เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ•ตอนที่ 13

ความแตกแยกในทีม

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
หน้าจอโฮโลแกรมสามมิติสีฟ้าครามที่สะท้อนอยู่บนดวงตาคู่คมของพันธกานต์กำลังฉายข้อมูลลับระดับท็อปซีเครต์ ข้อมูลที่เพิ่งถูกส่งตรงมาจากเบื้องบนผ่านช่องทางเข้ารหัสพิเศษที่ควรจะมีเพียงเขากับผอ.หน่วยงานเท่านั้นที่รู้ แต่ทว่า... บรรทัดคำสั่งสุดท้ายที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ กลับทำให้สันจรามของเจ้าหน้าที่หนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเยือกเย็นและไร้ความปรานีถึงกับบดเข้าหากันจนขึ้นสันนูน คำสั่งสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียว แต่มีน้ำหนักมากพอที่จะพลิกสถานะของพวกเขาจาก "ผู้พิทักษ์ความยุติธรรม" ให้กลายเป็น "เป้าหมายกำจัดทิ้ง" ในชั่วพริบตา *“เป้าหมายรหัส RE-01 (รินทร์) ให้เก็บกู้ข้อมูลทั้งหมดแล้วทำการ ‘เคลียร์พื้นที่’ ทันที ห้ามให้มีพยานหลงเหลือ”* "เฮงซวยเอ๊ย..." พันธกานต์สบถลอดไรฟัน เสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยโทสะที่ถูกกดทับไว้จนน่ากลัว มือหนาที่ถือแท็บเล็ตอยู่บีบแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน เขากวาดสายตามองไปทางมุมห้อง เซฟเฮาส์ขนาดกะทัดรัดแต่เพียบพร้อมด้วยระบบป้องกันภัยหนาแน่นแห่งนี้ ในเวลานี้กลับรู้สึกเหมือนกรงขังมรณะที่กำลังแคบลงทุกที รินทร์กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกเครื่อง นิ้วเรียวราวกับศิลปินกำลังรัวพิมพ์โค้ดเพื่อเจาะระบบไฟร์อลขององค์กรตัวเองด้วยความเร็วสูง โดยไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าเงื้อมมือของมัจจุราชกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้แค่ไหนแล้ว "เลิกพยายามแฮกเข้าไปในเซิร์ฟเวอร์หลักเดี๋ยวนี้ รินทร์" พันธกานต์ก้าวฉับเข้าไปหา ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจากด้านหลัง มือหนากระชากฝาพับแล็ปท็อปของอีกฝ่ายลงปิดฉากหน้าจอโฮโลแกรมวับแวมนั่นทันทีด้วยความรวดเร็ว "เฮ้ย! คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!" รินทร์สะดุ้งสุดตัว ดีดกายลุกขึ้นยืนประจันหน้า ดวงตากลมโตฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจนริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง "ผมกำลังจะแกะรอยเส้นทางการเงินของพวกมันที่คุณบอกว่าน่าสงสัยอยู่นะ เกิดอะไรขึ้นของคุณ อยู่ดีๆ ก็สติหลุดมาพาลใส่ผมทำไม" "เราต้องไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้" น้ำเสียงของพันธกานต์ไม่มีแววหยอกล้อเหมือนทุกครั้ง มันแหบพร่า จริงจัง และแฝงความตึงเครียดชนิดที่ทำให้รินทร์ชะงักไป "ไปไหน? เซฟเฮาส์นี่ปลอดภัยที่สุดที่คุณโม้ไว้ไม่ใช่เหรอ หรือว่าคุณกลัวความจริงบางอย่างที่ผมกำลังขุดคุ้ยเจอจนตัวสั่นกันแน่ เจ้าหน้าที่พันธกานต์" รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ใช้สายตาท้าทายมองกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว ทว่าลึกๆ แล้ว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของแฮกเกอร์อัจฉริยะเริ่มส่งเสียงเตือนภัยเมื่อเห็นเหงื่อกาฬที่ซึมอยู่ตามขมับของคนตรงหน้า "ไม่ใช่เพราะผมกลัวความจริง..." พันธกานต์ก้าวเข้ามาประชิดตัว บังคับให้รินทร์ต้องถอยหลังจนสะโพชนิดติดกับขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก ทั้งโกรธ ทั้งห่วง และร้อนรนระคนกัน "แต่เป็นเพราะ... หน่วยงานที่คุณคิดว่ากำลังตามล่าอาชญากร เขาเพิ่งส่งคำสั่งด่วนที่สุดมา" รินทร์ขมวดคิ้วมุ่น "คำสั่งอะไร?" "คำสั่งเก็บกู้ข้อมูล... และกำจัดพยาน" พันธกานต์เอ่ยเสียงกระซิบพร่าข้างใบหูของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดผ่านแก้วใสทำให้รขนลุกชัน "และพยานที่ว่า... ก็คือคุณกับผมนี่แหละ รินทร์" ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศภายในห้องชั่วขณะ ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น รินทร์เบิกตากว้าง ความอีหลักอีเหลื่อและความอวดดีเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว "หมายความว่า... พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ข้อมูล แต่ต้องการฆ่าปิดปากเราตั้งแต่แรก?" เสียงของรินทร์แผ่วเบาลง ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามสันหลัง มันไม่ใช่ความกลัวตาย แต่เป็นความโกรธแค้นต่อความอยุติธรรมที่ถูกตลบหลังอย่างเจ็บแสบ "แล้วคุณล่ะ? เจ้าหน้าที่มือหนึ่งผู้จงรักภักดีต่อองค์กรมาตลอดชีวิต รู้สึกยังไงบ้างที่ถูกหักหลังแบบนี้" พันธกานต์แค่นยิ้มหยันให้กับตัวเอง แววตาคมกริบทอดมองคนตรงหน้าที่ยังคงมีแก่ใจมาประชดประชันเขาได้ในสถานการณ์คอขาดบาดตายเช่นนี้ มือหนายื่นออกไปคว้าต้นแขนเรียวของรินทร์ไว้หลวมๆ แต่แน่นหนาพอที่จะไม่ยอมให้วิ่งหนีไปไหน "ความจงรักภักดีเหรอ? ผมไม่เคยมีมันให้กับพวกหุ่นยนต์ไร้หัวใจพรรค์นั้นตั้งนานแล้ว" พันธกานต์ตอบเสียงเข้ม สายตาจริงจังไม่มีร่องรอยของการล้อเล่นแม้แต่น้อย "สิ่งเดียวที่ผมสนใจในตอนนี้... คือการลากคอไอ้เวรพวกนั้นมาลงโทษ และพาคุณออกไปจากที่นี่ให้ปลอดภัย" "ห่วงตัวเองก่อนเถอะน่า พันธกานต์ ผมดูแลตัวเองได้" รินทร์สะบัดแขนออกเล็กน้อยแต่ไม่ได้ผลักไส ร่างบางหันไปคว้ากระเป๋าเป้คู่ใจแล้วโยดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ลงไปอย่างรวดเร็ว "ถ้าเราต้องหนี เราจะไปไหน ระบบติดตามขององค์กรฝังอยู่ทุกตารางนิ้วในเมืองนี้ เราหนีไม่พ้นหรอก" "ใครบอกว่าจะหนีอยู่ในเมือง" พันธกานต์เดินไปหยิบปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติขึ้นมาตรวจเช็กกระสุนอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะยัดมันใส่มือของรินทร์ หน้าตาเฉย "ผมมีเซฟเฮาส์ลับอีกแห่งที่พวกมันไม่มีวันหาเจอ... แต่ก่อนอื่น เราต้องสลัดหางพวกมันที่กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ในอีกสามนาทีข้างหน้าให้ได้ก่อน" รินทร์รับปืนมาถือไว้ น้ำหนักของมันทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองหน้าพระเอกปากร้ายจอมเผด็จการที่ตอนนี้กลายมาเป็นพวกเดียวกันอย่างจำยอม มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่เคมีคู่กัดคู่นี้ก็ยังไม่วายที่จะส่งสายตาท้าทายใส่กัน "สามนาที? งั้นคุณต้องขับรถให้เร็วกว่าปกติหน่อยนะ พันธกานต์ เพราะถ้าเราตาย... ฉันจะตามไปหลอกหลอนคุณทุกภพทุกชาติแน่" "ปากเก่งให้ได้ตลอดเถอะน่า รินทร์" พันธกานต์คว้าข้อมือเรียวให้เดินตามไปยังประตูลับด้านหลังห้อง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายท่ามกลางความตึงเครียด "เตรียมตัวให้ดีล่ะ เพราะต่อจากนี้... ทางหนีทีไล่ไม่มีคำว่าปรานี" ทว่า... ในวินาทีที่พันธกานต์กำลังจะผลักประตูลับให้เปิดออก เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึก พร้อมกับเสียงระเบิดตูมสนั่นที่แรงอัดกระแทกจนผนังห้องสั่นสะเทือน ฝุ่นคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ไม่ถึงสามนาทีอย่างที่คิด... พวกมันมาถึงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ประตูกลหลักด้านหน้าถูกระเบิดจนพังยับเยิน ควันไฟพวยพุ่งออกมา พร้อมกับเงาร่างของหน่วยจู่โจมพิเศษนับสิบชีวิตในชุดเกราะสีดำสนิทพร้อมอาวุธครบมือที่ก้าวเข้ามาในห้อง และตรงหน้าสุดของแถวคือชายในชุดสูทเนี้ยบ ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกที่รินทร์จำได้แม่นว่าเป็นมือขวาคนสนิทของผอ. "จบเกมแล้วล่ะ พันธกานต์... นายท่านฝากมาบอกว่า การทรยศมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความมันส์นี้นะครับ โปรดติดตามตอนต่อไปว่าทั้งคู่จะฝ่าวงล้อมมรณะนี้ไปได้อย่างไรครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%