กระดาษสีชาดประทับตราหยกมังกรทองร่วงหล่นลงกระทบพื้นหินอ่อนขัดมัน เสียงนั้นเบาหวิวราวกับขนนก แต่ในห้องโถงกว้างที่เงียบงันดุจป่าช้า กลับก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ข้ารับใช้ผู้นำสารตัวสั่นเทาจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเผชิญหน้ากับความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของท่านอ๋อง
ฉินหานมิได้ขยับกายแม้แต่น้อย ร่างในชุดสูทจีนโบราณสีเข้มตัดเย็บประณีตตามแบบฉบับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยุค 70 ยืนนิ่งสนิทดั่งภูผาศิลา ทว่าดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวกลับวับวามด้วยประกายอำมหิตที่พร้อมจะฉีกกระชากผู้บังอาจขวางทางให้แหลกเป็นจุล ไอสังหารแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงราวกับเข้าสู่เหมันตฤดู
"กบฏอย่างนั้นหรือ..." เสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กทุบลงบนแผ่นอก "ฮ่องเต้ช่างทรงพระปรีชาสามารถยิ่งนัก เสด็จพี่ถึงกับทรงเชื่อถือคำทูลลอยๆ ของสุนัขรับใช้ที่ไร้กระดูกสันหลัง มากกว่าโลหิตเนื้อที่เคยหลั่งรินปกป้องบัลลังก์ร่วมกันมา"
"ท่านอ๋อง โปรดระวังพระ oวาย..." ใต้เท้าหลินที่ถูกพาดพิงถึงข้อหาร้ายแรง แม้ใบหน้าจะซีดเผือดไร้สีเลือด แต่แววตายังคงมีความสุขุมนุ่มลึกตามวิสัยของขุนนางผู้ผ่านโลกมามาก เขายกมือขึ้นประสานคารวะแม้สถานการณ์จะอยู่บนปากเหวแห่งความตาย
ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดที่ราวกับสายธนูถูกดึงจนสุดแรง เสียงปรบมือเบาๆ กลับดังขึ้นสามครั้งอย่างแผ่วเบา
*แปะ... แปะ... แปะ...*
ทุกลายสายตากลับพุ่งตรงไปยังร่างระหงของหลินเฟยฉี นางสวมเสื้อคลุมผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีชาดเข้ม ชายกระโปรงยาวลากพื้นทว่าย่างก้าวกลับมั่นคงสง่างาม เรือนผมสีดำสนิทถูกเกล้าขึ้นด้วยปิ่นหยกขาวสลักลายหงส์ สติปัญญาและความเยือกเย็นที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่สวยทำให้นางดูโดดเด่นเหนือสตรีใดในยุคสมัยนี้
"ใต้เท้าหลินไม่ต้องตื่นตระหนกไปเจ้าค่ะ" เฟยฉีเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะดั่งเสียงพิณสวรรค์ แต่มั่นคงจนสามารถสงบคลื่นลมในใจผู้คนได้ "พระราชโองการฉบับนี้หาได้ส่งมาจากตำหนักมังกรแท้จริงไม่ หากแต่กลิ่นอายหมึกเจือจางและรอยประทับตราหยกที่บิดเบือนไปสามส่วนเช่นนี้... เกรงว่าเป็นฝีมือของ 'เสนาบดีจ้าว' ผู้อยากล่านกพิราบในยามที่เหยี่ยวบาดเจ็บเสียมากกว่ากระมัง"
ข้ารับใช้ผู้นำสารถึงกับหน้าถอดสี ละล่ำละลักปฏิเสธ "พระ... พระชายา โปรดอย่ากล่าววาจาพล่อยๆ นี่คือพระราชโองการจริงแท้..."
