เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ•ตอนที่ 12

สัญชาตญาณปกป้อง

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เปรี้ยง! เสียงกระสุนเจาะทะลุกรอบประตูไม้สนอัดดังสนั่นหวั่นไหว เศษขี้เลื่อยและฝุ่นผงปลิวว่อนคละคลุ้งไปทั่วห้องควบคุมที่มืดทึบ มีเพียงแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สาดสะท้อนใบหน้าเคร่งเครียดของคนทั้งคู่ "หมอบลง!" พันธกานต์คำรามลอดไรฟัน มือแกร่งพุ่งคว้าต้นแขนเรียวของรินทร์แล้วกระชากให้ทรุดตัวลงหลบหลังแนวโต๊ะคอนโซลหนาหนักอย่างไม่ใส่ใจความนุ่มนวล แรงกระแทกทำให้แผ่นหลังของรินทร์ชนเข้ากับอกกว้างของอีกฝ่ายเต็มรัก กลิ่นกายเฉพาะตัวที่เจือด้วยกลิ่นดินปืนและหยาดเหงื่อจางๆ ปะทะเข้ากับนาสิกจนแฮกเกอร์หนุ่มเผลอกลั้นหายใจ "รู้แล้วน่า! ไม่ต้องกระชากขนาดนี้ก็ได้ กระดูกผมไม่ได้ทำด้วยเต้าหู้พะยะค่ะท่านผู้คุม!" รินทร์สวนกลับทันควันแม้สถานการณ์จะบีบคั้นจนแทบไม่มีอากาศหายใจ ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนตัวโตกว่าที่ยังทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแม้ในยามกระสุนปลิวว่อน พันธกานต์แค่น "หึ" ในลำคอ สายตาคมกริบกวาดมองจอภาพกล้องวงจรปิดที่ฉายภาพชายชุดดำสามคนที่กำลังเดินเท้าเข้ามาใกล้ประตูห้องทีละนิด สัญชาตญาณดิบเถื่อนของอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองกรีดร้องเตือนภัย เขารู้ดีว่าลำพังปืนพกกระบอกเดียวในมือกับแฮกเกอร์ร่างโปร่งที่ถนัดเคาะคีย์บอร์ดมากกว่าถือปืน ไม่มีทางต้านทานกองกำลังรับจ้างมืออาชีพเหล่านี้ได้นานแน่ ปัง! ปัง! เสียงกระสุนนัดถัดมาเจาะทะลุกระจกหน้าต่างระบายอากาศ รินทร์สะดุ้งสุดตัวโดยสัญชาตญาณ มือเรียวเผลอคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตหนังของพันธกานต์ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางฝีปากกล้าเริ่มสั่นคลอนหัวใจดวงน้อย แต่กระนั้นริมฝีปากบางก็ยังไม่วายเอ่ยแขวะ "ไหนล่ะเซฟเฮาส์ไร้ทางหนีที่คุยนักคุยหนา นี่มันหลุมศพชัดๆ พันธกานต์!" "ถ้าคุณยังไม่หุบปากแล้วมาช่วยผมตั้งสติ บางทีเราอาจจะได้นอนเป็นผีเฝ้าห้องนี้ด้วยกันจริงๆ นะครับ" พันธกานต์หันมาสบตา ประกายในแววตาของชายหนุ่มไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและ... แววตาคู่หนึ่งที่จ้องมองรินทร์ราวกับอยากจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว แม้ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากันก็ตาม รินทร์ชะงักไปชั่วขณะ หัวใจที่ควรจะเต้นเพราะเสียงปืน กลับเต้นผิดจังหวะด้วยสาเหตุอื่นอย่างน่าหงุดหงิด บ้าจริง! นี่มันเวลาไหนกัน ทำไมไอ้ผู้คุมเผด็จการนี่ถึงยังมีอารมณ์มาส่งสายตาเจ้าชู้ใส่กันได้วะเนี่ย! แต่ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างคนทั้งสองจะบานปลายไปมากกว่านั้น หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่แสดงระบบควบคุมประตูนิรภัยก็ส่งเสียงเตือน *ตี๊ด* ยาว "เฮ้... ดูนี่สิ" รินทร์ปรับโฟกัสสายตากลับมาที่หน้าจออย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วแสงราวกับปาฏิหาริย์ "ระบบล็อกเกราะเหล็กชั้นที่สองกำลังทำงาน... พวกมันเจาะเข้ามาได้แค่เปลือกนอก แต่ระบบเซฟตี้ภายในยังอยู่ครบ!" "เยี่ยม แปลว่าเรามีเวลาอีกไม่กี่นาที" พันธกานต์ขยับตัวลุกขึ้นยืนครึ่งหนึ่ง มือหนาปลดเซฟปืนพกในซองคาดเอวอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกวาดมองทางหนีทีไล่ "ช่องระบายอากาศด้านหลังตู้เซิร์ฟเวอร์... คุณมุดไหวไหม?" "ไหวไม่ไหวก็ต้องไหวแล้วล่ะครับท่าน!" รินทร์กัดฟันกรวด ดันตัวเองลุกขึ้นยืนตาม