“มู่ซิน! ในเมื่อเธอปฏิเสธที่จะเปิดกระเป๋าผ้าใบนั้นให้พวกเราดู ก็เท่ากับว่าเธอยอมรับผิดใช่ไหม!”
เสียงแหลมสูงของหลินจูแหวกอากาศเข้ามาในลานบ้านกลางหมู่บ้าน เสียงนั้นเจือไปด้วยความสะใจที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความยุติธรรม ชาวบ้านหลายคนที่กำลังพักเที่ยงต่างพากันหยุดมือ ล้อมวงเข้ามาดูความวุ่นวายด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น
หลินมู่ซินยืนนิ่งสงบ แผ่นหลังเหยียดตรงดุจต้นไผ่ท่ามกลางลมพายุ ดวงตาสงบนิ่งของนางจ้องมองไปยังหลินจูที่กำลังบีบน้ำตาอย่างเสแสร้ง มือของหลินจูสั่นระริกขณะชี้ไปที่ย่ามผ้าสีมอซอที่วางอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ
“พี่จู... การที่พี่กล่าวหาคนอื่นว่าขโมยของ โดยไม่มีหลักฐานชัดเจน นอกจาก ‘ความรู้สึก’ ของพี่เพียงคนเดียว พี่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่สมควรทำในยุคสมัยที่ทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกันสร้างชาติเช่นนี้หรือคะ?” มู่ซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับเชือดเฉือนจนคนฟังหน้าชา
“หลักฐานงั้นหรือ? ก็กระเป๋าใบนั้นไง! เมื่อเช้าฉันเห็นเธอหยิบตลับแป้งและเงินสามหยวนที่ฉันวางไว้บนโต๊ะทำงานหายไป แล้วจู่ๆ เธอก็เดินออกมาจากห้องนั้นพอดี ถ้าไม่ใช่เธอ แล้วจะเป็นผีสางที่ไหนหยิบไป!” หลินจูแผดเสียง ร่างกายของนางสั่นเทาเหมือนคนที่ถูกรังแกจนสุดจะทน
มู่ซินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก นางเพียงแค่ขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผู้ที่จ้องมองรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง “ห้องทำงานที่ว่านั่น พี่ล็อกกุญแจไว้ตลอดเวลาไม่ใช่หรือคะ? แล้วฉันจะเข้าไปขโมยได้อย่างไร หรือพี่จะบอกว่าฉันมีวิชาตัวเบาจนสามารถมุดผ่านรูเข็มเข้าไปได้?”
“นั่น... นั่นก็เพราะเธอมันมีเล่ห์เหลี่ยมเยอะ! เธออาจจะแอบขโมยลูกกุญแจไปปั๊มตั้งแต่เมื่อวาน!” หลินจูเริ่มตะกุกตะกัก แต่ยังคงฝืนขึ้นเสียงกลบเกลื่อน
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มู่ซินค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปหาหลินจูอย่างช้าๆ แรงกดดันจากท่าทางที่ดูสูงส่งและเยือกเย็นทำเอาหลินจูถอยกรูดไปจนชิดขอบรั้วไม้ สายตาของมู่ซินราวกับเข็มทองคำที่พร้อมจะฝังลงบนจุดตายเพื่อเปิดโปงความโสมมภายในใจของอีกฝ่าย
“พี่จูคะ... บนหน้าผากของพี่มีเหงื่อซึมออกมา ทั้งที่อากาศวันนี้เย็นสบายนัก หรือว่าความร้อนรนในใจพี่มันมากเสียจนร่างกายพี่ต้านทานไม่ไหว?” มู่ซินหยุดยืนตรงหน้าอีกฝ่าย ห่างเพียงไม่กี่คืบ “หากพี่มั่นใจนักว่าของอยู่ในย่ามของฉัน... ทำไมพี่ไม่มาหยิบไปตรวจดูด้วยตัวเองล่ะคะ? หรือว่าพี่กลัว... กลัวว่าถ้าเปิดออกมาแล้วจะไม่พบสิ่งที่พี่ต้องการ แต่กลับจะพบสิ่งที่พี่พยายามยัดเยียดให้คนอื่น”
“ฉัน... ฉันไม่ทำหรอก! เดี๋ยวเธอก็หาว่าฉันใส่ร้ายเธออีก!” หลินจูหันไปโวยวายกับชาวบ้านรอบข้าง “ทุกคนดูสิคะ! มู่ซินนางเปลี่ยนไปมาก นางกลายเป็นคนหัวแข็งและไม่ยอมรับผิด!”