"จริงแท้หรือ?" เฟยฉีปรายตามองเศษกระดาษสีชาดบนพื้นด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นงดงามจับใจแต่กลับเยียบเย็นเสียจนคนมองรู้สึกเสียวสันหลังวาบ "หากเป็นพระราชโองการจริง เหตุใดจึงไม่มีลายพระhastของขันทีผู้ดูแลพระคลังมหาสมบัติกำกับ? เหตุใดข่าวลือเรื่องการก่อกบฏจึงแพร่สะพัดไปยังตลาดมืดก่อนที่ราชโองการจะมาถึงมือท่านอ๋องเสียอีกเล่า? ช่างเป็นการเดินทางที่รวดเร็วยิ่งกว่าม้าเรืองศตร.เสียอีกนะเจ้าคะ"
วาจาเชือดเฉือนแต่ไม่ไว้หน้าผู้ใดทำเอาบรรยากาศในห้องเงียบกริบลงไปอีก ขุนนางผู้มากเล่ห์กลในเรือนหลังหรือสนามการเมืองระดับสูงต่างรู้ดีว่า หลินเฟยฉีมิใช่สตรีอ่อนแอที่รอให้ผู้ชายปกป้อง นางคือหมากตัวสำคัญที่เดินเกมได้อย่างเฉียบคมและเลือดเย็นไม่แพ้บุรุษ
ฉินหานหันมามองสตรีข้างกาย แววตาดุร้ายที่เคยกวาดล้างศัตรูมานักต่อนักยามนี้กลับทอประกายความอ่อนโยนล้ำลึกที่ซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา มือหนายื่นออกไปแตะข้อศอกเรียวบางของนางเบาๆ เป็นเชิงสนับสนุนให้ดำเนินเกมต่อไปตามใจปรารถนา
"ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมการเมืองสกปรกเช่นนี้ เราก็ควรสนองตอบให้สมเกียรติ..." ฉินหานกล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม "เฟยฉี เจ้าอยากจัดการเรื่องนี้อย่างไร?"
"เรียนท่านอ๋อง ข่าวลือก็เปรียบเสมือนควันไฟ หากเราวิ่งไล่ดับย่อมเหนื่อยเปล่า ทางที่ดีที่สุดคือการสุมฟืนให้ไฟโหมกระหน่ำจนเผาไหม้ตัวผู้สร้างมันขึ้นมาเองเจ้าค่ะ" เฟยฉีแย้มยิ้มบางเบา ดวงตาคู่คมทอประกายเจ้าเล่ห์ "คืนนี้ ในงานเลี้ยงรับรองทูตานุทูตที่กระทรวงพิธีการ เสนาบดีจ้าวคงกำลังรอคอยที่จะเห็นพวกเราคอตกเดินเข้าคุกหลวงเป็นแน่แท้ ถ้าเช่นนั้น... เราก็ควรแต่งกายให้งดงามที่สุด แล้วไปร่วมดื่มอวยพรความพินาศของมันด้วยตนเองดีกว่ากระมังเจ้าค่ะ"
นางก้าวเข้าไปใกล้ฉินหานทีละน้อย กลิ่นหอมจางๆ ของดอกอู่ถงลอยแตะนาสิก ปลุกเร้าความรู้สึกเร่าร้อนที่ซ่อนอยู่ใต้ความเยือกเย็นของท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น เขากระตุกยิ้มมุมปาก ยื่นมือโอบเอวคอดกิ่วของนางเข้ามาแนบชิดอย่างไร้รอยต่อ
"ตามใจเจ้า..." เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหูขาวผ่อง "ไม่ว่าเจ้าจะเลือกเดินหมากตานี้อย่างไร ข้าจักคอยถือดาบเบิกทางให้เจ้าไปจนถึงจุดสูงสุดเอง"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นด้วยความเร่าร้อนและกลิ่นอายแห่งชัยชนะ เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์ลับก็ดังแทรกขึ้นมาหน้าประตู พร้อมกับร่างที่พุ่งเข้ามาคุกเข่าด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านอ๋อง! พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่ที่นอกตำหนักแล้วขอรับ... รถจอดรับเสด็จของ 'องค์หญิงต่างแคว้น' ที่เพิ่งเดินทางมาถึงกะทันหัน กำลังเคลื่อนขบวนเข้ามาเทียบหน้าประตูจวน พร้อมกับ... พร้อมกับประกาศราชโองการสมรสพระราชทานจากแดนไกล ที่เจาะจงให้ท่านอ๋องต้องอภิเษกสมรสกับนางภายในสามวันนี้ มิฉะนั้นจะถือว่าทรยศต่อพันธมิตร!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินหมากไปพร้อมกับส้มหวานมิติลับนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความเข้มข้นในตอนนี้ค่ะ
กุนซือหญิงในยุคสีชาดกับท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น•ตอนที่ 16
รุกฆาตด้วยความนิ่ง
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงในยุคสีชาดกับท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!