"เสียงรบกวนเมื่อกี้ไม่ใช่ลมพัดแน่ คุณพันธกานต์"
รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน นิ้วเรียวยาวบนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์รัวรหัสคำสั่งด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงดังระรัวก้องห้องควบคุม หน้าจอหลักของเซฟเฮาส์ที่เคยแสดงภาพความคมชัดสูงระดับ 4K บัดนี้กลับถูกรบกวนด้วยคลื่นสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าปริศนาจนกลายเป็นเส้นซ่าสีขาวโพลน ก่อนที่ภาพทั้งหมดจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดสนิท
*ติ๊ด! แคว่ก!*
ระบบไฟสำรองฉุกเฉินทำงานทันที หลอดไฟ LED สีแดงก่ำสาดแสงวับแวมสลัวทั่วห้องใต้ดิน คราบเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าของแฮกเกอร์หนุ่ม รินทร์กัดริมฝีปากแน่นเมื่อระบบป้องกันรอบนอกถูกตัดขาดจากส่วนกลางอย่างเบ็ดเสร็จ
"พวกมันไม่ได้มาแค่สำรวจ พวกมันกะเอาชีวิตเราตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในเขตนี้" พันธกานต์ก้าวเข้ามาประชิดตัวในพริบตาเดียว ร่างสูงใหญ่ในชุดยุทธวิธีเต็มยศเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วราcatกับเสือดาว ร่างกายกำยำบดบังแผ่นหลังของรินทร์ไว้มิดชิดเพื่อสร้างเป็นโล่กำบังธรรมชาติ มือหนาคว้าปืนพกสั้นประจำกายขึ้นมาปลดเซฟเสียงดัง *คลิก* ดึงสไลด์กระสุนเข้ารังเพลิงอย่างคล่องแคล่ว แววตาคมกริบภายใต้แสงไฟสีแดงฉานวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น
"ถอยไป อย่ามาเกะกะสมาธิผม" รินทร์ปัดแขนแกร่งที่ยื่นมาขวางหน้าออกอย่างไม่แยแส มือยังคงพิมพ์รัวหน้าจอด้วยมือเดียวเพื่อดึงฐานข้อมูลสำรองขึ้นมา "ถ้าคุณมัวแต่ทำตัวเป็นพระเอกหนังแอคชั่นโง่ๆ แบบนี้ เราจะได้ตายก่อนที่จะได้รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องบ้าๆ นี่จริงๆ"
"ปากเก่งไม่เลือกเวลา ช่างเป็นนิสัยที่น่าจับตีให้ก้นลายเสียจริง รินทร์" พันธกานต์กระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มต่ำเจือความขบขันในสถานการณ์คับขันราวกับไม่สะดุ้งสะเทือนต่อความตายที่อยู่ห่างไปแค่กำแพงกั้น "ถ้าผมไม่ยืนคุมหลังให้ คุณคงโดนสะเก็ดระเบิดจากแผงควบคุมที่กำลังช็อตสลายคาสนามไปแล้ว หุบปากแล้วเกาะชายเสื้อผมไว้ซะ นี่คือคำสั่ง!"
"คำสั่งบ้าบออะไรของคุณ! ผมไม่ใช่ลูกน้อง..."
คำพูดของรินทร์ขาดห้วงลงเมื่อแรงระเบิดมหาศาลดังสนั่นหวั่นไหว แรงอัดกระแทกประตูกลางเซฟเฮาส์จนบานเหล็กกล้าหนานิ้วยุบตัวลงมาครึ่งแถบ ฝุ่นผงปูนและเศษสะเก็ดระเบิดกระจายว่อนทั่วอากาศ กลิ่นดินปืนและควันไฟฉุนกึกคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ในวินาทีวิกฤตนั้นเองที่หม้อแปลงไฟฟ้าหลักระเบิดซ้ำซ้อนจนไฟสำรองสีแดงดับวูบลงตามไปด้วย ความมืดสนิทสนมกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในห้องจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วของตัวเอง
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันจนแผ่นอกชนกัน
ในความมืดที่ไร้แสงสว่างประสาทสัมผัสด้านอื่นๆ กลับถูกปลุกให้ตื่นตัวขึ้นอย่างไร้การควบคุม รินทร์รู้สึกได้ถึงไออุ่นแผ่ซ่านมาจากร่างกายกำยำของอีกฝ่าย กลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้คุมจอมเผด็จการ ทั้งกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นอายความเย็นชาของเหล็กกล้าและเหงื่อจากการต่อสู้ ลอยวนเวียนอยู่ปลายจมูกจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ มือที่เคยนิ่งสนิทกลับสั่นเทาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
"กลัวแล้วหรือไง หืม?" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นใกล้ชิดจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน รินทร์สัมผัสได้ถึงปลายนิ้วแข็งกระด้างแต่ทว่ามั่นคงที่เอื้อมมาแตะข้อศอกของเขาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลากไล้ขึ้นมาจับข้อมือบางให้ขยับตามแรงดึง
"ใคร... ใครกลัวกัน อย่ามาเพ้อเจ้อในเวลานี้เด็ดขาด" รินทร์พยายามดึงเสียงให้แข็งกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอก แต่เสียงที่เปล่งออกไปกลับสั่นพร่าเสียจนน่าอับอาย "ปล่อยมือผมนะ พันธกานต์..."
