กุนซือหญิงในยุคสีชาดกับท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น•ตอนที่ 18

เมื่อความลับเปิดเผย

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มข้ามทศวรรษลอยอบอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่ามันกลับมิได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องทำงานที่ถูกปิดทึบด้วยม่านกำมะหยี่สีเลือดหมูนี้อบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ปลายปากกาหมึกซึมยี่ห้อฮีโร่สีดำสนิทในมือของฉินหานหยุดชะงักลง ร่องรอยความกดดันบนใบหน้าคมสันระคนความเยียบเย็น ดุจดั่งแม่ทัพใหญ่ผู้กุมกองกำลังนับแสนในยุคต้าเฉิง กำลังจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่เฉียบคมราวกับคมมีดดาบที่เพิ่งชักออกจากฝัก หลินเฟยฉีมิได้หลบสายตานั้น นางเพียงแต่วางเอกสารลับของหน่วยข่าวกรองยุค 70 ลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่าอย่างเชื่องช้า ท่าทีของนางสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึง แม้ว่าภายใต้ชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีเทาหม่นตามแบบฉบับเจ้าหน้าที่รัฐยุคพัฒนา จะซ่อนเร้นท่วงท่าอันสง่างามของกุนซือหญิงผู้เคยพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินในราชสำนักมาแล้วก็ตาม "เจ้าไม่ใช่สตรีชาวนาจากคอมมูนหยางหลิว... เช่นเดียวกับที่ข้า หาใช่เพียงแค่สัตวแพทย์หนุ่มประจำกองร้อยตามที่บัตรประจำตัวประชาชนใบนี้กล่าวอ้าง" น้ำเสียงทุ้มต่ำของฉินหานเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัดระคนระทึกใจ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายในชุดเสื้อผ้าหนาหนักก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานทีละน้อย แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของเขา จนทำให้บรรยากาศรอบกายราวกับถูกบีบอัดด้วยค่ายกลสงคราม เฟยฉีเงยหน้าขึ้นสบตาเขา มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันอันงดงาม ดั่งดอกเหมยแย้มบานท่ามกลางหิมะโปรปราย "ท่านอ๋อง... หรือข้าควรจะเรียกลับหลังท่านว่า 'ท่านแม่ทัพฉิน' ผู้เคยนำทัพต้านศึกที่ด่านกวนไห่เมื่อสามร้อยปีก่อนดีล่ะเพคะ?" เฟยฉีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับอาบยาพิษ "ไม่น่าเชื่อเลยนะฃะ ว่ายอดแม่ทัพผู้เยือกเย็นและโหดเหี้ยมในวันนั้น จะต้องมานั่งตรวจบัญชีผลผลิตทางการเกษตรในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยป้ายคำขวัญสีแดงเช่นนี้" สิ้นคำพูดนั้น แววตาของฉินหานก็ไหววูบไปชั่วขณะ ร่างกายของชายหนุ่มชะงักค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ ความทรงจำอันดำมืดและยาวนานนับภพชาติหลั่งไหลทะลักเข้ามาในห้วงความคิด กลิ่นอายควันไฟสนามรบและเสียงกรีดร้องของผู้คนผสานเข้ากับเสียงวิทยุร่องแร่งในห้องทำงานแคบๆ นี้อย่างน่าประหลาด เขาไม่ได้ตกใจที่นางรู้ตัวตน... แต่เขาตกใจที่นาง "จำได้" แม่นยำยิ่งกว่าตัวเขาเองเสียอีก "เจ้า..." ฉินหานก้าวเข้าไปประชิดตัวนางในระยะประชิด มือหนาเอื้อมออกไปควاมจับข้อมือเรียวบางของนางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพมายาที่เลือนหายไปกับสายหมอก "หลินเฟยฉี... เจ้าคือเสนาธิการหญิงผู้สัตย์ซื่อผู้ยอมดื่มยาพิษเพื่อรักษาแผ่นดินให้ข้าในวันนั้น จริงๆ สินะ" เฟยฉีไม่ดึงมือกลับ นางปล่อยให้เขาพันธนาการข้อมือของตนไว้ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งตัดพ้อ ทั้งโหยหา