เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ•ตอนที่ 14

รอยเท้าในป่าเขา

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
"จบเกมแล้วล่ะ พันธกานต์... นายท่านฝากมาบอกว่า การทรยศมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ" เสียงคลื่นวิทยุที่ขาดๆ หายๆ ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าแบตเตอรี่เครื่องส่งสัญญาณกระเป๋าหิ้วเครื่องนั้นจะถูกพันธกานต์โยนลงกองไฟจนแผดเผากลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วก็ตาม ควันสีเทาพวยพุ่งขึ้นสู่เรือนยอดไม้ทึบหนาของผืนป่าดิบชื้น บรรยากาศรอบตัวในเซฟเฮาส์ชั่วคราว—กระท่อมไม้รกร้างกลางหุบเขาที่แทบไม่มีใครย่างกราย—เงียบสงบจนได้ยินเสียงหยดน้ำค้างเกาะตามใบไม้ร่วงหล่นกระทบพื้นดิน รินทร์นั่งกอดเข่าอยู่บนลังไม้เก่าๆ ใกล้หน้าต่างที่บานพับขึ้นสนิม ดวงตากลมโตจ้องมองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังงวดยุ่กับการซ่อมแซมกลอนประตูไม้ผุๆ ด้วยประแจปากตายเก่าๆ พันธกานต์ในยามนี้ไม่มีมาดเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองผู้เนี๊ยบกริบ เสื้อเชิร์ตสีเข้มชุ่มโชกไปด้วยคราบเหงื่อและรอยเขม่าดินปืน แขนเสื้อพับขึ้นเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นตึงและรอยแผลเป็นจางๆ จากภารกิจก่อนหน้า "เลิกมองหน้าผมแบบนั้นสักทีรินทร์ ถ้าคุณคิดว่าผมจะปล่อยให้ตัวเองถูกเก็บง่ายๆ ในป่าเฮงซวยนี่ล่ะก็... บอกไว้ก่อนเลยว่าฝันไปเถอะครับ" พันธกานต์เอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดเล็กน้อยตามประสาคนรักความสมบูรณ์แบบ แต่แฝงความเหนื่อยล้าไว้ชัดเจน "ใครมองนายกัน อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยพันธกานต์" รินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แววตากลับไหววับ "ฉันแค่นั่งคำนวณอยู่ว่า กระสุนในแมกกาซีนปืนพกของคุณ กับเสบียงแห้งก้นย่ามอันน้อยนิดเนี่ย อย่างไหนจะหมดเร็วกว่ากัน... ระหว่างพวกเราอดตาย กับถูกมือปืนของนายท่านส้นตีนนั่นตามมาเจอ" พันธกานต์วางประแจในมือลงเสียงดัง *กริ๊ก* เขาหมุนตัวกลับมาจ้องหน้าแฮกเกอร์ฝีปากกล้า ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวด้วยฝีเท้าเงียบกริบแบบมืออาชีพ ก่อนจะใช้มือหนาดันขอบลังไม้ที่รินทร์นั่งอยู่จนมันขยับถอยหลังไปชิดผนังไม้เก่าๆ "ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" พันธกานต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นอายฝนและควันไฟปะทะเข้ากับพวงแก้มใส รินทร์ชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างไม่รักดีแต่ก็ยังเชิดหน้าสู้สายตาคมกริบนั้น "ถ้าห่วงเรื่องเสบียงนัก ทำไมไม่เก็บแรงไว้ช่วยผมหาฟืน มากกว่ามานั่งกวนประสาทผมล่ะครับ" "ก็เพราะนายมันชอบทำตัวเป็นภาระไง เลิกเข้าใกล้ฉันได้แล้ว อากาศในป่ามันร้อนจะตายอยู่แล้วยังจะมาทำตัวติดหนึบเป็นตังเมอยู่ได้" รินทร์เบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่อันตรายต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ฝ่ามือบางดันลาดไหล่กว้างให้ออกห่าง แต่ทว่าคนตัวโตกว่ากลับไม่มีทีท่าจะขยับ แถมยังกระตุกยิ้มมุมปากที่ดูเจ้าเล่ห์อย่างร้ายกาจ "ร้อนเหรอครับ? แต่ตัวคุณนี่สิ... ทั้งสั่นทั้งเย็นเฉียบ" พันธกานต์จงใจกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงทุ้มพร่าเปลี่ยนเป็นอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว "กลัวเหรารินทร์... กลัวว่าเราจะออกไปจากที่นี่ไม่ได้ หรือว่ากลัวใจตัวเองที่ช่วงนี้เริ่มมองผมไม่เหมือนเดิมกันแน่" "ไอ้...!" รินทร์ตวัดสายตากลับมาหมายจะด่ากราดให้สมกับความปากเสีย แต่คำพูดทั้งหมดกลับกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านของคนตรงข้ามเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากให้อย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับภาพลักษณ์ดุจพญาอินทรีย์ผู้เย็นชาโดยสิ้นเชิง ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนและเสียงฝนปรอยๆ เริ่มโปรยปรายลงมากระทบหลังคาสังกะสีด้านนอก บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความตึงเครียดของการเอาชีวิตรอด กลายเป็นความอึดอัดหวามไหวที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในอก ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าสถานการณ์ข้างนอกนั้นอันตรายเพียงใด ป้ายประกาศจับและคำสั่งเก็บกวาดจากองค์กรกำลังไล่ล่าพวกเขาเข้ามาทุกที แต่ ณ วินาทีนี้ โลกทั้งใบราวกับเหลือเพียงคนสองคนที่ติดอยู่ในกรงขังกลางป่าลึก "เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที..." พันธกานต์กระซิบแผ่วเบา ดวงตาคมกริบฉายแววความคลั่งรักที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความแข็งกระด้างมานาน "ต่อให้คนทั้งโลกบอกว่าเราต้องตายที่นี่ ผมก็ไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเส้นผมของคุณแม้แต่เส้นเดียว... จำใส่สมองเอาไว้ด้วย รินทร์" คำประกาศิตที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุดแต่กลับทำให้หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นระรัวอย่างไร้เหตุผล รินทร์เม้มริมฝีปากแน่นพยายามดึงสติที่หลุดลอยกลับมา "นายมันบ้า..." "ครับ ผมมันบ้า... บ้าเพราะคุณคนเดียวนั่นแหละ" พันธกานต์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะผละตัวออกไปหยิบเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวเก่าๆ มาโยนใส่ตักคนปากแข็ง "ใส่ซะ ฝนเริ่มตกหนักแล้ว เดี๋ยวไข้ขึ้นแล้วผมจะไม่มีแรงมาต่อปากต่อคำกับคุณ" รินทร์รับเสื้อแจ็คเก็ตตัวโคร่งมาสวมด้วยความจำยอม กลิ่นอายเฉพาะตัวของอีกฝ่ายจางๆ ลอยอบอวลติดเนื้อผ้า ทำให้รู้สึกอุ่นใจอย่างน่าประหลาด ทั้งสองคนช่วยกันลากโต๊ะไม่ไมาขวางประตูกั้นไว้อีกชั้นเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งพักผ่อนบริเวณมุมห้องที่แห้งที่สุด ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลทำให้ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่ากลัวเหมือนก่อนหน้า เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งความมืดมิดเข้าปกคลุมผืนป่า เสียงฟ้าร้องคำรามดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับสายฝนที่กระหน่ำเทลงมาอย่างหนักหน่วง รินทร์ขยับตัวหนีความเย็นเยียบที่เล็ดลอดเข้ามาตามรอยแตกของผนังไม้โดยไม่รู้ตัว ร่างบางเผลอเอียงตัวไปพิงลาดไหล่กว้างของคนที่นั่งเฝ้าเวรยามอยู่ข้างๆ อย่างเผลอไผล พันธกานต์ชะงักไปเล็กน้อย เขาก้มมองคนตัวเล็กที่เริ่มเคลิ้มหลับด้วยความอ่อนเพลีย แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ร่างสูงขยับตัวจัดท่านั่งให้รินทร์ได้พิงซบอย่างสบายขึ้น พร้อมกับใช้แขนโอบไหล่บางเอาไว้หลวมๆ เพื่อไออุ่น ท่ามกลางเสียงพายุโหมกระหน่ำด้านนอก เซฟเฮาส์หลังเล็กนี้กลับกลายเป็นเกราะคุ้ม1กันอันอบอุ่นที่ทรงพลังที่สุด ทว่า ความสงบสุขมักอยู่กับพวกเขาไม่นานนัก... ท่ามกลางเสียงสายฝนและเสียงลมพัดกรรโชก หูอันเฉียบคมของอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองกลับจับพิรุธบางอย่างได้ พันธกานต์สะดุ้งสุดตัว ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังทิศทางของหน้าต่างบานเล็กที่ถูกปิดตาย *เสียงฝบไม้แห้งถูกเหยียบ...* ไม่ใช่เสียงสัตว์ป่าแน่นอน น้ำหนักและจังหวะก้าวเดินนั้นช่างสม่ำเสมอและระมัดระวังเกินไป รินทร์สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากร่างของคนข้างกาย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นพันธกานต์ยกนิ้วขึ้นแนบปากเป็นเชิงห้ามส่งเสียง พร้อมกับมืออีกข้างที่เอื้อมไปปลดล็อกเซฟตี้ปืนพกในซองคาดเอวอย่างรวดเร็ว แสงไฟฉายวูบวาบสาดส่องลอดผ่านรอยแตกของผนังไม้เข้ามาภายในห้อง มุ่งตรงมายังหน้าต่างที่พวกเขานั่งหลบอยู่... และก่อนที่ใครจะได้ทันขยับตัว เสียงเคาะเบาๆ สามครั้งที่บานประตูก็กรีดแทรกเสียงฝนเข้ามา พร้อมกับเสียงทุบกระจกแตกเพล้ง และปลายกระบอกปืนเก็บเสียงที่จ่อทะลุกรอบหน้าต่างเข้ามาตรงหน้าผากของพันธกานต์พอดีเป๊ะ! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%