"ถ้าไม่อยากตายคาอกผม ก็อย่าดื้อ" พันธกานต์ดึงร่างบางเข้าหาตัวจนแนบแน่นยิ่งขึ้น ไหล่กว้างทำหน้าที่ปกป้องรินทร์จากทิศทางที่อาจมีกระสุนสาดเข้ามาได้ทุกเมื่อ มืออีกข้างยกปืนขึ้นเล็งไปยังความมืดเบื้องหน้าพร้อมลั่นไกได้ตลอดเวลา เคมีอันตรายระหว่างทั้งคู่พุ่งสูงถึงขีดสุดในพื้นที่จำกัด ทั้งความโกรธ ความหวาดระแวง และแรงดึงดูดทางกายภาพที่ปฏิเสธไม่ได้กำลังหลอมรวมกันเป็นความเร่าร้อนท่ามกลางความหนาวเหน็บของสถานการณ์
นิ้วเรียวของรินทร์เผลอขยุ้มเสื้อแจ็คเก็ตยุทธวิธีของอีกฝ่ายไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความใกล้ชิดในระยะประชิดทำให้เขารับรู้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจของพันธกานต์ที่เต้นแรงไม่แพ้กัน มันไม่ได้เต้นด้วยความหวาดกลัว แต่เป็นจังหวะที่หนักแน่นและดุดันราวกับนักล่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อที่กล้าล้ำเส้น
"ปล่อยผมลงไปหยิบฮาร์ดไดรฟ์ข้อมูลในกระเป๋า..." รินทร์กระซิบชิดริมฝีปากของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัวเมื่อความมืดทำให้กะระยะผิดพลาด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนแทบจะหลอมละลายความเยือกเย็นทั้งหมดที่มี
"ตอนนี้ต่อให้เอาทองคำทั้งห้องมาแลก ผมก็ไม่ปล่อยให้คุณขยับไปไหนทั้งนั้น รินทร์" พันธกานต์ตอบกลับเสียงพร่า ดวงตาคมกริบในความมืดจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะควบคุม ความดุดันของผู้คุมเผด็จการเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความคลั่งรักที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ท่าทีเยชามานานนับแรมเดือน
*แกร๊ก...*
เสียงโลหะกระทบกันเบามากๆ ดังขึ้นมาจากมุมมืดด้านหลังเสาปูนห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร ทั้งคู่ชะงักกึก ร่างกายของพันธกานต์เกร็งแน่นขึ้นในทันที ประสาทสัมผัสของหน่วยข่าวกรองจับทิศทางของศัตรูที่กำลังย่องเข้ามาประชิดหลังได้อย่างแม่นยำ
ในจังหวะที่พันธกานต์กำลังจะเหนี่ยวไกสวนกลับไปยังทิศทางนั้นเอง หน้าจอฉุกเฉินสำรองตัวสุดท้ายที่ถูกซ่อนไว้ใต้พื้นห้องก็สว่างวาบขึ้นมาด้วยแสงสีฟ้าอ่อน สะท้อนให้เห็นใบหน้าของใครบางคนที่กำลังยืนถือปืนเล็งตรงมาที่ศีรษะของรินทร์จากเงาดำสนิท!
"ก้มลง!" พันธกานต์คำรามลั่นพร้อมกับกระชากร่างของรินทร์ให้ล้มลงไปกองกับพื้นด้วยกัน พร้อมๆ กับเสียงปืนเก็บเสียงดัง *ฟุ่บ!* กระสุนเจาะทะลุกำแพงปูนเฉียดศีรษะพวกเขาไปเพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปด!
รินทร์เบิกตากว้างเมื่อแสงวาบจากหน้าจอฉุกเฉินสาดส่องกระทบใบหน้าของมือสังหารที่ยืนย้อมตัวอยู่เหนือพวกเขา ดวงตาสีฟ้าครามคู่คุ้นเคยภายใต้หน้ากากครึ่งซีกกำลังจ้องมองลงมาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
"ยินดีต้อนรับสู่เกมสุดท้ายครับ... คุณสายลับ และคุณแฮกเกอร์ตัวน้อย"
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" เสมอมาครับ
เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ•ตอนที่ 9
เมื่อไฟดับในที่มืด
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!