอบหน้า เขากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีที่ว่าง
พันธกานต์เองก็ไม่ได้ถอยหนี สายตาคมกริบไล่สำรวจตั้งแต่แพขนตางอน ริมฝีปากสีระเรื่อที่เอาแต่ต่อปากต่อคำ จนถึงลำคอระหงที่กำลังไหวตามจังหวะการหายใจ ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้ภายใต้ความเย็นชาและกฎระเบียบ เริ่มปะทุขึ้นมาท้าทายความอดทนของเขา
"คุณ... จะทำอะไร..." รินทร์กระซิบเสียงแผ่ว ความมั่นใจทั้งหมดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่เข้ามาแทนที่เมื่อแผงอกกว้างขยับเข้ามาเบียดชิดจนแผ่นหลังของเขาชนเข้ากับตู้เก็บของด้านหลัง
พันธกานต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากหยักอยู่ห่างจากใบหูของร่างบางเพียงคืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่จนรินทร์สะấuเยือก
"ฉันแค่อยากพิสูจน์ให้เธอดู... ว่าปากที่เอาแต่เถียงฉันเนี่ย มันจะยังเก่งอยู่ไหม ถ้า—"
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินดังสนั่นลั่นเซฟเฮาส์ ไฟสีแดงเพลิงกระพริบวาบไปทั่วห้อง หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่เปิดทิ้งไว้ปรากฏข้อความเตือนภัยสีแดงฉานชวนขนหัวลุก
*[WARNING: UNAUTHORIZED ACCESS DETECTED AT SECTOR 4]*
*[PERIMETER BREACHED - ENEMY FORCES INCOMING]*
พันธกานต์ผละออกจากร่างบางในพริบตา แววตาคลั่งรักเมื่อครู่วันนี้ถูกแทนที่ด้วยความเฉียบขาดดุดันของนักรบหน่วยพิเศษในเสี้ยววินาที เขารีบคว้าปืนพกสั้นออกจากซองคาดเอวขึ้นมาปลดล็อกเซฟอย่างคล่องแคล่ว
"อยู่ในห้องนี้ ล็อคประตู และอย่าโผล่หัวออกไปเด็ดขาด" พันธกานต์สั่งเสียงเข้ม หันกลับมามองแฮกเกอร์หนุ่มที่ยังยืนอึ้งกับสถานการณ์ที่พลิกผันอย่างรวดเร็ว "ถ้าฉันกลับเข้ามาไม่เจอเธอ... ฉันจะจับเธอมัดล่ามโซ่ไว้กับเตียงจริงๆ ด้วยรินทร์!"
พูดจบร่างสูงก็พุ่งตัวออกไปทางประตูห้องทันที ทิ้งให้รินทร์ยืนใจหายวาบอยู่ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ยังคงดังระคนไปกับเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวระทึกบนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดุเดือดนี้นะครับ
เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ•ตอนที่ 3
ปากกล้าท้าอำนาจ
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!