กุนซือหญิงในยุคสีชาดกับท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น•ตอนที่ 10

เงาตามตัว

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
เสียงดีดลูกคิดในห้องบัญชาการลับดังระรัวราวกับเสียงฝนตกกระทบบนหลังคากระเบื้องเคลือบสีชาด ทว่ามันกลับไม่สามารถกลบเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบราภูตผีของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘เงา’ แห่งหน่วยข่าวกรองลับได้เลยแม้แต่น้อย หลินเฟยฉีมิได้เงยหน้าขึ้นจากกระดาษร่างแบบชุดกี่เพ้าประยุกต์ผสมผสานลายปักมังกรห้ากรงเล็บตามธรรมเนียมราชสำนักชิงที่นางกำลังปรับแก้ให้เข้ากับยุคสมัย ปลายพู่กันจีนในมือของนางยังคงลากเส้นสายโค้งเว้าอย่างมั่นคงและงดงามราวกับสายน้ำไหล ทว่าริมฝีปากอิ่มกลับแย้มยิ้มบางเบาเย้ยหยัน "ท่านอ๋องฉิน... การเดินตามหลังสตรีในยามวิกาลเช่นนี้ หากแพรพรรณในห้องทรงพระอักษรของหม่อมฉันเสียหาย ท่านจะทรงรับผิดชอบด้วยผ้าไหมแพรต่วนชั้นดีจากหังโจวสักกี่พับเพคะ?" ฉินหานชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวที่ผ่านสนามรบและคราบเลือดมานับไม่ถ้วนกวาดมองแผ่นหลังระหงในชุดเสื้อคลุมผ้าไหมสีนิลกาฬ ขอบปกปักลายดอกเหมยสีชาดด้วยฝีมือประณีตบรรจง กลิ่นอายความเยือกเย็น ดุร้าย และทรงอำนาจของเขาแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศรอบกายจนอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น ทว่าหญิงสาวเบื้องหน้ากลับมิได้สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย "เจ้าเป็นใครกันแน่... หลินเฟยฉี" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าในฤดูหนาวดังลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของนางแทบจะแนบชิดกับอกแกร่ง กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กและชาชั้นดีลอยวนอยู่ปลายจมูก มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวเล็กที่กำลังถือพู่กันไว้มั่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงพอที่จะทำให้กระดูกแหลกสลายได้ หากแต่เฟยฉีเพียงแค่ขยับข้อศอกหลบด้วยมุมองศาที่แม่นยำราวนักคำนวณชั้นครู พู่กันในมือหมุนวนสามรอบก่อนจะตวัดกลับมาจ่อที่ชีพจรตรงลำคอของเขาอย่างแนบเนียน "หม่อมฉันก็เป็นเพียงสตรีผู้หนึ่งที่หลงยุคมาอยู่ในห้วงเวลาอันบิดเบี้ยวแห่งนี้ เพื่อช่วยให้ท่านอ๋องผู้สูงส่งไม่ต้องเดินพลาดตกหลุมพรางที่ศัตรูขุดรอไว้ก็เท่านั้นเพคะ" เฟยฉีเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแววตาที่เงยขึ้นสบตากับเขากลับเต็มไปด้วยประกายปัญญาที่ลุ่มลึกและเฉียบคมราวกระบี่กล้าที่ซ่อนฝัก ฉินหานหรี่ตาลงอย่างพิจารณา หัวใจที่ด้านชาและแข็งกระด้างมานานนับปีกลับกระตุกวูบอย่างประหลาด ยามที่นางพลิกแฟ้มลับคดีทุจริตเสบียงคลังเมื่อครู่ เขาลอบสังเกตทุกย่างก้าว ทุกการวิเคราะห์ตัวเลขที่ซับซ้อนราวกับค่ายกลแปดทิศ นางใช้เวลาเพียงชั่วธูปดอกเดียวในการแกะรอยเส้นทางการเงินของพวกกบฏผ่านรหัสลับที่แม้แต่รองแม่ทัพยังต้องใช้เวลาแรมเดือน ความเฉลียวฉลาดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มเยือกเย็นนี้ช่างเย้ายวนและอันตรายยิ่งกว่าอาวุธใดในแผ่นดิน "เจ้าล่วงรู้แผนการของกองกำลังลับตระกูลหลี่ได้อย่างไร ข้าส่งสายสืบไปสามปีเต็มยังมิอาจเข้าถึงบัญชีลับฉบับนั้น แต่เจ้า... กลับบอกว่ามันซ่อนอยู่ใต้พื้นโรงละครโอเปร่าเก่าแก่?" ฉินหานเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความระแวงสงสัย ทว่าแววตากลับเริ่มมีความชื่นชมระคนความหลงใหลฉายชัดขึ้นทีละน้อย "ความลับของอำนาจไม่เคยซ่อนอยู่ในที่มืดเพคะท่านอ๋อง แต่มันมักจะถูกวางไว้ในที่แจ้งจนผู้คนมองข้าม เหมือนกับผ้าไหมปักลายหรูหราที่ท่านทรงสวมใส่อยู่ขณะนี้ หากมองผิวเผินมันคือเครื่องประดับฐานะ แต่หากสังเกตฝีเข็มด้านใน... ท่านจะเห็นตราประทับของกรมคลังยุคสาธารณรัฐซ่อนอยู่" เฟยฉีเอ่ยพลางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อด้านในของเขา การสัมผัสที่แผ่วเบาราวกับปีกผีเสื้อแต่กลับทำให้บุรุษผู้เย็นชาถึงกับลมหายใจสะดุด ร่างกายแข็งเกร็งโดยอัตโนมัติ ฉินหานรวบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มเนียนนุ่ม "เจ้ากล้าดียังไงมาแตะต้องตัวข้า... สตรีอื่นที่ทำเช่นนี้ล้วนแต่ไร้ศีรษะสิ้นลมไปหมดแล้ว" "ถ้าร่างกายของหม่อมฉันไร้ศีรษะ ท่านอ๋องก็จะไม่มีมันสมองคอยช่วยพลิกแผ่นดินเพื่อทวงความยุติธรรมให้มารดาของท่านหรอกเพคะ" คำพูดเพียงประโยคเดียวราวกับสายฟ้าฟาดผ่ากลางใจของฉินหาน นัยน์ตาคมกريบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความดุร้ายในแววตาแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงและหวาดหวั่นระคนกัน เรื่องมารดาของเขาคือความลับสูงสุดในวังหลังที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังทรงไม่ล่วงรู้ แต่นาง... สตรีลึกลับผู้นี้กลับล่วงรู้มันอย่างทะลุปรุโปร่ง ก่อนที่ฉินหานจะได้เค้นถามสิ่งใดเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูสามครั้งตามด้วยเสียงรายงานร้อนรนจากด้านนอกก็ดังขึ้น "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ราชโองการลับจากเมืองหลวงระบุว่า มีการพบ ‘ศพไร้หน้า’ สวมเสื้อคลุมปักลายตระกูลหลินถูกแขวนไว้ที่ประตูเมือง!" ฉินหานชะงัก นัยน์ตาคมหันกลับมามองสตรีในอ้อมกอดทันที ทว่าหลินเฟยฉีกลับมิได้ตกใจแม้แต่น้อย มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี นางเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาอุ่นที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาจิบช้าๆ ก่อนจะเอ่ยกระซิบข้างใบหูของท่านอ๋องผู้เกรียงไกรด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจ "เกมเปิดฉากขึ้นแล้วเพคะท่านอ๋อง... และดูเหมือนว่า เหยื่อรายแรกของหมากกระดานนี้ จะไม่ใช่หม่อมฉันเสียแล้วกระมัง" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาถึงตอนนี้นะคะ บทต่อไปรับรองว่าเดือดพล่านยิ่งกว่าเดิมค่ะ!
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงในยุคสีชาดกับท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%