กลิ่นอายของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มข้ามทศวรรษลอยอบอวลผสมผสานไปกับกลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษเอกสารลับยุคเจ็ดสิบในห้องทำงานคับแคบ แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟนีออนดวงเก่ากะพริบไหวราวกับลมหายใจรวยรินของคนใกล้ตาย ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับเยียบเย็นจนน่าขนพองสเกล
"ข้อเสนอของท่าน ช่างเป็นดาบสองคมที่คมกริบเสียจนข้าเกรงว่ามันจะบาดมือผู้ถือเสียเองนะคะ ท่านอ๋อง"
หลินเฟยฉีเอ่ยขึ้น ท่าทางของนางสงบนิ่งราวกับผืนน้ำในบึงลึก ขณะที่ปลายนิ้วเรียวดั่งลำเทียนกำลังบรรจงจัดแต่งปกเสื้อโค้ทผ้าสักหลาดสีชาดสไตล์วินเทจที่สวมทับชุดกี่เพ้าไหมจีนปักลายเมฆา ตัวเสื้อที่ตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูปขับเน้นเอวบางและไหล่ผึ่งผายสง่างาม นางเหลือบสายตาขึ้นมองชายหนุ่มเบื้องหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
ฉินหานในร่างชายหนุ่มยุคเจ็ดสิบผู้สวมเสื้อแจ็คเก็ตทหารสีเขียวเข้มทับเสื้อคอเต่าสีดำสนิท นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็ง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวน้ำแข็งสลักปรากฏรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ดวงตาคมกราบดุจพญาอินทรีคู่นั้นจ้องมองนางไม่วางตา ราวกับเสือร้ายที่กำลังพิจารณาเหยื่อผู้กล้าหาญเดินเข้าปากถ้ำ
"หากไร้ซึ่งคมดาบที่บาดมือ ไฉนเลยจะทะลวงเกราะเหล็กของตระกูลสวีที่อยู่เบื้องหลังกระทรวงอุตสาหกรรมได้เล่า กุนซือหลิน" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กลิ่นกายบุรุษเจือจางด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นไอฝนโชยเข้ากระทบประสาทสัมผัส "เจ้าต้องการอำนาจเพื่อล้างมลทินให้ตระกูลหลิน ส่วนข้าต้องการกำจัดหนอนบ่อนไส้ที่กัดกินกองกำลังลับ... เราต่างมีเป้าหมายเดียวกัน การจับมือกันครั้งนี้ หาใช่เพราะความเสน่หา หากแต่เป็นพันธะแห่งผลประโยชน์ที่มั่นคงยิ่งกว่าศิลา"
หลินเฟยฉีแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่กังวานราดรดความเงียบงัน นางก้าวเท้าเข้าไปใกล้เขาช้าๆ จังหวะการก้าวเดินมั่นคงราวกับนางพญา แม้ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายการปฏิวัติและการเมืองอันปั่นป่วนนี้ ทว่าท่าทีและกิริยาของนางยังคงรักษาความเย่อหยิ่งสง่างามของสตรีผู้สูงศักดิ์จากราชสำนักโบราณไว้ได้ไม่เสื่อมคลาย
นางหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นหอมเย็นประหลาดจากเรือนร่างของนางลอยเข้าแตะจมูกฉินหาน ทำให้ดวงตาคมกริบคู่นั้นวูบไหวไปชั่วขณะ
"ท่านมั่นใจเพียงใดว่า ข้าจะไม่แทงข้างหลังท่านในวันที่เราบรรลุเป้าหมายแล้ว?" นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคมปลาบไม่ยอมแพ้
ฉินหานโน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่มของนาง มือหนาเอื้อมออกไปแตะที่ปีกหมวกเบเรต์สีดำบนศีรษะของนางอย่างถือวิสาสะ นิ้วแกร่งไล้ผ่านเส้นผมสีดำสนิทที่รวบไว้ __"ข้าไม่เคยเดิมพันกับความซื่อสัตย์ของใคร กุนซือหลิน... ข้าเดิมพันด้วยผลประโยชน์ที่เจ้าไม่มีวันปฏิเสธต่างหาก"__
