"แกกล้าดียังไงถึงมาเรียกค่าเลี้ยงดูจากฉัน ทั้งที่ตอนฉันป่วยปางตาย แกสองคนยังยืนนับเงินค่าตัวฉันที่จะขายให้คนแก่ขี้โรคที่หลังหมู่บ้าน!"
เสียงของหลินมู่ซินไม่ได้ตะคอก แต่กลับเยือกเย็นดุจน้ำแข็งที่กรีดลงบนผิวหนัง คำพูดของนางทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงเล็กๆ ของบ้านพักหมออนามัยตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
"นังลูกเนรคุณ! แกอย่าลืมนะว่าถ้าไม่ได้ข้าวจากบ้านหลินเลี้ยงดู แกคงอดตายไปนานแล้ว ตั้งแต่แกย้ายออกมาเป็นหมออนามัยนี่ แกมีเงินเดือน มีสวัสดิการดีๆ แต่กลับทิ้งพ่อแม่ให้กัดก้อนเกลือกิน วันนี้แกต้องจ่ายมาห้าร้อยหยวน ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ!"
นางหลินฮวา พ่อแม่บุญธรรมของร่างนี้ กระแทกถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความโลภจับจ้องไปที่ลิ้นชักโต๊ะทำงานของมู่ซินอย่างไม่ลดละ ข้างๆ กันนั้น หลินจูยืนกอดอก แววตาเยาะเย้ยฉายชัด นางแค่นยิ้มก่อนจะเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงหวานเลี่ยน
"พี่มู่ซินคะ... พ่อกับแม่ลำบากจริงๆ พี่เองก็เป็นถึงหมอ มีเงินพิเศษจากการรักษาชาวบ้านลับๆ ล่อๆ บ้างไม่ใช่หรือคะ แบ่งให้ครอบครัวบ้างจะเป็นไรไป ถือเสียว่าทำบุญกตัญญู ดีกว่าให้คนเขานินทาว่าพี่เป็นหมอไร้จรรยาบรรณนะ"
มู่ซินมองคนทั้งสองด้วยสายตาราวกับกำลังมองดูเชื้อโรคที่น่ารังเกียจ นางไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ แต่กลับหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาจากลิ้นชัก นิ้วเรียวยาวพลิกหน้ากระดาษอย่างใจเย็น
"จรรยาบรรณงั้นหรือ? คำนี้หลินจู... เธอควรใช้ถามตัวเองมากกว่านะ" มู่ซินขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูน่าขนลุกมากกว่าจะเป็นมิตร "ห้าร้อยหยวนแลกกับความลับเรื่องที่เธอแอบเอาสมุนไพรล้ำค่าของคลินิกไปขายให้โรงงานยาเถื่อนที่เมืองข้างๆ... คิดว่าราคาที่ฉันตั้งไว้สำหรับการรักษาความลับของเธอนี้ ต่ำไปหรือสูงไปล่ะ?"
สีหน้าของหลินจูเปลี่ยนไปทันที ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา นางหน้าถอดสี มือสั่นระริกจนต้องกำชายเสื้อไว้แน่น
"แก... แกพูดเรื่องอะไร! อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!" หลินจูตวาดลั่น แต่เสียงกลับสั่นเครือ
"ใส่ร้ายหรือ? ฉันมีหลักฐานเป็นบันทึกการส่งของและคำให้การของคนรับซื้อที่ฉันบังเอิญไป 'รักษา' ให้เมื่อสัปดาห์ก่อนพอดี" มู่ซินค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน ความสูงและบุคลิกที่ดูสุขุมทำให้นางหลินฮวาที่กำลังจะโวยวายถึงกับชะงักฝีเท้า
ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูบ้าน
"มีเรื่องอะไรกันหรือครับ? ทำไมวันนี้หน้าบ้านหมอมู่ซินถึงได้ครึกครื้นนัก"
เฉินเหว่ยปรากฏตัวขึ้นในชุดเครื่องแบบทหารที่ดูสะอาดตา เขายืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู ดวงตาคมกริบกวาดมองคนทั้งสามด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความกดดัน รัศมีของชายผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
หลินฮวาที่เห็นว่าคนที่เป็น 'ไม้เบื่อไม้เมา' ของคนทั้งหมู่บ้านมาปรากฏตัวก็เริ่มลนลาน นางรีบขยับเข้าไปหาหลินจูเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว แต่ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังเบนความสนใจไปที่เฉินเหว่ย มู่ซินกลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ
มือของหลินจูที่สั่นเทาอยู่ตลอดเวลา กลับค่อยๆ เอื้อมไปที่กระเป๋าเสื้อด้านใน และหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลที่ดูมีรอยยับยู่ยี่ออกมา นางวางมันลงบนโต๊ะด้วยท่าทีประหม่า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"ถ้าพี่ไม่จ่าย... งั้นก็อ่านนี่เสียก่อนเถอะค่ะ บางที... ชีวิตของพี่อาจจะไม่ได้มีค่าแค่ห้าร้อยหยวนในสายตาของ 'ใครบางคน' ที่กำลังจ้องมองพี่อยู่!"
มู่ซินขมวดคิ้ว นางไม่ได้สนใจคำขู่ของหลินจู แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ คือตราประทับบนซองจดหมายนั้น... มันไม่ใช่ตราของโรงพยาบาลในหมู่บ้าน แต่มันเป็นตราสัญลักษณ์ที่นางจำได้ดีจากบันทึกโบราณในมิติของนางเอง ซึ่งเป็นตราของ 'สำนักแพทย์ลับ' ที่หายสาบสูญไปนับร้อยปี!
เฉินเหว่ยหรี่ตาลง เขาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว ขวางหน้ามู่ซินไว้ราวกับเป็นกำแพงเหล็ก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก "นั่นมันอะไรหลินจู... ใครเป็นคนสั่งให้เธอเอาของสิ่งนี้มาที่นี่?"
หลินจูหัวเราะร่าด้วยความเสียสติ "ไม่มีใครสั่ง! แต่คนที่จะส่งพี่ไปลงนรกกำลังรออยู่ที่ชายป่า... และดูเหมือนว่า... วันนี้พี่จะไม่ได้เป็นแค่หมออนามัยธรรมดาๆ อีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับมู่ซินในตอนที่เข้มข้นนี้ หวังว่าเรื่องราวจะทำให้หัวใจของทุกท่านเต้นแรงไปพร้อมกับความลับที่กำลังจะเปิดเผยในตอนต่อไปนะคะ!
คุณหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชะตายุค 70 ด้วยเข็มทองคำ•ตอนที่ 16
ครอบครัวใจดำ
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชะตายุค 70 ด้วยเข็มทองคำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!