"สมุดบัญชีสามเล่มนี้ หายไปจากหีบเก็บเอกสารของกรมเสบียงได้อย่างไร... หรือใต้เท้าเซี่ยจะคิดว่า ข้าเป็นคนยักยอกมันไปเองกับมือคะ?"
น้ำเสียงของหลินเฟยฉีราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงใหญ่ยามไร้ลม ทว่าแฝงไว้ด้วยคมมีดซ่อนเร้นที่พร้อมจะกรีดแทะกระดูกของผู้ฟังให้แหลกละเอียด นางสวมชุดคลุมสตรีจีนโบราณปักลายเหมันต์สีชาดตัดกับเสื้อโค้ทสักหลาดหนานุ่มสไตล์ยุคแปดสิบอย่างประณีต งดงามจนผู้คนรอบข้างแทบไม่กล้าสบตาตรงๆ แต่สิ่งที่สะดุดตยิ่งกว่าอาภรณ์หรูหรา กลับเป็นสมุดปกกระดาษสาเก่าคร่ำคร่าสามเล่มที่ถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักทองตรงหน้า เสียงกระแทกเบาๆ นั้นดังสะท้อนก้องกังวานในห้องทำงานยามวิกาลที่อัดแน่นไปด้วยข้าราชการระดับสูง
ใต้เท้าเซี่ย—ขุนนางเฒ่าผู้มีใบหน้าย่นย้อยราวกับเปลือกไม้แห้ง หัวเราะในลำคอด้วยความเย้ยหยัน ดวงตาหรี่เล็กพิจารณาร่างระหงของกุนซือหญิงผู้ก้าวขึ้นมามีอำนาจล้นมือในชั่วข้ามคืน
"ใต้เท้าหลิน... ปากกาพู่กันในมือท่านเขียนได้ทั้งประกาศิตและคำพิพากษา ใครเล่าจะกล้ากล่าวหาท่านตรงๆ แต่บัญชีลับของกองเสบียงค่ายทหารภาคเหนือ ที่ระบุยอดเงินเบิกจ่ายเกินจริงนับหมื่นหยวนเล่มนี้ กลับถูกพบซุกซ่อนอยู่ใต้ชั้นหนังสือในห้องทำงานส่วนตัวของท่านเอง ท่านจะอธิบายแก่เบื้องบนว่าอย่างไรเล่า หรือท่านคิดว่าอำนาจของท่านอ๋องฉินหาน จะคุ้มกะลาหัวท่านพ้นจากความผิดฐานทุจริตคดโกงแผ่นดินนี้ได้?"
นี่ไม่ใช่การสุ่มตรวจ... แต่มันคือ ‘การดักรอ’ ของศัตรูที่รู้ความเคลื่อนไหวของพวกเขาตั้งแต่ก้าวแรก!
เฟยฉีกวาดสายตาคมกริบมองไปยังกลุ่มขุนนางที่ยืนล้อมรอบ พวกเขาล้วนเป็นสุนัขรับใช้ของตระกูลใหญ่ฝั่งตรงข้าม แววตาของแต่ละคนฉายความสะใจและกระหายอำนาจอย่างไม่ปิดบัง พวกมันจงใจเลือกเวลานี้ ยามที่ฉินหานต้องเดินทางไปตรวจราชการลับทางตอนเหนือ เพื่อหักดิบและตัดมือตัดเท้าของนางให้สิ้นซากในคราเดียว
ทว่า หัวใจของอดีตกุนซือหญิงกลับเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมออย่างไร้ความหวาดกลัว นางค่อยๆ ยกมือขึ้นจัดสาบเสื้อโค้ทให้เข้าที่อย่างใจเย็น ท่วงท่าสง่างามราวกับกำลังเลือกชมเครื่องประดับในร้านทองคำหลวง ไม่ใช่การยืนอยู่ต่อหน้าข้อกล่าวหาที่มีโทษถึงประหารชีวิต
"ใต้เท้าเซี่ยช่างรอบคอบยิ่งนัก... เสียดายแต่ว่า ความรอบคอบของท่านกลับมีรอยรั่วที่โง่เขลาเสียเหลือเกินนะคะ" เฟยฉีเอ่ยเสียงพร่าเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบ นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะไม้ทีละน้อย กลิ่นหอมจางๆ ของดอกออสแมนตัสผสมกลิ่นหมึกจีนลอยกรุ่นจากกายสาว "ท่านบอกว่าสมุดบัญชีสามเล่มนี้ซุกซ่อนอยู่ใต้ชั้นหนังสือของข้าอย่างนั้นหรือ?"