ในห้วงเวลานั้น รอบกายคล้ายถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เสียงฝีเท้าของทหารยามที่เดินตรวจการณ์ด้านนอกหน้าต่างดังแว่วมาไกลๆ ทว่าภายในห้องกลับระอุด้วยแรงปะทะทางความคิดและเคมีอันตรายที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง หลินเฟยฉีไม่ถอยหนี นางกลับยกยิ้มมุมปาก ยื่นมือเรียวขาวดั่งหยกออกไปประสานเข้ากับฝ่ามือหยาบกร้านของเขา เป็นสัญลักษณ์แห่งการทำสัญญาระหว่างปีศาจสองตน
"เช่นนั้น... พันธมิตรที่จำยอมคู่นี้ คงต้องขอฝากตัวด้วยนะคะ ท่านอ๋อง"
สัมผัสจากฝ่ามือที่กอบกุมกันไว้แน่นหนาแฝงไว้ด้วยแรงกดทับเชิงอำนาจ ไม่มีฝ่ายใดonยักษ์ยอมให้ฝ่ายใดเหนือกว่า ทว่าในขณะที่ข้อตกลงอันตรายกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งร้อน ทำลายบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องลงในพริบตา
"รายงาน! ท่านหัวหน้าฉิน! มีคำสั่งด่วนจากส่วนกลาง... ส่งตรงถึงกุนซือหลิน!"
เสียงตะโกนรายงานจากลูกน้องนอกประตูทำให้ฉินหานและหลินเฟยฉีผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ฉินหานจะผายมืออนุญาต
ประตูห้องเปิดผางออก ทหารหน้าร่างกายกำยำวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มที่ผนึกด้วยครั่งสีแดงสดประทับตราลับสุดยอด ฉินหานคว้าซองเอกสารนั้นมาเปิดออกด้วยมือข้างเดียว สายตาดุดันกวาดมองข้อความสั้นๆ ด้านในเพียงแวบเดียว ร่างกายของอดีตแม่ทัพผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อสิ่งใด กลับชะงักงันไปชั่วลมหายใจ ใบหน้าคมคายฉายแววเคร่งเครียดดาร์กขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หลินเฟยฉีขมวดคิ้วมุ่น นางก้าวเข้าไปชะโงกมองข้อความบนกระดาษแผ่นนั้น ทันทีที่สายตาเรียเรี่ยวของนางกวาดผ่านบรรทัดสุดท้าย หัวใจที่เคยนิ่งสงบดั่งหินผากลับกระตุกวูบ
บนกระดาษพิมพ์ดีดเก่าๆ แผ่นนั้น หาใช่คำสั่งราชการทั่วไปไม่ หากแต่เป็นรายชื่อบุคคลที่จะถูกกวาดล้างในคืนนี้... และชื่อแรกสุดในลำดับประหารชีวิต กลับเป็นชื่อมารดาบุญธรรมของหลินเฟยฉีในร่างปัจจุบัน พร้อมกับข้อความลายมือเขียนด้วยหมึกสีแดงฉานกำกับไว้ด้านล่างว่า
*“ทรยศแผ่นดิน โทษสถานเดียวคือประหารชีวิตโดยหน่วยพิทักษ์พิเศษ – ลงชื่อ: ผู้นำเงาแห่งพรรค”*
ฉินหานเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวทันที แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความระแวดระวังขั้นสุดยอด มือขวาเลื่อนไปแตะด้ามปืนพกสีดำที่เหน็บอยู่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ "นี่มันหมายความว่าอย่างไร กุนซือหลิน? หรือว่า... แผนการนี้รั่วไหลตั้งแต่วันแรกที่เธอก้าวเข้ามาในหน่วยของเรา?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามา ณ ที่นี้นะคะ
---
*(โปรดติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้)*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามผลงานของส้มหวานมิติลับเสมอนะคะ
กุนซือหญิงในยุคสีชาดกับท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น•ตอนที่ 8
พันธมิตรที่จำยอม
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงในยุคสีชาดกับท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!