ท่ามกลางความวุ่นวาย สายตาของมู่ซินเหลือบไปเห็นเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังพุ่มไม้หนา เฉินเหว่ยอยู่ที่นั่น... เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องเหตุการณ์โดยไม่ขยับเขยื้อน ราวกับเขารู้ดีว่ามู่ซินไม่จำเป็นต้องให้เขาออกโรงช่วยในสถานการณ์ที่นางคุมเกมได้อยู่หมัด
“ดี... ในเมื่อพี่ไม่กล้าเปิดเอง งั้นฉันจะเปิดให้ดู” มู่ซินเอื้อมมือไปคว้าย่ามผ้าใบนั้น ท่ามกลางเสียงฮือฮาและสายตานับสิบที่จับจ้อง นางคลี่ผ้าออกช้าๆ อย่างใจเย็น ภายในย่ามมีเพียงตำรายาสมุนไพรเก่าๆ สมุดบันทึก และกระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุเข็มทองคำคู่กายของนาง
ไม่มีเงิน... ไม่มีตลับแป้ง... ไม่มีแม้แต่สิ่งของมีค่าใดๆ ของหลินจู
“โอ๊ะ... ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรเลยนะคะ นอกจากความว่างเปล่า” มู่ซินหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเขย่าเบาๆ “แต่เดี๋ยวก่อน... ทำไมในกระเป๋าของฉันถึงมีกลิ่นน้ำหอมราคาถูกที่พี่ชอบใช้อยู่ล่ะคะ?”
ใบหน้าของหลินจูซีดเผือดลงทันทีดุจกระดาษขาว “ฉัน... ฉันไม่รู้!”
“หรือว่า...” มู่ซินเว้นจังหวะ สายตาคมปลาบดุจมีดโกนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหลินจู “พี่เองต่างหากที่เป็นคนหยิบของชิ้นนั้นใส่ย่ามฉันเมื่อตอนที่ฉันเผลอ เพื่อหวังจะให้คนอื่นรุมประณามฉัน? พี่จูคะ... ความริษยามันทำให้พี่หน้ามืดตามัวจนลืมไปหรือเปล่าว่าคนอื่นเขาก็มีตา?”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนเดินแหวกฝูงชนเข้ามา ทุกสายตาหันไปมองเป็นตาเดียว หัวหน้าหมู่บ้านนั่นเอง เขามองเหตุการณ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนจะวางมือลงบนไหล่ของหลินจูที่กำลังตัวสั่น “หลินจู... เมื่อครู่ฉันเพิ่งไปตรวจที่ห้องทำงานของเธอมา ประตูไม่ได้ถูกงัด แต่มีรอยขีดข่วนที่วงกบเหมือนพยายามจะทำให้ดูเหมือนถูกสะเดาะกุญแจ...”
หลินจูหน้าถอดสี ถอยหลังจนขาอ่อนแทบล้มพับ แต่ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรเพิ่ม เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบที่น่าอึดอัด
“หัวหน้าหมู่บ้านครับ... ผมพบตลับแป้งและเงินสามหยวนที่ว่านี้แล้ว” เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของเฉินเหว่ยดังขึ้น เขาก้าวออกมาจากเงามืดในมือถือสิ่งของที่หลินจูอ้างว่าหายไป “มันตกอยู่ในตะกร้าผักข้างหลังที่ที่หลินจูยืนอยู่พอดี... ดูเหมือนว่าเจ้าของของจะทำหล่นไว้เองนะครับ”
หลินจูเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า ความหวังที่จะใส่ร้ายมู่ซินพังทลายลงในพริบตา แต่นั่นยังไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายที่สุดสำหรับนาง เพราะในขณะที่ทุกคนกำลังหันไปมองเฉินเหว่ย มู่ซินกลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติบนปกเสื้อของหลินจู... สิ่งนั้นคือคราบสีขาวขุ่นของผงแป้งที่เพิ่งถูกเปิดออกและทำหกใส่!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของมู่ซินในตอนนี้นะคะ!
คุณหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชะตายุค 70 ด้วยเข็มทองคำ•ตอนที่ 9
หลินจูจอมริษยา
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชะตายุค 70 ด้วยเข็มทองคำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!