กุนซือหญิงในยุคสีชาดกับท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น•ตอนที่ 5

รสชาติของความแค้น

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นอายของชาผู่เอ๋อร์หมักบ่มข้ามทศวรรษลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นอายความอับชื้นของคลังเอกสารลับใต้ดิน แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากแผ่นหลังกว้างของบุรุษในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รัฐสีเขียวเข้ม ทว่าบ่าทั้งสองข้างกลับแบกรับร่องรอยความดุดันดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บ ฉินหานไม่ได้หันกลับมามองทันทีที่เสียงฝีเท้าเบาหวิวราบนุ่นก้าวเข้ามา แต่แผ่นหลังนั้นกลับตึงเกร็งขึ้นทุกอณู รังสีอำมหิตแผ่กระจายราวกับต้องการบดขยี้ผู้ที่บังอาจล่วงล้ำเข้ามาให้แหลกคามือ "กล้าดียังไงถึงเดินเข้ามาเหยียบรังพยัคฆ์โดยไม่มีใครอนุญาต... หลินเฟยฉี เจ้าคิดว่าตนเองถือหมากเหนือกว่าคนอื่นรึไง?" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนน้ำแข็งกระทบกันในถ้ำลึกดังลอดริมฝีปากหยักที่เหยียดโค้งขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง หลินเฟยฉีหยุดยืนห่างจากเขาเพียงก้าวเดียว ปลายรองเท้าผ้าปักลายดอกเหมยสีชาดแตะลงบนพื้นคอนกรีตเย็นเยียบอย่างมั่นคง นางมิได้สะทกสะท้านต่อแรงกดดันระดับแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนแม้แต่น้อย มือเรียวบางภายใต้แขนเสื้อกว้างค่อยๆ ยกขึ้นจัดปะكเสื้อคลุมผ้าไหมปักลายเมฆมงคลสีเงินให้เข้าที่อย่างใจเย็น ท่าทีสง่างามราวกับองค์หญิงสูงศักดิ์ที่กำลังเดินตรวจตราท้องพระโรง มากกว่าจะเป็นนักโทษทางคดีการเมืองในยุค 70 "ท่านอ๋อง... อ้อ ไม่สิ สหายฉิน ผู้ตรวจการพิเศษแห่งหน่วยข่าวกรองลับ" เสียงหวานใสกังวานราบบาดลึกดั่งเสียงพิณเจือความเย้ยหยันดังขึ้น นางป้องมือคารวะตามธรรมเนียมราชสำนักโบราณอย่างงดงามไร้ที่ติ ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีดซ่อนในแพรไหม "ถ้าหม่อมฉันไม่เดินเข้ามาด้วยตัวเอง เกรงว่า 'หนอนบ่อนไส้' ที่ท่านเลี้ยงไว้ใต้จมูกคงจะคาบข่าวกรองชิ้นสำคัญส่งให้ฝ่ายตรงข้ามจนหมดคลังเสียก่อนกระมังคะ" ฉินหานหันขวับมาในพริบตา นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยประกายไฟแห่งความโทสะและระแวงสงสัย ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในระยะประชิด กลิ่นอายบุรุษเพศที่อันตรายและดุดันโอบล้อมร่างอรชรไว้จนแทบไม่มีอากาศหายใจ มือหนาคว้าเข้าที่ข้อศอกเรียวบางบีบแน่นด้วยแรงมหาศาลราวกับจะทดสอบว่ากระดูกของนางจะแหลกคามือหรือไม่ "เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว... เฟยฉี" ฉินหานโน้มใบหน้าลงมาต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วเนียนนุ่ม "การที่เจ้าล่วงรู้ว่ารังพยัคฆ์แห่งนี้อยู่ที่ใด และรู้ว่ามีคนทรยศแฝงตัวอยู่... หมายความว่าเจ้าเองก็มีสายข่าวอยู่ในมือไม่แพ้ข้าเช่นกัน เจ้าเป็นใครกันแน่? สตรีชาวบ้านธรรมดาที่ถูกส่งมาปรับทัศนคติ หรือปีศาจจำแลงกายมาเพื่อชิงบัลลังก์กันแน่?" ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรวจใบหน้างดงามที่ไม่มีแม้แต่ความตื่นกลัวระคนหวาดหวั่น มีเพียงรอยยิ้มเย้ยหยันที่ประดับอยู่บนมุมปากอิ่มสีชาด นางไม่ดิ้นรนขัดขืนแรงบีบที่ข้อศอก แม้ความเจ็บแปลบจะแล่นริ้วขึ้นมาถึงหัวไหล่ แต่นางกลับเชิดคางขึ้นสบตากับเขาตรงๆ อย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าหม่อมฉันเป็นปีศาจจริง ท่านคงถูกควักหัวใจไปต้มกินตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในมิตินี้แล้วล่ะค่ะ ท่านอ๋อง" หลินเฟยฉีเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากเขา น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราขคมดาบ "แต่ที่น่าขันยิ่งกว่าคือ คนที่ระวังตัวแจอย่างท่าน กลับปล่อยให้ 'นางงูพิษ' จากตระกูลสวีเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ชิดเอกสารลับเมื่อคืนนี้... ท่านคิดว่านางมาเพื่อรินชาให้ท่านดื่มแก้กระหายจริงๆ งั้นหรือคะ?" ฉินหานชะงักกึก แรงบีบที่ข้อศอกคลายลงโดยอัตโนมัติ นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลงทันทีเมื่อสมองประมวลผลถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงหัวค่ำ สวีชิงหลัน บุตรีปลัดกระทรวงผู้เพียบพร้อมและอ่อนหวานนางนั้น เป็นคนเดียวที่ถือวิสาสะนำน้ำชาสมุนไพรเข้ามาให้เขาถึงห้องทำงาน... "เจ้าหมายความว่า..." ฉินหานเค้นเสียงลอดไรฟัน ความตระหนักรู้สายหนึ่งวาบผ่านเข้ามาในหัว สมองระดับอัจฉริยะของเขาเริ่มเชื่อมโยงหมากทุกตัวเข้าด้วยกันในเสี้ยววินาที "นางไม่ได้แค่แอบดูรายงานลับค่ะ แต่นางกำลังโรย 'ผงรอยทางมรกต' ยาพิษโบราณจากแดนใต้ลงในถ้วยชาของท่านต่างหาก" หลินเฟยฉีปัดมือเขาออกอย่างไม่แยแส นางถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อจัดระเบียบแขนเสื้อให้เรียบร้อยดังเดิม ก่อนจะกวาดสายตามองเอกสารลับบนโต๊ะทำงานของเขาด้วยรอยยิ้มลึกล้ำ "หากท่านดื่มมันเข้าไปภายในสามวัน ลมปราณและประสาทสัมผัสของท่านจะถูกอัมพาตไปทีละส่วน จนกระทั่งกลายเป็นคนพิการที่แม้แต่จะหยิบปากกายังทำไม่ได้... นี่แหละค่ะ รสชาติที่แท้จริงของความแค้นจากคนที่ท่านเคยหักหลังในอดีตชาติ" บรรยากาศในห้องใต้ดินตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องระบายอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งต่ำๆ ฉินหานยืนนิ่งงัน ร่างกายแข็งทื่อดั่งรูปปั้นหิน ความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากสันหลังขึ้นสู่ท้ายทอย ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อพิษร้าย แต่เป็นเพราะความตื่นตะลึงที่สตรีตรงหน้าสามารถมองทะลุปรุโปร่งถึงแผนการอันล้ำลึกของฝ่ายตรงข้ามได้ราวกับตาเห็น ทว่า ก่อนที่ฉินหานจะได้เอ่ยปากซักถามสิ่งใดเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงทุบประตูเหล็กเสียงดังโครมคราม! "เปิดประตู! หน่วยตรวจสอบพิเศษได้รับคำสั่งด่วนจากส่วนกลาง เข้าตรวจค้นคลังเอกสารลับเนื่องจากมีข้อร้องเรียนว่ามีการทุจริตและซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย!" เสียงตะโกนก้องด้วยความเกรี้ยวกราดดังทะลุเข้ามา ฉินหานหันขวับไปมองประตูเหล็กหนาบานนั้นทันที นัยน์ตาดำสนิทลุกโชนด้วยเพลิงโทสะขึ้นอีกครั้งในพริบตาเดียว ขณะที่หลินเฟยฉีกลับค่อยๆ หันมาสบตาเขา รอยยิ้มอันตรายผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้งอย่างงดงามชวนขนหัวลุก "ดูเหมือนว่า... หมากกระดานนี้จะเดินเร็วกว่าที่เราคาดไว้เสียแล้วล่ะค่ะ ท่านอ๋อง" นางเอ่ยกระซิบเบาๆ ราวกับเสียงกระซิบของมัจจุราช "ท่านจะยอมจำนนให้พวกมันลากตัวไป หรือจะร่วมมือกับปีศาจตนนี้... เพื่อพลิกกระดานล้างบางพวกมันให้สิ้นซากในคราวเดียว?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงในยุคสีชาดกับท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%