"ถูกต้อง! พยานบุคคลยืนยันชัดเจน!"
"น่าเสียดายจริงๆ นะคะ..." เฟยฉีแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกขึ้นเล็กน้อย คล้ายดอกไม้พิษที่กำลังเบ่งบานในยามราตรี "เพราะสมุดบัญชีของกรมเสบียงแท้จริงนั้น ใช้กระดาษสาหมึกครามนำเข้าจากเมืองเจียงหนาน มีตราประทับลับรูปใบบัวหลวงฝังลายน้ำซึ่งมีเพียงกรมคลังเท่านั้นที่ครอบครอง... แต่สมุดปลอมสามเล่มนี้ กลับใช้กระดาษฟางรีไซเคิลเกรดต่ำที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรมชานเมืองในยุคปัจจุบัน แม้แต่กลิ่นหมึกยังเป็นเคมีสังเคราะห์ราคาถูก... ใต้เท้าเซี่ย ท่านเอาหลักฐานตบตาเด็กสามขวบเช่นนี้ มาปรักปรำข้า มิถือว่าดูถูกสติปัญญาของราชสำนักหรอกหรือคะ?"
สีหน้าของใต้เท้าเซี่ยเปลี่ยนสีทันที จากความมั่นใจกลายเป็นซีดเผือด เขารีบก้มลงคว้าสมุดบัญชีขึ้นมาพลิดูด้วยมือที่สั่นเทา เมื่อพบว่าเนื้อกระดาษและตราประทับเป็นของปลอมอย่างที่นางกล่าวอ้างจริงๆ เหงื่อกาฬก็ผุดพรายเต็มขมับ
"เจ้า... เจ้าจัดฉาก!" ขุนนางเฒ่าชี้หน้าตบโต๊ะเสียงดังลั่น
"ข้าต่างหากที่ต้องถามว่า... ใครกันแน่ที่พยายามยัดเยียดความผิดนี้?"
เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น ดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายจากขุมนรกดังแทรกขึ้นจากความมืดที่ประตูห้อง ประตูไม้สักบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ททหารสีดำสนิทของฉินหานก้าวเข้ามา ไอสังหารแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วห้องจนอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ดวงคมปลาบกวาดตามองกลุ่มขุนนางทรยศด้วยแววตาดุร้ายไร้ความปรานี ราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังจ้องมองเหยื่อในกรงเล็บ
ใต้เท้าเซี่ยและพรรคพวกเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นทันทีด้วยความหวาดกลัว ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบไม่เหลือแรงยืนเมื่อตระหนักว่า ท่านอ๋องผู้ควรจะอยู่ห่างออกไปนับร้อยลี้ เหตุใดจึงมายืนอยู่ตรงนี้ในเวลาวิกาลเช่นนี้ได้!
ฉินหานไม่ชายตามองพวกมันแม้แต่น้อย ร่างสูงก้าวตรงดิ่งเข้ามาหาหลินเฟยฉี มือหนาเอื้อมมาโอบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์และปกป้อง ไออุ่นจากกายแกร่งถ่ายเทผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนเฟยฉีรับรู้ได้ถึงหัวใจที่เต้นรำด้วยความเดือดดาลของเขา
"เจ้ากล้าดีอย่างไร... ถึงมารังแกคนของข้า" ฉินหานเอ่ยกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงกดต่ำจนน่ากลัว
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะพลิกผันไปสู่การนองเลือด ข้ารับใช้คนสนิทนอกประตูวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่งในมือ ใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือด
"ท่านอ๋อง! ใต้เท้าหลิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ... มีพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้ ส่งตรงถึงมือท่านอ๋อง... และ... และในพระราชโองการระบุว่า..." ข้ารับใช้กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "...ให้ปลดท่านอ๋องออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังพิเศษทันที พร้อมทั้งมีคำสั่งให้จับกุมใต้เท้าหลินในข้อหากบฏ!"
ส้มหวานมิติลับขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมอำนาจอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ
กุนซือหญิงในยุคสีชาดกับท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น•ตอนที่ 15
เสียงกระซิบจากศัตรู
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงในยุคสีชาดกับท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!