เสียงประกาศราชโองการสมรสพระราชทานจากแดนไกลที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบสงบยามราตรีของจวนอ๋อง ราวกับสายฟ้าฟาดผ่ากลางฤดูร้อน กลิ่นอายของกลอุบายและการเมืองข้ามแคว้นลอยคละคลุ้งปะปนมากับกลิ่นฝนจางๆ ในอากาศ หลินเฟยฉียังคงยืนนิ่งสงสงบอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้แกะสลักลายมังกรโบราณ ปลายนิ้วเรียวสวยที่เพิ่งวางพู่กันจีนลงสัมผัสกับเนื้อกระดาษเซวียนจื่ออย่างแผ่วเบา ดวงตาดอกท้อคู่คมกริบไหววูบเพียงชั่วพริบตาก่อนจะกลับคืนสู่ความเรียบเฉยดั่งผืนน้ำไร้ระลอกคลื่น นางมิได้แสดงความตกใจแม้แต่น้อยต่อราชโองการที่บีบคั้นให้ท่านอ๋องต้องอภิเษกภายในสามวัน มิฉะนั้นจะถูกตราหน้าว่าทรยศต่อพันธมิตร เพราะในโลกแห่งอำนาจและการแย่งชิงนี้ สตรีไม่เคยเป็นเพียงผู้ถูกเลือก หากแต่เป็นหมากตัวสำคัญบนกระดานที่ผู้มีอำนาจจงใจวางไว้เพื่อทดลองใจกัน
"สามวัน... ช่างเป็นกำหนดการที่เร่งรีบราวกับกลัวว่าความลับบางอย่างจะถูกเปิดเผยเสียก่อนกระนั้นหรือเพคะ" เฟยฉีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง
ฉินหานที่ยืนอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนัก ภายใต้ชุดคลุมสีชาดเข้มสไตล์ยุคเจ็ดสิบที่ผสมผสานกลิ่นอายความน่าเกรงขามแบบนายทหารระดับสูง แววตาคมกราบดุจพญาอินทรีย์ของเขามิได้ทอดมองไปยังทิศทางของประตูจวนที่มีเสียงเอะอะโهاดโผนจากราชองครักษ์และตัวแทนองค์หญิงต่างแคว้นเลยแม้แต่น้อย สายตาคู่นั้นกลับจดจ้องตรงมาที่ร่างระหงของสตรีตรงหน้าด้วยความล้ำลึกเกินกว่าที่ผู้ใดจะคาดเดา ความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีที่เคยเป็นเกราะกำบังหัวใจของเขา บัดนี้กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรงภายใต้คลื่นอารมณ์ที่ซัดสาดเข้ามาในอก
เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้1 ก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศอันคุ้นเคยและทรงพลังแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศรอบตัวให้แคบลง ฉินหานยกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อโค้ทตัวนอกออกช้าๆ สายตาไม่เคยละไปจากใบหน้าอันงดงามเย้ายวนแต่ทระอดทระนงของนางเลยแม้แต่น้อย
"เจ้าคิดว่าองค์หญิงต่างแคว้นผู้นั้น คืออุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สุดในยามนี้อย่างนั้นหรือ, เฟยฉี" เสียงทุ้มต่ำเจือความแห้งผากเอ่ยถาม รอมชอมแต่มั่นคง ราวกับกำลังทดสอบสติปัญญาของยอดกุนซือหญิงผู้กำกับหัวใจเขาไว้ทั้งดวง
เฟยฉีเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางฉายแววรู้ทันเกมการเมืองเบื้องหลัง "หมากตานี้มิได้มีเป้าหมายที่การอภิเษกสมรสเพื่อสันติภาพหรอกเพคะ แต่มันคือการบีบให้ท่านอ๋องต้องเลือกระหว่างการรักษาพันธมิตรที่พร้อมจะหักหลังได้ทุกเมื่อ กับการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อหน้าพระเนตรพระพักตร์ของเบื้องบน หากรับ... อำนาจในมือท่านจะถูกแบ่งแยก หากปฏิเสธ... ข้อหาทรยศก็จะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นข้ออ้างในการกวาดล้าง ช่างเป็นแผนการที่ประณีตงดงามและเลือดเย็นเสียจริง"
มุมปากของฉินหานกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนใบหน้าคมสันที่ผ่านสมรภูมิรบมาโชกโชน "เจ้าฉลาดเสมอ... หลินเฟยฉี เจ้ามองทะลุปรุโปร่งทุกกลยุทธ์บนโลกใบนี้ ยกเว้นเสียแต่เรื่องเดียว..."
เขาสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทด้านใน หยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาเบื้องหน้าพู่กันและหมึก วัตถุชิ้นนั้นคือ 'ปิ่นปักผมหยกขาวสลักลายดอกเหมยคู่' ที่มีรอยบิ่นเล็กๆ ตรงปลาย ดอกเหมยนี้มิใช่ลวดลายที่นิยมกันในยุคเจ็ดสิบปัจจุบัน และไม่ใช่รูปแบบงานฝีมือของราชสำนักยุคโบราณที่นางคุ้นเคยในภพก่อน แต่มันคือปิ่นอันเดียวกับที่นางเคยทำหายไปในคืนวันที่ค่ายทหารแตกพ่ายและถูกล้อมปราบในชาติภพเดิม!
