เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ•ตอนที่ 15

เปิดใจผ่านรหัสลับ

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมของพันธกานต์ จนเกิดเงาทอดatยาวบนผนังห้อง บรรยากาศรอบตัวในเซฟเฮาส์ยามนี้เงียบงันเสียจนได้ยินเสียงจังหวะการหายใจของกันและกัน หน้าจอแล็ปท็อปตรงหน้าสว่างวาบด้วยชุดโค้ดโปรแกรมสีเขียวมรกตที่รินทร์กำลังพิมพ์รัวด้วยความเร็วสูง ทว่าเสียงกระทบแป้นพิมพ์กลับไม่อาจกลบความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในอากาศได้ "หยุดพิมพ์สักวินาทีได้ไหมครับรินทร์ เสียงมันรบกวนสมาธิคนจะหายใจ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พันธกานต์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมกริบไม่ได้มองหน้าจอ แต่กลับจ้องมองคนตัวเล็กที่นั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าโต๊ะทำงานมาหลายชั่วโมง รินทร์ชะงักนิ้วมือที่กำลังเคาะโค้ดบรรทัดสุดท้าย เขาถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะหันขวับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด "ถ้าเสียงมันรบกวนนัก คุณก็ออกไปนั่งข้างนอกสครับพันธกานต์ นี่ห้องทำงานผม" "ห้องนี้เป็นเซฟเฮาส์ในความดูแลของผม และคุณคือเปราะบาง... เอ่อ หมายถึงผู้ต้องหาสำคัญที่ผมต้องประกบติดทุกฝีก้าว" พันธกานต์ยักคิ้วกวนประสาท มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มแบบที่รินทร์อยากจะคว้าแก้วกาแฟสาดใส่หน้าสักทีสองที "ผู้ต้องหาบ้าบออะไร นั่งแฮกข้อมูลช่วยพวกคุณจนตาจะแฉะอยู่แล้วเนี่ยนะ" รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบตวัดมองด้วยความหมั่นไส้ "ปากดีแบบนี้ ตั้งแต่เด็กจนโต คงไม่เคยโดนใครกระทืบสั่งสอนล่ะสิครับท่านผู้กอง" คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้พันธกานต์โกรธอย่างที่ควรจะเป็น กลับกัน แววตาคมกริบของนายตำรวจหนุ่มกลับไหววูบลงชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเด "เคยสครับ..." พันธกานต์เอ่ยเสียงแผ่วเบาจนแทบกระซิบ เขายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย จนรินทร์ต้องเผลอขยับถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "ตอนอายุสิบสอง... วันที่ผมยืนมองคนกลุ่มหนึ่งพังบ้านของครอบครัวเพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางการเมือง พ่อผมเลือกที่จะเงียบเพื่อรักษาเกียรติยศ ส่วนแม่... เลือกที่จะเดินหนีไปจากความอัปยศนั้น" รินทร์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อได้ยินประโยคเรียบเรื่อยแต่นัยน์ตาของอีกฝ่ายกลับว่างเปล่าจนน่าใจหาย ความเย่อหยิ่งจอมเผด็จการที่เคยเห็นหายวับไปกับตา เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่แบกรับแผลเป็นในอดีตไว้จนหลังแอ่น "ผมเข้าใจความรู้สึกนั้นดี..." รินทร์เผลอหลุดปากเสียงเบา สีหน้าที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว เขาก้มมองมือตัวเองที่กำเข้าหากันแน่นบนตัก "วันที่สำนักงานกฎหมายของพ่อผมถูกจัดฉากว่าโกงภาษี เพราะเขาดันไปขุดคุ้ยสัญญาซื้อขายอาวุธเถื่อนของนักการเมืองใหญ่... วันนั้นผมอายุสิบห้า ยืนถือกล่องกระดาษใส่ข้าวของไม่กี่ชิ้น มองตำรวจที่มารับสินบนเดินยิ้มร่าออกจากบ้าน" บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กำแพงความระแวงที่ทั้งคู่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย ความเงียบที่เคยอึดอัด กลับกลายเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความเข้าใจลึกซึ้งผ่านรอยแผลที่คล้ายคลึงกัน