กุนซือหญิงในยุคสีชาดกับท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น•ตอนที่ 20

กลิ่นอายความรักที่ก่อตัว

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นควันดินปืนและคราบเขม่าสีดำที่คละคลุ้งในอากาศ ยามนี้ถูกสายฝนห่าใหญ่ที่กระหน่ำซัดลงมาจากฟากฟ้ายามวิกาลชะล้างจนเกิดเป็นกลิ่นอายดินชื้นและกลิ่นโลหะจางๆ บรรยากาศภายในโกดังร้างแห่งนี้กดดันจนแทบหยุดหายใจ เศษซากประตูเหล็กกล้าที่บิดเบี้ยวจากการระเบิดยังคงส่งควันจางๆ ออกมาตัดกับแสงไฟนีออนสลัวภายนอก หลินเฟยฉีไม่แม้แต่จะขยับกายถอยหลัง นางยังคงยืนนิ่งสงสง่าอยู่ในชุดโค้ทผ้าทวีดสีชาดเข้ารูป ร่างระหงสะท้อนเงาภายใต้แสงสลัว แววตาคู่คมกริบดั่งกวางป่ามองผ่านกลุ่มควันไปยังร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบทหารยศสูงเด่นที่ก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลราวกับพญาอินทรีที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ "ไม่คิดเลยว่า... สหายเก่าที่ฝังร่างไว้ในสุสานหลวงแห่งต้าเฉินเมื่อสิบปีก่อน จะยังมีลมหายใจมาเดินเฉิดฉายอยู่ในโลกยุคปัจจุบันแห่งนี้... ฉินหาน" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยดังขึ้นจากผู้มาใหม่ นามของเขาคือ "ลู่เจี้ยนเฉิง" อดีตรองแม่ทัพผู้เคยเคียงบ่าเคียงไหล่ในกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ ทว่าในยุคสมัยใหม่นี้ เขากลับสวมเครื่องแบบของหน่วยความมั่นคงพิเศษ พร้อมด้วยแววตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความริษยาและอำนาจมืดที่สั่งสมมาเนิ่นนาน ฉินหานก้าวขึ้นมาบังร่างบางของหลินเฟยฉีไว้ครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างแกร่งแผ่ไอเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี แววตาของท่านอ๋องในร่างชายหนุ่มยุค 80 วาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ร่างกายของเขากระชับปืนพกในมือแน่น เส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปนขึ้นตามแรงอารมณ์ "ลู่เจี้ยนเฉิง... เจ้ายังไม่ตาย สมควรหลบซ่อนตัวเป็นสุนัขลอบกัดไปตลอดกาลเสียมากกว่าที่จะมาเหยียบสถานที่แห่งนี้" ฉินหานเอ่ยเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงนั้นเย็นชาจนหยาดฝนที่สาดกระเซ็นเข้ามาแทบจะกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง หลินเฟยฉีเอื้อมมือเรียวขาวดั่งหยกไปแตะที่ชายเสื้อโค้ทของฉินหานเบาๆ เป็นการส่งสัญญาณเตือนสติ สัมผัสแผ่วเบานั้นราวกับกระแสลมอันอ่อนโยนที่พัดผ่านแผ่นหินผาอันแข็งกร้าว กล้ามเนื้อที่ตึงเครียดของฉินหานผ่อนคลายลงเล็กน้อยโดยอัตโนมัติ ความอบอุ่นจากปลายนิ้วของนางซึมซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้าสู่ผิวหนัง แผ่ซ่านลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนาน ความเย็นชาและดุร้ายที่เคยมีเริ่มถูกแทนที่ด้วยความห่วงใยอันเงียบงัน—เขากลัว... ไม่ใช่กลัวตาย แต่กลัวว่าสตรีผู้ยืนอยู่เบื้องหลังเขาคนนี้จะต้องมาแปดเปื้อนเลือดเนื้อในเกมอำนาจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง "ท่านอ๋อง..." หลินเฟยฉีกระซิบเสียงแผ่วเบา ทว่ามั่นคง ดวงตาคู่สวยสะท้อนประกายปัญญาที่เฉียบคม "สุนัขที่ถูกปล่อยให้อดอยากมานาน ย่อมกระหายเลือดเป็นธรรมดา อย่าได้เอาพลังของท่านไปเปล่าประโยชน์กับคนเช่นนี้เลยเพคะ" ลู่เจี้ยนเฉิงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและน่ารังเกียจดังสะท้อนก้องไปทั่วโครงสร้างเหล็ก "ฮ่าๆๆ! กุนซือหลิน... ฝีปากของท่านยังคงคมกริบไม่เปลี่ยน แม้แต่ข้ามเวลามาไกลถึงยุคสมัยนี้แล้ว ท่านก็ยังคงเป็นสตรีผู้เย่อหยิ่งที่ทำให้บุรุษทั่วหล้าต้องสยบ น่าเสียดาย... ที่วันนี้ ดอกไม้ประดับปัญญาเช่นท่านจะต้องมาจบชีวิตลงพร้อมกับอดีตท่านอ๋องผู้ไร้แผ่นดิน!" สิ้นคำพูดของลู่เจี้ยนเฉิง ทหารในชุดเครื่องแบบสีดำนับสิบคันก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาจากความมืด ปลายกระบอกปืนนับไม่ถ้วนถูกยกขึ้นเล็งตรงมายังจุดที่ฉินหานและหลินเฟยฉีืนอยู่ทันที บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุดราวกับสายธนูที่ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ พร้อมที่จะขาดผึ่งได้ทุกเมื่อ ทว่า ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ฉินหานกลับไม่แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ก้าวออกไปบังร่างของหลินเฟยฉีไว้จนมิด พร้อมกับยกมือซ้ายขึ้นส่งสัญญาณลับบางอย่างที่สืบทอดมาจากกองทัพโบราณ ทันใดนั้น ไฟฟ้าภายในโกดังทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกัน! *เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่าคำรามก้อง* ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าในความมืดนั้น เสียงการเคลื่อนไหวและการปะทะกันอย่างดุเดือดก็เริ่มต้นขึ้น ฉินหานเคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งเงาพยัคฆ์ เขาพุ่งเข้าประชิดตัวทหารนายแรก ปลอกมีดพกกระทบกับกระดูกดังกร๊อบก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดฮวบลงอย่างไร้เสียง หลินเฟยฉีเองก็ไม่ได้ยืนรอความช่วยเหลือ นางใช้ความคุ้นเคยกับภูมิประเทศในโกดังและปฏิกิริยาที่รวดเร็ว หลบหลีกกระสุนปืนที่สาดสะเปะสะปะได้อย่างงดงามราวกับการร่ายรำท่ามกลางหิมะโปรصول กลิ่นอายความรักที่กำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางสมรภูมิเลือดนี้ช่างลึกซึ้งและหนักแน่น ฉินหานไม่เพียงแต่ปกป้องตนเอง แต่ทุกย่างก้าวของการต่อสู้ของเขาคือการกันไม่ให้กระสุนหรือคมมีดใดๆ เข้าใกล้รัศมีของหลินเฟยฉีแม้แต่น้อย มือแกร่งที่เคยสังหารผู้คนมานับไม่ถ้วน ยามนี้กลับเอื้อมไปโอบกระชับเอวบางของนางแน่นขึ้นเมื่อต้องวิ่งฝ่ากระสุนไปยังมุมอับของตึก ความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกชาถูกถ่ายทอดผ่านฝ่ามือที่กุมมือเรียวของนางไว้แน่น ราวกับจะบอกว่าต่อให้ฟ้าถล่มลงมา เขาก็จะไม่ยอมปล่อยมือนี่เด็ดขาด "ตามข้ามา..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ข้างแก้มทำให้หัวใจของอดีตกุนซือหญิงที่เคยนิ่งสงบดั่งน้ำในบึงลึก กลับไหววูบราวกับถูกสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน ทั้งสองหลบหนีเข้ามายังห้องควบคุมลับชั้นในของโกดัง ฉินหานดันร่างบางให้หลบอยู่หลังตู้เหล็กหนา ก่อนที่เขาจะรีบปิดล็อกประตูและกดกลไกฉุกเฉินเพื่อตัดขาดเส้นทาง การปะทะกันภายนอกยังคงดำเนินต่อไปด้วยเสียงปืนที่ดังเป็นระยะ แต่ภายในห้องแคบๆ แห่งนี้ กลับมีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ และไออุ่นจากร่างกายของกันและกันที่แนบชิด หลินเฟยฉีเงยหน้าขึ้นสบตากับฉินหานในความสลัว แววตาของเขาที่มักจะว่างเปล่าและดุร้าย ยามนี้กลับเต็มไปด้วยความอาทรและความกังวลที่ปิดไม่มิด นิ้วมือเรียวของนางค่อยๆ เอื้อมขึ้นไปแตะรอยแผลจางๆ ที่ข้างแก้มของเขา ซึ่งเกิดจากการเฉียดฉิวของกระสุนเมื่อครู่ "ท่านบาดเจ็บ..." นางเอ่ยเสียงเบา ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นในอก—ความรู้สึกที่นางไม่เคยมีให้ใครมานานนับสิบปี ฉินหานกุมมือของนางที่แนบอยู่บนแก้มของเขาไว้แน่น กดฝ่ามืออุ่นๆ นั้นให้แนบชิดยิ่งขึ้น ดวงคมเข้มจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของนาง ราวกับต้องการอ่านความรู้สึกทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ภายใน "ข้าไม่เป็นไร... ขอเพียงเจ้าปลอดภัย ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของข้าในภพชาตินี้ ข้าก็ยินดี" คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา ไร้ซึ่งคำหวานซึ้งลิ้น แต่มันกลับตราตรึงอยู่ในหัวใจของสตรีผู้ผ่านศึกมาโชกโชนอย่างหลินเฟยฉีจนหยาดน้ำตาคลอหน่วยอย่างลืมตัว ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศแห่งความรักและความผูกพันกำลังหลอมละลายกำแพงในใจของทั้งสองคนให้เป็นหนึ่งเดียว เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องควบคุมลับ—มันไม่ใช่เสียงของทหารรับจ้างภายนอก และไม่ใช่เสียงของลู่เจี้ยนเฉิง! แต่มันคือเสียงเคาะสามครั้งเป็นจังหวะประหลาด—จังหวะที่เคยใช้สื่อสารกันเฉพาะใน "ตำหนักลับแห่งองค์รัชทายาท" เมื่อชาติภพก่อน! ฉินหานชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุดในพริบตาเดียว มือที่กุมมือหลินเฟยฉีอยู่กระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ขณะที่ประตูเหล็กหนาค่อยๆ ถูกดันเปิดออกด้วยแรงผลักจากภายนอก เผยให้เห็นเงาร่างหนึ่งในชุดสูทสีเข้มสไตล์จีนโบราณประยุกต์ พร้อมรอยยิ้มปริศนาที่เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าใคร— "ไม่พบกันนานนะ... ท่านพี่ และ... กุนซือคนเก่งของข้า" *** ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางข้ามมิติเวลามา1วาระแล้วนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความเข้มข้นในตอนนี้ค่ะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงในยุคสีชาดกับท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%