และความรักความผูกพันที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังแห่งกาลเวลา นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่คมฉายแววหยาดเยิ้มแต่ทว่าเด็ดเดี่ยว "หม่อมฉันดื่มยาพิษถ้วยนั้นด้วยความเต็มใจเพคะ เพื่อให้ท่านอ๋องผู้หยิ่งทะนงยอมก้มหัวให้ศัตรูเพื่อแลกกับชีวิต... แต่มิคาดคิดเลยว่า สวรรค์จะเล่นตลก ให้เราต้องมาติดอยู่ในร่างของคนยุคปัจจุบัน ที่แม้แต่เสื้อผ้าจะสวมใส่ยังไร้ซึ่งความประณีตงดงามดังเช่นอดีต" คำตัดพ้อเจือเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของนาง ทำให้ความตึงเครียดในใจของฉินหานคลายลงเล็กน้อย ทว่ามันกลับถูกแทนที่ด้วยความคลุ้มคลั่งและโหยหาที่โหมกระหน่ำยิ่งกว่าพายุฝน เขาดึงร่างบางเข้ามาสู่อ้อมอกอย่างแรง จนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับร่างระหง อุณหภูมิร่างกายที่แผדซ่านออกมาจากตัวเขาร้อนรุ่มดั่งเปลวเพลิง ทว่าสำหรับนางแล้ว มันคือความอบอุ่นเดียวท่ามกลางโลกอันเหน็บหนาวนี้ "เจ้าคนใจร้าย..." ฉินหานกระซิบชิดริมหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นเครือเล็กน้อยอย่างที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน "เจ้าทิ้งให้ข้ามีชีวิตอยู่ท่ามกลางความโดดเดี่ยวมาหลายร้อยปี... รู้หรือไม่ว่าการไม่มีเจ้าเคียงข้างในโลกที่ไร้ซึ่งไออุ่นนี้ มันทรมานสักเพียงใด" "หม่อมฉันรู้เพคะ..." เฟยฉีซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา สูดดมกลิ่นกายที่คุ้นเคยแม้จะเจือด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ ของยุคนี้ นางหลับตาลงอย่างอ่อนล้า "เพราะหม่อมฉันเองก็เฝ้ามองท่านจากเบื้องบน คอยปกป้องท่านจากเงามายามาโดยตลอดเช่นกัน" ทั้งสองยืนนิ่งแนบชิดท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ความลับที่ถูกเก็บงำไว้ภายใต้หน้ากากของคนยุค 70 บัดนี้ถูกเปิดเผยจนหมดสิ้น เหลือเพียงหัวใจสองดวงที่เต้นระรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ทว่าในวินาทีที่ความอบอุ่นกำลังแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจที่ด้านชาของฉินหานนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างกะทันหัน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "สหายฉิน! ท่านอยู่ข้างในหรือไม่? ทางการหลวงได้รับโทรเลขด่วนจากปักกิ่ง แจ้งว่ามี 'บุคคลต้องสงสัย' สวมรอยเป็นนักวิชาการจากต่างประเทศกำลังเดินทางมาที่คอมมูนของเรา..." เสียงตะโกนของหัวหน้าสถานีตำรวจท้องถิ่นดังแทรกเข้ามาผ่านบานประตูไม้เก่าๆ พร้อมกับเสียงบิดกลอนประตูที่กำลังถูกหมุนจากด้านนอก ฉินหานผละออกจากร่างของเฟยฉีอย่างรวดเร็ว แววตาดุดันกลับมาทอประกายความเฉียบคมอีกครั้งในเสี้ยววินาที เขากวาดสายตามองไปที่โต๊ะทำงานและพบว่า แฟ้มเอกสารลับสุดยอดที่เปิดเผยภูมิหลังที่แท้จริงของเขาทั้งสองฉบับ ยังคงวางกางอยู่บนโต๊ะโดยที่ยังไม่ได้เก็บเข้าลิ้นชัก! ทว่า... ก่อนที่ฉินหานจะทันได้ก้าวไปปิดล็อกประตู บานไม้เก่าๆ นั้นก็ถูกผลักเปิดออกด้วยมือของใครบางคน พร้อมกับร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสากลสมัยใหม่ผู้หนึ่ง ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบและเอกสารตราครุฑสีแดงฉานในมือ ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางข้ามมิติเวลามาด้วยกันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงในยุคสีชาดกับท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%