หน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอตรงหน้าสะท้อนแสงสีฟ้าสว่างวาบในห้องควบคุมที่มืดสนิท นิ้วเรียวยาวของรินทร์กำลังรัวแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสูง เสียงรัวกระทบของแป้นพิมพ์ดังระรัวราวกับเสียงฝนตกกระทบหลังคากระเบื้อง แต่ท่าทางที่ดูมั่นอกมั่นใจนั้นกลับถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง เมื่อจู่ๆ หน้าจอหลักทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกัน กลายเป็นสีดำสนิท ไร้ซึ่งสัญญาณชีพใดๆ ของโค้ดที่เขากำลังเขียนอยู่
"บ้าเอ้ย..."
รินทร์สบถเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตหรี่ลงด้วยความไม่สบอารมณ์ เขากดรีเฟรชระบบเครือข่ายภายในเซฟเฮาส์ซ้ำๆ แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอกลับไม่ใช่โค้ดคำสั่งที่คุ้นเคย มันคือตัวอักษรสีแดงฉานที่ค่อยๆ พิมพ์ปรากฏขึ้นทีละตัวอย่างจงใจและเยือกเย็น
*‘เกมซ่อนหาของคุณใกล้หมดเวลาแล้วนะ เจ้าหนูแฮกเกอร์’*
ลมหายใจของรินทร์สะดุดไปเสี้ยววินาที แม้เขาจะเป็นคนปากเก่งและไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน แต่ข้อความที่เจาะทะลวงผ่านไฟร์วอลล์ระดับทหารเข้ามาได้โดยที่ระบบเตือนภัยของเซฟเฮาส์ไม่ร้องสักแอะ นั่นหมายความว่าไอ้คนส่งมันไม่ได้อยู่ไกลจากตัวเขาเลย มันกำลังมองเขาผ่านกล้องวงจรปิดตัวใดตัวหนึ่งในห้องนี้ หรือไม่ก็... มันกำลังยืนอยู่หลังประตูห้องนี้เอง
พรึบ!
จู่ๆ ไฟสลัวในห้องทำงานก็ดับลง เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบวับแวม บรรยากาศกดดันพุ่งสูงขึ้นจนรู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่กดทับลงบนแผ่นอก รินทร์ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ดวงตากวาดมองไปรอบห้องอย่างระแวดระวัง มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อฮู้ดเพื่อเตรียมควักอุปกรณ์ป้องกันตัวที่พกติดตัวไว้เสมอ
แกร็ก...
เสียงลูกบิดประตูหน้าห้องหมุนช้าๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัด รินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงเส้นทางหนีทีไล่ แต่เซฟเฮาส์แห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อกักขังเขา ไม่ใช่ให้เขาแหกหนี หน้าต่างทุกบานถูกเชื่อมด้วยกระจกกันกระสุนหนาเตอะ ทางออกเดียวคือประตูตรงหน้านี้เท่านั้น
ประตูกค่อยๆ แง้มเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่คุ้นตาในชุดเสื้อเชิร์ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูป พันธกานต์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางสุขุมเยือกเย็น ใบหน้าคมคายเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แววตาสีเข้มคมกริบกวาดมองสภาพห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าซีดเผือดแต่มองกลบเกลื่อนด้วยความหยิ่งผยองของรินทร์
"เล่นซนอะไรอีก ถึงได้ทำหน้าเหมือนคนเห็นผีแบบนั้น" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ติดจะเยาะหยันเล็กน้อยตามวิสัยของเจ้าตัว
รินทร์พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรง ความกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดทันทีเมื่อเห็นท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวของอีกฝ่าย "ถ้าคุณเดินเข้ามาเพื่อจะกวนประสาทผม เชิญกลับไปนอนกอดหมอนข้างเถอะครับพันเอก ระบบข้างนอกมันกำลังเล่นงานผมอยู่!"
พันธกานต์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวรินทร์อย่างรวดเร็วจนแฮกเกอร์หนุ่มต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส ทำให้รินทร์ต้องเบือนหน้าหนีเพื่อรักษาระยะห่าง
"ระบบข้างนอกอะไร? เซฟเฮาส์นี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยคำสั่งผมเอง ไม่มีใครเจาะเข้ามาได้นอกจาก..." พันธกานต์เว้นจังหวะ ดวงตาสคมกริบหรี่ลงเมื่อก้มมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงมีข้อความสีแดงค้างอยู่
รินทร์หันขวับกลับมามองหน้าอีกฝ่าย "นอกจากอะไรล่ะครับ? หรือว่าคุณเป็นคนส่งข้อความบ้าๆ นี่มาขู่ผมเอง เพื่อความสะใจจิตวิทยาต่ำๆ ของคุณ?"
