“เจ้าจะทำอะไร! อย่าเข้ามาใกล้เขานะ!”
เสียงกรีดร้องแหลมสูงของหลินจูดังสะท้อนอยู่ภายในห้องโถงสถานีอนามัย ทว่าหลินมู่ซินหาได้สนใจไม่ ปลายนิ้วเรียวยาวของนางยังคงค้างอยู่ในอากาศ ห่างจากจุดชีพจรที่ลำคอของนายทหารผู้นั้นเพียงไม่กี่ชิ้นส่วนของนิ้วมือ ร่างของเขายังคงแข็งทื่ออยู่ในท่าจู่โจม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่ไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายขนตา
มู่ซินคลี่ยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก สายตาของนางไม่ได้จับจ้องที่นายทหาร แต่กลับเหลือบมองไปที่หลินจูที่กำลังตัวสั่นระริกอยู่ด้านหลัง “วิชาแพทย์มิได้มีไว้เพื่อฆ่าคน แต่หากใครขัดขวางการรักษาของข้า... ข้าก็มีวิธีจัดการให้พวกเขาสงบลงได้นานพอที่จะร่ายรำสักเพลงหนึ่งเชียวล่ะ”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ เฉินเหว่ยที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ลอบมองแผ่นหลังบางนั้นด้วยสายตาที่ซับซ้อน ความเย็นชาที่เขามักแสดงออกลดทอนลงเหลือเพียงความชื่นชมระคนแปลกใจ นี่มิใช่สตรีอ่อนแอที่ใครจะรังแกได้อีกต่อไป แต่นางคือ 'หมอ' ที่ถือครองความเป็นความตายไว้ในมือ
“ถอยไปหลินจู” เฉินเหว่ยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนหลินจูต้องยอมถอยกรูด “มู่ซินกำลังช่วยชีวิตสหายข้า อย่าให้ข้าต้องหมดความอดทนกับเจ้า”
มู่ซินไม่ได้เอ่ยคำใดเพิ่มเติม นางดีดนิ้วเบาๆ ที่จุดฝังเข็มพิเศษ นายทหารผู้นั้นทรุดฮวบลงกับพื้นพร้อมกับเสียงหอบหายใจหนักหน่วงราวกับเพิ่งหลุดพ้นจากนรกขุมที่ลึกที่สุด เขาพยายามมองหน้านางด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความยำเกรงอย่างสุดซึ้ง
“ขอบคุณ... ท่านหมอ” เขาพึมพำ
ทว่าสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าการสยบคนพาล คือร่างของชายชราในชุดเสื้อกั๊กสีซีดจางที่ก้าวออกมาจากมุมมืดของห้องเก็บยา แว่นตากรอบเงินของเขาสะท้อนแสงไฟสลัว หมอหลวงอาวุโสแห่งเมืองกวงโจว—บุคคลที่ผู้คนต่างร่ำลือว่าหยิ่งผยองและไม่เคยชายตามองแพทย์ฝึกหัดบ้านนอกคนใด
“จุดฝังเข็มทวนกระแสชีพจร... เป็นวิชาที่สาบสูญไปนับร้อยปีแล้ว” ชายชรากล่าวพลางก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่คมจ้องมองมู่ซินอย่างพิจารณา “เจ้าเป็นใครกันแน่ แม่หนูหลินมู่ซิน?”
มู่ซินเก็บเข็มทองคำซ่อนไว้ในแขนเสื้ออย่างแนบเนียน ก่อนจะประสานมือคารวะอย่างงดงามและนอบน้อมตามวิถีโบราณ “เป็นเพียงผู้ศึกษาที่รักในวิชาแพทย์ ขอท่านผู้อาวุโสโปรดชี้แนะเจ้าค่ะ”
“ชี้แนะรึ?” ชายชราหัวเราะในลำคอพลางหยิบจดหมายประทับตราสีแดงชาดออกมาจากอกเสื้อ “ข้าเดินทงมาไกลเพื่อตามหาคนที่ใช้วิชาฝังเข็มนี้ได้ในรอบหลายทศวรรษ ทุนการศึกษาของโรงเรียนแพทย์หลวงในเมืองกวงโจวข้าถือมาให้เจ้าแล้ว แต่มีเงื่อนไขเดียว...”
ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจของทุกคนในห้องเต้นรัว หลินจูที่แอบฟังอยู่แทบล้มทั้งยืนเมื่อได้ยินคำว่า 'ทุนการศึกษา' นั่นมันคือตั๋วใบสำคัญที่จะทำให้นางเอกชั่วช้าคนนี้ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดของสังคมเมืองหลวง!
“เงื่อนไขคือ... เจ้าต้องเลือกระหว่างอนาคตในเมืองใหญ่ กับการรักษาคนในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยความเน่าเฟะแห่งนี้” ชายชรายื่นซองจดหมายให้ตรงหน้ามู่ซิน “เลือกเสียเดี๋ยวนี้ เพราะหากข้าก้าวพ้นประตูนี้ไป เจ้าจะไม่มีวันได้รับโอกาสนี้อีกตลอดกาล”
มู่ซินเงยหน้าขึ้น สบตากับเฉินเหว่ยที่ดูเหมือนจะกำลังรอคำตอบของนางด้วยความระทึกใจ ในใจนางมีความทรงจำของร่างเดิมและวิชาแพทย์ที่ตกทอดมา หากนางไป... นางจะมีความรู้ที่กว้างไกลกว่านี้ แต่หากนางอยู่... นางจะสามารถถอนรากถอนโคนความเน่าเฟะที่ครอบครัวของหลินจูก่อไว้ได้
นางเอื้อมมือออกไป แตะที่ซองจดหมายนั้นช้าๆ ทว่าในขณะที่ปลายนิ้วเกือบจะสัมผัสถึงเนื้อกระดาษ เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งจากเงามืดด้านหลังหน้าต่างก็ดังขึ้น
“อย่ารับมันนะมู่ซิน... ถ้าเจ้าไปที่นั่น คนที่เจ้าต้องการปกป้องจะหายไปตลอดกาล”
มู่ซินชะงัก ร่างกายแข็งทื่อ ความเย็นซ่านแล่นผ่านสันหลัง นางหันกลับไปมองยังหน้าต่างบานนั้นทันที แต่สิ่งที่เห็นกลับมีเพียงเงาของใครบางคนที่ยืนถือมีดสั้นอาบยาพิษก้มต่ำลง... และเป้าหมายของมันไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือเฉินเหว่ยที่กำลังยืนเผลอ!
“เฉินเหว่ย! ระวัง!”
อวี้ซินหมอยายุค 70 หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นไปกับการตัดสินใจครั้งสำคัญของมู่ซินในตอนถัดไปนะคะ!
คุณหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชะตายุค 70 ด้วยเข็มทองคำ•ตอนที่ 19
ความหวังครั้งใหม่
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชะตายุค 70 ด้วยเข็มทองคำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!