พร้อมกับคว้าฮาร์ดไดรฟ์สำรองข้อมูลทั้งหมดใส่กระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็ว ทว่า... ก่อนที่ทั้งคู่จะทันได้ขยับตัวไปยังเป้าหมาย เสียงกระแทกมหาศาลก็ดังขึ้นที่ประตูหน้าห้อง! โครม! ไม้สนอัดแผ่นหนาหักสะบั้นลงพร้อมกับกลุ่มควันสีเทาและร่างของชายชุดดำสามคนที่ถือปืนกลเบาพร้อมลั่นไก แววตาของพวกมันเหี้ยมเกรียมและไร้ซึ่งความปรานี ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทเล็งตรงมาที่ร่างของพันธกานต์และรินทร์ในเสี้ยววินาทีที่สบโอกาส รินทร์เบิกตากว้าง สมองประมวลผลความตายที่อยู่ห่างไปไม่ถึงสามเมตร ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับที่ *ฟึ่บ!* สัญชาตญาณปกป้องของพันธกานต์ทำงานเร็วกว่าความคิด ชายหนุ่มพุ่งเข้าชาร์จร่างของรินทร์ให้ล้มกลิ้งหลบไปด้านข้างพร้อมกับเหนี่ยวไกปืนสวนกลับไปสามนัดซ้อน เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายชุดดำคนแรกที่ล้มฟาดพื้น แต่กระสุนอีกสองกระบอกกลับพ่นกระสุนใส่แนวบังเกอร์จนสะเก็ดไฟกระจาย "พันธกานต์!" รินทร์อุทานเสียงหลงเมื่อเห็นรอยเลือดซึมผ่านแขนเสื้อด้านซ้ายของชายหนุ่ม สีหน้าของพันธกานต์บิดเบี้ยวเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวด แต่แววตากลับยิ่งดุดันและน่ากลัวขึ้นเป็นเท่าทวี "ผมบอกแล้ว... ว่าผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนแตะต้องตัวคุณ" พันธกานต์กัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่า แต่มันเต็มไปด้วยความหนักแน่นจนคนฟังรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตาอย่างประหลาด ปากจัดจ้านแค่ไหน แต่หัวใจในอกตอนนี้กลับเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา ชายชุดดำอีกสองคนก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกระชับอาวุธในมือเตรียมปิดฉากเหยื่อทั้งสอง พันธกานต์ขยับตัวบังรินทร์ไว้มิดชิด ร่างกายสูงใหญ่เตรียมพร้อมรับมือเฮือกสุดท้ายแม้รู้ว่าโอกาสรอดริบหรี่เต็มที ทว่า ในวินาทีที่ความตายกำลังจะมาเยือน... ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนสนั่นหวั่นไหวอีกชุดหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังของกลุ่มชายชุดดำ ไม่ใช่เสียงจากห้องควบคุม แต่เป็นเสียงจากทางช่องบันไดหนีไฟที่ถูกเคลียร์จนสะอาด ร่างของชายชุดดำทั้งสองคนสะดุ้งเฮือกก่อนจะล้มฟาดลงกับพื้นทีละคนอย่างแม่นยำ ราวกับถูกปลิดชีพโดยมือปืนระดับพระกาฬ ควันจางลงเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับ ใบหน้าคมคายรับกับแววตานิ่งสนิทที่ฉายแววเยือกเย็นจนน่าขนลุก ในมือของบุคคลนั้นยังมีควันจางๆ ลอยกรุ่นออกจากปากกระบอกปืนเก็บเสียง รินทร์อ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนเหลือเชื่อ เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ก้าวเข้ามาใหม่ชัดเจน ส่วนพันธกานต์... ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากทันทีที่เห็นว่าใครคือเจ้าของกระสุนนัดนั้น "มาช้าชะมัด... นึกว่าจะปล่อยให้ฉันตายคาที่ซะอีกนะ พี่ใหญ่" พันธกานต์เอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงแววประชดประชันไว้อย่างเต็มเปี่ยม บุคคลที่ปรากฏตัวขึ้นปรายตามองน้องชายที่บาดเจ็บเล็กน้อย ก่อนจะกวาดสายตามาหยุดอยู่ที่รินทร์ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ...นี่คือจุดพลิกผันที่ไม่มีใครคาดคิด และมันกำลังจะเปลี่ยนทิศทางของเกมนี้ไปตลอดกาล! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความมันส์นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%