เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ•ตอนที่ 8

คนนอกที่รู้ดีเกินไป

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เสียงฝีเท้าที่หยุดชะงักหน้าประตูห้องควบคุม ไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในห้องผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับทำให้ความกดดันพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในเสี้ยววินาที รินทร์แทบจะไม่ต้องเสียเวลาคาดเดาเลยว่าใครคือเจ้าของเงาสะท้อนที่ทาบทับผ่านบานกระจกนิรภัยฝ้า เนื่องจากระบบความปลอดภัยของเซฟเฮาส์หลังนี้ถูกออกแบบมาให้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีรหัสผ่านระดับสูงสุด "ถอยไป" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของพันธกานต์ดังขึ้น พร้อมกับมือหนาที่คว้าต้นแขนของผมไว้แล้วดึงให้หลบไปอยู่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว แรงกระชากนั้นแม้จะแฝงไปด้วยความเร่งรีบ แต่ก็ระมัดระวังไม่ให้ผมเสียหลักล้มลงไป ปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วดั่งสัญชาตญาณดิบของเสือร้าย ทำให้ผมเผลอมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนตระหง่านบังวิถีกระสุนไว้ให้ได้อย่างอดไม่ได้ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ไร้ซึ่งความรีบร้อน แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ความเงียบงันภายในห้องกลายเป็นอาวุธที่เชือดเฉือนประสาทสัมผัส พันธกานต์ไม่เอ่ยปากอนุญาต แต่บานประตูกลับถูกผลักให้เปิดออกด้วยฝีมือของคนภายนอก ร่างสูงโปรดในชุดสูทเข้ารูปของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ "ดูท่าทางพวกคุณจะสนุกกันน่าดูนะครับ... ผู้พัน" เสียงทุ้มเอ่ยทักทายด้วยท่าทีสบายๆ แต่สายตากลับกวาดมองไปทั่วห้องควบคุมที่มีร่องรอยการต่อสู้และรอยเขม่าควันจางๆ รินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อยสมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนของหน่วยข่าวกรองทั่วไปอย่างแน่นอน รัศมีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันฟ้องชัดเจนว่าผ่านการฆ่าคนมาไม่น้อยกว่าพันธกานต์ พันธกานต์แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างหนาจนอากาศรอบตัวแทบจะลดอุณหภูมิลง "ถ้าว่างมากนัก จนต้องมาเดินตรวจเซฟเฮาส์ชั้นใต้ดิน ยินดีต้อนรับครับ... รองผอ.ธน ภัทร" ธนภัทรยิ้มรับคำเหน็บแนมนั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาคมกริบกวาดมาหยุดอยู่ที่ผมซึ่งยืนอยู่ด้านหลังแผ่นหลังของพันธกานต์ รอยยิ้มบนมุมปากของเขายกสูงขึ้นอีกนิดราวกับเจอของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าสนใจ "นั่นสินะครับ ผมคงจะว่างจริงๆ ถึงได้บังเอิญมาเห็น... แฮกเกอร์ตัวน้อย ที่ควรจะถูกขังไว้ในห้องนิรภัย กำลังยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ข้างกายคุณได้" บรรยากาศระหว่างผู้ชายสองคนคุกรุ่นขึ้นมาทันที รินทร์ขยับตัวเล็กน้อยเตรียมจะก้าวออกไปเผชิญหน้าด้วยตัวเอง แต่ทว่าพันธกานต์กลับขยับไหล่ขวางไว้โดยไม่หันมามอง มือหนายื่นไปด้านหลังแล้วคว้าข้อมือของผมไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก บีบกระชับเบาๆ เป็นเชิงสั่งให้ "อยู่เฉยๆ" "เขาไม่ได้เดินออกมาเองครับ... ผมพาเขาออกมาเอง มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ" พันธกานต์เอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ "โอ๊ะ... ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกครับ เพียงแต่สงสัยว่าระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดของหน่วยเรา ทำไมถึงปล่อยให้คนนอกคนนี้เจาะระบบเข้าไปถึงแกนกลางได้ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที แถมยังรู้ดีเกินกว่าที่ 'นักโทษ' สมควรจะรู้ด้วยซ้ำ" ธนภัทรหรี่ตาลง จ้องมองผมด้วยแววตาวิเคราะห์ที่น่ารังเกียจ "หรือว่า... แฮกเกอร์คนนี้ไม่ได้แค่ถูกจ้างมาให้ถอดรหัส แต่เขารู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับ 'แผนการลับ' ที่พวกเรากำลังตามหากันแน่ครับ" คำพูดนั้นทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน รินทร์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความรู้สึกที่ผสม The between ความโกรธและความระแวง ธนภัทรคนนี้รู้มากเกินไปจริงๆ เขากำลังพยายามโยนความผิดและสร้างสถานการณ์ให้ผมกลายเป็นแพะรับบาปในเกมอำนาจของพวกเขาสองคน