กุนซือหญิงในยุคสีชาดกับท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น•ตอนที่ 2

พายุในโรงงานเก่า

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นอับชื้นของน้ำมันเครื่องจักรผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อไคลของแรงงานยุคเจ็ดสิบ ลอยอลวนอยู่ในโกดังเก็บสินค้าหมายเลขสี่ของโรงงานทอผ้าปักกิ่ง กลิ่นนั้นมิได้ระคายเคืองจมูกของหลินเฟยฉีเท่าใดนัก หากเปรียบเทียบกับกลิ่นคาวเลือดในสนามรบและกลิ่นอายความอิจฉาริษยาในตำหนักในที่นางเคยผ่านมา กลิ่นเหล่านี้ย่อมเทียบกันไม่ได้ ทว่า สถานการณ์ตรงหน้ากลับบีบคั้นยิ่งกว่าราชสำนักฝ่ายใน "หลินเฟยฉี! เจ้าคิดจะทำบ้าอะไร ประธานกัวสั่งให้พวกเราเร่งผลิตเสื้อผ้าส่งออกให้ทันกำหนดสัปดาห์หน้า แต่วันนี้เจ้ากลับสั่งให้คนงานหยุดเดินเครื่องทอผ้าทั้งหมดเช่นนี้ เจ้าอยากให้พวกเราทั้งหมดถูกส่งไปใช้แรงงานที่ทุ่งหญ้าเหอหลงเจียงนักหรือไง!" เสียงแหลมสูงของเกาชูจิน หัวหน้าฝ่ายบุคคลผู้มีใบหน้าบึ้งตึงดั่งก้นกระทะก้นครัว ดังสะท้อนก้องไปทั่วโกดัง ร่างท้วมในชุดเสื้อแจ็กเกตสีเขียวขี้ม้าก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง นิ้วอ้วนสั่นเทาชี้หน้าด้วยความโกรธเกรี้ยว ขณะที่คนงานนับร้อยชีวิตต่างยืนอออยู่รอบด้าน สายตานับร้อยคู่จับจ้องมาที่หญิงสาวร่างระหงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบง่ายทับด้วยกั๊กไหมพรมถักมือ ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางพายุความขัดแย้ง หลินเฟยฉีไม่แม้แต่จะกะพริบตา นางเพียงปรายตามองเอกสารรายงานการผลิตในมือ ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งลำหงส์พลิกกระดาษแผ่นนั้นอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าสง่างามรากับกำลังพลิกตำรากลยุทธ์พิชัยสงคราม หาใช่การตรวจสอบบัญชีโรงงานในยุคสังคมนิยมไม่ "หัวหน้าเกา... ความใจร้อนไม่เคยช่วยให้ผลผลิตงอกเงยขึ้นมาได้ เหมือนเช่นที่ความไร้สติปัญญาไม่เคยช่วยให้ผู้ใดรอดพ้นจากโทษทัณฑ์" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าเยือกเย็นจนคนฟังต้องสะท้านวาบไปถึงขั้วหัวกระดูก "ท่านบอกว่าประธานกัวต้องการงานด่วน แล้วท่านทราบหรือไม่ว่า ผ้าลินินล็อตใหม่ที่ส่งมาเมื่อวานนี้ มีตำหนิถึงสิบเปอร์เซ็นต์ หากเราฝืนนำไปตัดเย็บตามคำสั่งของท่าน เมื่อสินค้าส่งไปถึงมือลูกค้าต่างชาติ ความอัปยศนี้จะตกอยู่ที่ใคร... โรงงานของเรา หรือหัวหน้าแผนกอย่างท่าน?" เกาชูจินชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับแดง "เหลวไหล! ผ้าก็คือผ้า จะมีตำหนิสักแค่ไหนเชียว ประธานกัวสนใจแค่ตัวเลขปริมาณ ไม่ใช่รายละเอียดจุกจิกไร้สาระแบบนี้!" "รายละเอียดจุกจิกงั้นหรือ?" หลินเฟยฉีเงยหน้าขึ้น ดวงตาดอกท้อคู่นั้นฉายแววคมกริบดั่งใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในแพรไหม ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างบอบบาง จนหัวหน้าเกาถึงกับผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ในยุคสมัยที่ทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์และการเมือง สีสันและรูปแบบอาจถูกจำกัดให้อยู่ในกรอบอันคับแคบของชุดประชาชนสีเทาและเขียว แต่จิตวิญญาณแห่งความงามและการเอาตัวรอด หาได้เปลี่ยนแปรตามยุคสมัยไม่ นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ คล้ายกลิ่นดอกเหมยในฤดูหนาวโชว์แตะจมูก "ท่านจำคดีอื้อฉาวเมื่อสามเดือนก่อนที่โรงงานสิ่งทอเมืองเทียนจินได้หรือไม่ ที่สินค้าถูกตีกลับยกตู้คอนเทนเนอร์เพราะลวดลายการปักผิดเพี้ยนไปเพียงมิลลิเมตรเดียว ผลลัพธ์คืออะไร... ผู้อำนวยการโรงงานถูกปลดทันที และหัวหน้าฝ่ายบุคคล... ถูกส่งไปใช้แรงงานในเหมืองถ่านหินตลอดชีวิต" เกาชูจินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก แม้เขาจะไม่เข้าใจเรื่องการออกแบบหรือแฟชั่น แต่วิญญาณแห่งความหวาดกลัวต่ออำนาจเบื้องบนนั้นฝังรากลึกอยู่ในสายเลือด "แล้ว... แล้วเจ้าจะทำอย่างไร ในเมื่อเดดไลน์คืออีกเจ็ดวันข้างหน้า ถ้าไม่เดินเครื่องตอนนี้ เราไม่มีทางส่งมอบงานทันแน่!" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด หลินเฟยฉีหันหลังกลับ นางเดินไปยังกองผ้าลินินสีชาดที่กองอยู่มุมโกดัง ใช้มือเรียวสัมผัสเนื้อผ้าอย่างพิจารณา สีแดงชาดนี้มิใช่สีแดงสดใสตามแฟชั่นสมัยใหม่ หากแต่เป็นสีแดงเข้มข้นเจือความหม่นหมองคล้ายสนิมเหล็ก ดั่งเช่นสีฉลองพระองค์ในยามที่บ้านเมืองนองเลือด ในมิติยุคเซเว่นตี้ส์นี้ นางคือนักวางแผนหญิงผู้ไร้ที่พึ่งพิง ทว่าภายใต้เงาของความยากลำบาก นางมองเห็นช่องว่างในกฎระเบียบและช่องโหว่ของผู้มีอำนาจ "เราจะไม่เร่งผลิตงานหยาบส่งเดช" หลินเฟยฉีเอ่ยเสียงกังวาน ท่ามกลางความเงียบงันของคนงานทั้งหมด "แต่เราจะเปลี่ยน 'วิกฤต' ให้เป็น 'อาวุธ' ในเมื่อผ้าล็อตนี้มีตำหนิที่เส้นด้ายทอพาดขวาง เราจะใช้เทคนิคการปักลายซ้อนทับแบบโบราณ... ไม่ใช่สิ เป็นเทคนิคการเย็บปะติดปะต่อแบบสร้างสรรค์ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นนำของปักกิ่งในตอนนี้" "เจ้าหมายถึง... งานแฮนด์เมด?" เกาชูจินขมวดคิ้ว "บ้าไปแล้ว คนงานของเรามีเวลาแค่เจ็ดวัน จะให้มานั่งปักมือทีละตัวเป็นไปไม่ได้!" "ใครบอกว่าต้องใช้แรงงานคนทั้งหมด?" หลินเฟยฉีหันกลับมา มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มทว่าซ่อนคมดาบไว้เบื้องหลัง "จักรเย็บผ้าอุตสาหกรรมในโรงงานเราปรับแต่งหัวเข็มได้ไม่ใช่หรือ? หากเราปรับองศาการเดินเข็มให้เฉียงขึ้นสี่สิบห้าองศา รอยตำหนิบนผ้าจะกลายเป็นลวดลายริ้วคลื่นธรรมชาติ ซึ่งเป็นดีไซน์เอก-ลักษณ์ของแบรนด์ส่งออกระดับสูงที่พวกผู้นำพรรคชื่นชอบในเวลานี้" คำพูดของนางราวกับเวทมนตร์ คนงานในโรงงานต่างหันมามองหน้ากันด้วยความทึ่ง