พันธกานต์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที นิ้วแกร่งเอื้อมไปแตะที่หน้าจอเบาๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ "ฉันไม่มีเวลาว่างมาเล่นเกมเด็กๆ แบบนี้กับนายหรอกรินทร์... และที่สำคัญ ถ้าฉันจะขู่ นายคงไม่ได้ยืนเถียงฉอดๆ อยู่แบบนี้แน่"
"แล้วนี่มันคืออะไร!" รินทร์ใช้นิ้วเรียวชี้ไปที่หน้าจอ "ข้อความบ้าๆ นี่บอกว่าเกมกำลังจะจบลง แปลว่าพวกมันรู้พิกัดที่นี่แล้ว และกำลังจะเข้ามาจับตัวผม!"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนนิ่งงันลงชั่วขณะ ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วห้อง พันธกานต์หันกลับมามองคนตัวเล็กที่ตอนนี้ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น แม้ท่าทางจะดูแข็งกร้าว แต่ดวงตากลมโตคู่สวยนั้นกลับไหวระริกด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด
พันธกานต์ถอนหายใจออกมาเบาๆ มือหนายื่นออกไปคว้าต้นแขนเรียวของรินทร์ไว้ หลบเลี่ยงการขัดขืนด้วยการออกแรงดึงเบาๆ ให้ร่างโปร่งเข้ามาประชิดตัวโดยไม่ทันตั้งตัว
"ปล่อยนะ! ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ยพันธกานต์!" รินทร์ร้องประท้วง พยายามบิดแขนออกจากการเกาะกุม แต่แรงของนายทหารหนุ่มนั้นมีมากกว่าราวกับคีมเหล็ก
"อยู่นิ่งๆ สิครับ ถ้าไม่อยากตาย" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู แผ่วเบาแต่จริงจังจนรินทร์ต้องชะงัก "ถ้าพวกมันส่งข้อความเข้ามาได้โดยที่ระบบเซฟเฮาส์ไม่แจ้งเตือน นั่นไม่ได้แปลว่าระบบเราห่วย... แต่มันแปลว่า *มีหนอน* อยู่ในตึกนี้ต่างหาก"
คำพูดนั้นทำให้รินทร์เบิกตากว้าง ความเย็นเฉียบแล่นริ้วขึ้นมาจากสันหลังวาบ หนอนกระบะ? ในสถานที่ที่มีเพียงเขากับพันธกานต์เนี่ยนะ?
ก่อนที่รินทร์จะได้ซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึก พร้อมกับเสียงระเบิดตูมสนั่นที่ดังมาจากชั้นล่าง แรงสั่นสะเทือนทำให้ข้าวของบนโต๊ะทำงานร่วงหล่นลงมาแตกกระจาย พันธกานต์ดึงรินทร์เข้าไปหลบหลังเสาคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักอาวุธปืนพกประจำกายออกมาขึ้นลำกล้องด้วยความชำนาญ
ในความมืดที่สว่างวาบด้วยแสงไฟฉุกเฉิน พันธกานต์ก้มลงกระซิบข้างหูของรินทร์ น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความเล่นหัว มีเพียงความเด็ดขาดและดุดันที่พร้อมปกป้อง
"อยู่ข้างหลังผม ห้ามห่างแม้แต่ว้าวเดียว..."
ก๊อกๆ... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังวิ่งขึ้นมาตามบันไดทางหนีไฟ พร้อมกับเสียงปืนที่ดังรัวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พันธกานต์หันไปสบตากับรินทร์ที่กำลังเม้มปากแน่น หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวในจังหวะเดียวกัน ทว่าก่อนที่ประตูห้องควบคุมจะถูกพังเข้ามาด้วยแรงกระแทกจากภายนอก หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เคยดับไป กลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่ชั้นล่าง... ภาพของบุคคลที่พวกเขาไม่มีวันคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ•ตอนที่ 11
คำเตือนจากเงามืด
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!