แต่ก่อนที่ผมจะได้เปิดปากสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบตามสไตล์ พันธกานต์ก็ชิงพูดตัดหน้าขึ้นเสียก่อน "เรื่องระบบและความปลอดภัย เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องจัดการครับ... ส่วนเรื่องที่ว่าเขาจะรู้อะไรมากแค่ไหน นั่นก็เป็นเรื่อง 'ส่วนตัว' ระหว่างผมกับเขา ไม่จำเป็นต้องรายงานให้รองผู้อำนวยการรับรู้ทุกเรื่องหรอกมั้งครับ" น้ำเสียงของพันธกานต์นอกจากจะเย่อหยิ่งและเผด็จการแล้ว มันยังมีกระแสความหวงแหนบางอย่างเจืออยู่ด้วยอย่างชัดเจน จนผมอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา ความรู้สึกอุ่นวาบแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอกท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด ผู้ชายปากร้ายคนนี้... กำลังปกป้องผมอย่างนั้นหรือครับ? ธนภัทรหรี่ตามองคนทั้งคู่สลับกันไปมา รอยยิ้มบนใบหน้าเริ่มจางหาย เหลือเพียงความเย็นชาที่น่ากลัว "ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะครับผู้พัน ความหลงใหลชั่ววูบ... อาจจะทำให้คุณสูญเสียทุกอย่างที่สร้างมา รวมถึงชีวิตของแฮกเกอร์คนนี้ด้วย" พูดจบ ธนภัทรก็หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไปจากห้องควบคุมอย่างช้าๆ ทิ้งให้ความกดดันมหาศาลลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ปัง! เสียงประตูปิดลงสนิท ทันทีที่ลับร่างของธนภัทร พันธกานต์ก็หันขวับกลับมามองผมทันที สายตาดุดันคู่นั้นจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้คลายลงเลยแม้แต่น้อย รินทร์นิหน้าเล็กน้อยด้วยความเจ็บแต่ก็ยังเชิดหน้าสู้สายตากลับไปอย่างไม่เกรงกลัว "ปล่อยได้แล้วครับ ผมไม่ได้กระดูกเปราะขนาดนั้น" ผมเอ่ยเสียงห้วน "ใครอนุญาตให้เธอทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตาแบบนั้นฮึ!" พันธกานต์คำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มของผม "รู้ไหมว่าตาแก่ธนภัทรมันจ้องจะหาเรื่องเล่นงานเธออยู่ ถ้าฉันมาไม่ทัน... เธอคิดว่าตัวเองจะมีสภาพเป็นยังไง หん?" "แล้วมันเรื่องของผมไหมล่ะครับ?" รินทร์เถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ "ผมดูแลตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้คุณมาทำตัวเป็นเผด็จการคอยตามเช็ดตามล้างให้หรอกครับ!" "ปากดีนักนะ..." พันธกานต์กัดฟันกรอด มือหนาที่เคยจับข้อมือเปลี่ยนมาเลื่อนขึ้นมาบีบคางสลวยของผมไว้เบาๆ นิ้วโป้งเกลี่ยวนอยู่ที่ริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ นั้นอย่างหมั่นไส้ "ฉลาดนักใช่ไหม รู้ดีเกินไปทุกเรื่องใช่ไหม... งั้นบอกฉันมาซิรินทร์ ว่านอกจากรหัสผ่านในจอคอมพิวเตอร์นั่นแล้ว เธอยังรู้อะไรเกี่ยวกับตัวฉันอีกบ้าง" ระยะที่ใกล้ชิดกันจนเกินงาม ทำให้ผมได้กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายคนนี้ หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะจนควบคุมไม่อยู่ รินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าลงเสียดื้อๆ เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมที่พราวระยับไปด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก "ผม... ผมจะไปรู้เรื่องของคุณได้ยังไง..." เสียงของผมเริ่มติดขัด ไร้ซึ่งความมั่นใจเหมือนเมื่อครู่ พันธกานต์ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้เยือกเย็นเหมือนทุกที แต่มันกลับแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์และคลั่งรักจนน่ากลัว ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาอีกจนริมฝีปากแทบจะชิดติดกับใบหูของผม กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิ... ว่าเธอนอกจากจะเก่งเรื่องแฮกข้อมูลแล้ว ยังเก่งเรื่องทำ1ให้หัวใจคนอื่นปั่นป่วนด้วยหรือเปล่า" ในจังหวะที่หัวใจของผมกำลังจะหลุดออกมานอกอก และสติสัมปชัญญะเริ่มกระเจิงไปกับสัมผัสไออุ่นที่แนบชิด ทันใดนั้น... หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังก็เกิดสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความปริศนาที่ปรากฏเด่นหราบนหน้าจอโดยไม่มีที่มา *คำเตือน: ระบบป้องกันชั้นที่ศูนย์ถูกเปิดใช้งานจากภายนอก... และเป้าหมายที่พวกคุณกำลังตามหา ไม่ได้มีแค่คนเดียว* รินทร์และพันธกานต์ผละออกจากกันในเสี้ยววินาที ดวงตาทั้งสองคู่เบิกกว้างขึ้นเมื่อหันไปมองหน้าจอพร้อมกัน... ภาพจากกล้องวงจรปิดรอบนอกเซฟเฮาส์กำลังฉายภาพเงาดำนับสิบที่กำลังพังประตูล้อมเข้ามาทุกทิศทุกทาง! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%