หัวใจของหลินเฟยฉีกระตุกวูบ ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ ดวงตาดอกท้อเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น นางจ้องมองปิ่นหยกชิ้นนั้นสลับกับใบหน้าคมคายของบุรุษตรงหน้า ความทรงจำอันเจ็บปวดและเลือดท่วมในอดีตชาติไหลย้อนกลับเข้ามาในโสตประสาทราวกับภาพยนตร์ฉายซ้ำ ภาพที่เขายอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องนางจนลมหายใจเฮือกสุดท้าย
"ท่าน..." เสียงของเฟยฉีขาดหายไปในลำคอ ความเยือกเย็นและมาดมั่นทั้งหมดพังทลายลงในชั่วพริบตา เมื่อตระหนักได้ว่าบุรุษผู้เย็นชาร้ายกาจผู้นี้ มิได้เป็นเพียงคนในภพปัจจุบันที่บังเอิญเข้ามาพัวพัน แต่เขาคือ 'คนคนนั้น'... ผู้ที่ร่วมเดินทางข้ามมิติเวลาและกาลอันมืดมิดมาพร้อมกับนาง
ฉินหานก้าวเข้าไปประชิดตัวนาง ร่างสูงใหญ่โน้มลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มเนียนนุ่ม มือหนาเอื้อมออกไปหยิบปิ่นหยกชิ้นนั้นขึ้นมาบรรจงปักลงบนมวยผมของนางอย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุด ราวกับกลัวว่ามันจะสลายหายไปหากใช้แรงเกินไป
"ข้าจำได้ทุกสิ่ง, เฟยฉี" เสียงกระซิบพร่ามัวข้างใบหูของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดล้ำลึกและความรักที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเยือกเย็นมาเนิ่นนาน "ข้าจำวันที่เจ้าสัญญากับข้าใต้ต้นเหมยหนาวได้... ข้าจำความรู้สึกตอนที่สูญเสียเจ้าไปในอ้อมแขนได้ และต่อให้โลกใบนี้จะเปลี่ยนเป็นยุคสมัยที่แปลกประหลาดเพียงใด ต่อให้มีองค์หญิงหรือราชโองการกี่ฉบับส่งมาจากนรกภูมิไหน ก็ไม่มีวันพรากเจ้าไปจากข้าได้เป็นครั้งที่สอง"
สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาที่แตะโดนผิวแก้ม ทำให้น้ำตาหยดหนึ่งที่นางพยายามกลั้นไว้แทบตายรินไหลลงมาอาบแก้มอย่างเงียบเชียบ นี่ไม่ใช่ความฝัน... เขารู้ความจริงทั้งหมด และเขาจำนางได้ตั้งแต่แรกพบในภพชาตินี้แล้ว เคมีระหว่างคนทั้งสองระอุร้อนขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นภายนอก ทว่าภายในห้องหนังสือแห่งนี้ กลับมีเพียงแรงดึงดูดอันมหาศาลของดวงวิญญาณสองดวงที่ผูกพันกันข้ามภพชาติ
ทว่า... ก่อนที่เฟยฉีจะได้เอื้อNเอաբความใดตอบรับความรู้สึกที่หนักหน่วงดั่งขุนเขานี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของพ่อบ้านหลี่ก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านอ๋อง! พระชายา! แย่แล้วขอรับ! องค์หญิงต่างแคว้นผู้นั้นทรงฝ่าแนวป้องกันขององครักษ์ บุกเข้ามาถึงเรือนชั้นในแล้วพะยะค่ะ! แถม... แถมในพระหัตถ์ของนางยังถือ 'ป้ายคำสั่งลับ' ของกองกำลังพิทักษ์ราชบัลลังก์รุ่นเก่า ที่อ้างว่ามีสิทธิ์สั่งปลดท่านอ๋องได้ทันทีหากขัดขืนการอภิเษก!"
ฉินหานชะงักฝีเท้าที่กำลังจะโอบกอดร่างบางเข้าสู่อ้อมอก ดวงตาคมกราบหรี่แคบลงอย่างอันตราย รังสีสังหารแผ่พุ่งออกมารอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที
หลินเฟยฉีสูดลมหายใจเข้าลึก1เฮือก ปาดคราบน้ำตาบนแก้มออกอย่างรวดเร็ว แววตากลับมาเฉียบคมและทรงพลังดั่งเดิม นางเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาอุ่นๆ ขึ้นมาจิบเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะแย้มยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากส่งให้ท่านอ๋อง
"ดูท่า... ศึกในเรือนหลังและบัลลังก์มังกรในยุคสมัยนี้ จะสนุกกว่าที่คิดเสียแล้วกระมังเพคะท่านอ๋อง"
ทันใดนั้นเอง... ประตูไม้แกะสลักของห้องหนังสือก็ถูกถีบกระเด็นเปิดผางออกด้วยแรงมหาศาล เผยให้เห็นร่างระหงในชุดคลุมขนสัตว์ราคาแพงของสตรีต่างแคว้นผู้มาเยือน พร้อมกับเงาคมกริบของคมดาบที่จ่อตรงเข้ามากลางห้อง—และสิ่งที่ถืออยู่ในมือของนางคือจดหมายผนึกตราประทับลับจากบุคคลที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน!
---
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติและห้วงเวลาอันลึกล้ำนี้ไปพร้อมกันนะคะ!
กุนซือหญิงในยุคสีชาดกับท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น•ตอนที่ 17
ของขวัญจากอดีต
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงในยุคสีชาดกับท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!