พันธกานต์ทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าลงข้างเก้าอี้ที่รินทร์นั่งอยู่ มือหนายื่นออกไปช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นแตะเบาๆ ที่หลังมือของรินทร์ที่กำลังสั่นน้อยๆ โดยไม่มีทีท่าคุกคาม รินทร์สะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ชักมือหนี ปล่อยให้ความอบอุ่นนั้นแผ่ซ่านเข้ามาในความหนתเหน็บ "คุณเก่งมากนะครับรินทร์" พันธกานต์เงยหน้าขึ้นสบตา น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังไม่มีแววหยอกล้อ "ที่ผ่านมา... คงเหนื่อยมากสินะครับ" รินทร์รู้สึกเหมือนขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความอ่อนแอ แต่ใบหูที่แดงก่ำกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด พันธกานต์เห็นเช่นนั้นก็หลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่รินทร์เคยได้ยินจากปากผู้ชายคนนี้ "เลิกทำตัวเป็นพ่อพระสักทีได้ไหมครับ มันขนลุก" รินทร์แกล้งทำเป็นเฉไฉ ดึงมือตัวเองกลับแล้วผลักไหล่กว้างเบาๆ แต่แรงผลักนั้นกลับทำให้พันธกานต์โน้มตัวเข้าไปใกล้มากขึ้น จนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรู้สึกได้ถึงความสั่นไหวในหัวอก ดวงตาคมกริบของพันธกานต์พินิจมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีเรื่ออย่างไม่วางตา ปลายนิ้วแกร่งเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของรินทร์แผ่วเบา สัมผัสกึ่งบังคับกึ่งทะนุถนอมทำเอาสติของแฮกเกอร์หนุ่มกระเจิงไปไกล "ถ้าผมบอกว่า... ต่อจากนี้จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายคุณอีกแล้ว ผมพูดจริงนะครับ" พันธกานต์กระซิบชิดริมหิมะฝีปาก เสียงทุ้มพร่าสะท้านสะเทือนถึงก้นบึ้งหัวใจ รินทร์อ้าปากจะเถียงกลับด้วยคำพูดจิกกัดตามนิสัย ทว่ายังไม่ทันได้เปล่งเสียงสักแฮก... *ปัง! เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงตะโกนโกลาหลและสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่กะพริบวาบไปทั่วทั้งเซฟเฮาส์!* "ท่านผู้กองครับ! ระบบรักษาความปลอดภัยภายนอกถูกเจาะ! มีคนกำลังบุกเข้ามา!" เสียงลูกน้องของพันธกานต์ตะโกนลั่นผ่านเครื่องวิทยุสื่อสารที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน พันธกานต์ผุดลุกขึ้นยืนทันที แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบขาดดุดันในเสี้ยววินาที เขากระชากปืนพกออกจากซองคาดเอวขึ้นมาปลดล็อกสไลด์อย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหันมามองรินทร์ที่กำลังลุกขึ้นยืนตามด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "อยู่ข้างหลังผม..." พันธกานต์คว้าข้อมือรินทร์ให้มาหลบอยู่ด้านหลัง สัมผัสอุ่นร้อนนั้นดึงสติให้รินทร์รู้ตัวว่าอันตรายกำลังมาเยือนถึงหน้าประตู ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ขยับตัวไปไหน ประตูห้องทำงานไม้สักก็ถูกระเบิดตูมใหญ่จนเศษไม้กระจายว่อน! ควันสีขาวพวยพุ่งคละคลุ้ง พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ในชุดยุทธวิธีสีดำสนิทก้าวเข้ามา พร้อมกระบอกปืนกลที่เล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่... และรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนั้น ทำให้เลือดในกายของรินทร์เย็นเฉียบลงทันที ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ทางหนี กับผู้คุมจอมเผด็จการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%