แม้แต่หัวหน้าเกายังอ้าปากค้างพูดไม่ออก ในขณะที่หลินเฟยฉีหันไปสั่งการคนงานอย่างเป็นระบบด้วยความมั่นใจ สายตาคมกริบของนางก็กวาดไปเห็นเงาร่างสูงโปร่งคุ้นตาที่ยืนกอดอกพิงเสาเหล็กอยู่มุมมืดของโกดัง ฉินหาน... ชายหนุ่มในชุดเสื้อแจ็กเกตสีเขียวเข้มแบบเจ้าหน้าที่รัฐ ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อภายใต้ร่มผ้า ใบหน้าคมคายดั่งรูปสลักไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่นางนิ่งสนิท ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังเฝ้ามองเหยื่อสาวร่ายรำอยู่บนปากเหว เขายืนอยู่ที่นั่นตั้งแต่เมื่อไหร่? และได้ยินสิ่งที่นางพูดไปมากแค่ไหนแล้ว? หัวใจของกุนซือหญิงกระตุกวูบไปชั่วขณะ นางรู้ดีว่าฉินหานในร่างเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองลับผู้นี้ ไม่ใช่บุรุษที่จะถูกหลอกลวงได้ง่ายๆ ด้วยคารมคมคาย ฉินหานค่อยๆ ก้าวเท้าออกจากมุมมืด ฝีเท้าเงียบกริบดั่งเสือดาว ย่างสามขุมเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าหลินเฟยฉี ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้เสียจนนางได้กลิ่นอายบุรุษจางๆ เจือกลิ่นบุหรี่ราคาถูกและกลิ่นฝน "เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก... สหายหลิน" เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาเอ่ยขึ้นช้าๆ แฝงความเย้ยหยันไว้อย่างแนบเนียน "ใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกใช้หัวหน้าเกา และพลิกวิกฤตของโรงงานเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตนเอง... เจ้าคิดว่าที่นี่คือสนามรบชิงอำนาจในวังหลวงหรืออย่างไร ถึงได้เล่นเกมการเมืองไม่รู้จักหยุดหย่อน" หลินเฟยฉีมิได้สะท้าน นางเงยหน้าขึ้นสบตาคมคายคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาดอกท้อเปล่งประกายท้าทาย "ท่านอ๋อง... อ้อ, สหายฉิน" นางจงใจเน้นเสียงกระซิบแผ่วเบาให้ได้ยินกันเพียงสองคน "ในโลกที่ไร้ความปรานีเช่นนี้ หากข้าไม่เดินหมากตานี้ เก้าอี้หัวหน้าฝ่ายผลิตคงไม่ใช่ของข้า... และท่านเองก็คงไม่มีทางสนใจสตรีตัวเล็กๆ คนนี้หรอกกระมัง?" มุมปากหยักลึกของฉินหานกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ไปไม่ถึงดวงตา มือหนาเอื้อมออกไปคว้าคางสลักเสลาของนางไว้ด้วยความรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ปลายคางมนถูกบีบไว้แน่นพอให้รู้สึกเจ็บแปลบ ทว่าดวงตาของเขากลับลุกโชนด้วยไฟประหลาดที่อ่านไม่ออก "ระวังคำพูดของเจ้าให้ดี หลินเฟยฉี" ฉินหานโน้มใบหน้าลงมา กระซิบข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่เยือกเย็นจนน่ากลัว "เกมการเมืองของเจ้าน
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงในยุคสีชาดกับท่านอ๋องผู้ไร้ไออุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%