“ถ้าพวกท่านเห็นว่าเงินสามร้อยหยวนในมือข้า คือน้ำพักน้ำแรงที่ควรถูกนำไปปรนเปรอความสุขของหลินจูเพียงผู้เดียว เช่นนั้นข้าก็ขอคืนหยาดเหงื่อเหล่านั้นให้ท่าน... พร้อมกับสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายนี้ด้วย”
เสียงของหลินมู่ซินราบเรียบ ทว่าดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมลานบ้านตระกูลหลิน นางวางปึกธนบัตรลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระดาษกระทบไม้ดัง ‘ปึก’ ฟังดูหนักแน่นประหนึ่งคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคนในครอบครัวที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อนาง
แม่เฒ่าหลินถลึงตาใส่ หลินจูที่ยืนอยู่ด้านหลังบีบมือตัวเองจนซีดขาวด้วยความโกรธแค้น แต่มู่ซินไม่ได้หันไปมองแม้แต่น้อย สายตาคู่สวยที่เคยสงบนิ่งกลับเย็นเยียบราวกับธารน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ นางมองดูใบหน้าของคนที่เรียกตนว่า ‘ญาติ’ ด้วยความรู้สึกว่างเปล่า
“มู่ซิน! เจ้ามันเนรคุณ!” แม่เฒ่าหลินแผดเสียง ตบโต๊ะดังสนั่น “ข้าเลี้ยงดูเจ้ามาจนเติบใหญ่ คิดจะตัดขาดกันง่ายๆ เพียงเพราะเรื่องเงินงั้นรึ? เจ้าจำไม่ได้หรือว่าใครกันที่เก็บเจ้ามาจากกองขยะในวันที่พ่อแม่เจ้าตาย!”
“ท่านเลี้ยงข้ามา... หรือท่านใช้งานข้าเหมือนทาสกันแน่คะ ท่านยาย” มู่ซินย้อนถาม น้ำเสียงของนางยังคงนิ่งสนิท ทว่าประกายตาของนางกลับมีความคมกล้าที่ทำให้คนฟังถึงกับชะงัก “ข้าทำนาตั้งแต่วัยห้าขวบ ข้าเข้าป่าหาสมุนไพรแลกเศษข้าวเพื่อเลี้ยงปากท้องของหลินจู ส่วนเงินค่าส่งเสียที่ควรเป็นของข้า กลับตกไปอยู่ในกระเป๋าของนางทั้งหมด... หนี้บุญคุณที่ท่านอ้าง ข้าได้ชดใช้คืนด้วยแรงงานและน้ำตาจนหมดสิ้นตั้งแต่วันที่ข้าเริ่มรักษาคนไข้แล้วค่ะ”
หลินจูก้าวออกมาข้างหน้า ใบหน้าสวยหวานบิดเบี้ยวด้วยโทสะ “เจ้าคิดว่าตัวเองเก่งกาจมาจากไหนกัน! แค่มีวิชาแพทย์งูๆ ปลาๆ ก็คิดจะทิ้งครอบครัวไปอย่างนั้นเหรอ? บอกไว้เลยนะ ถ้าเจ้าก้าวเท้าออกจากบ้านหลังนี้ไป เจ้าจะไม่มีวันได้กลับมาเหยียบที่นี่อีก!”
มู่ซินแค่นหัวเราะในลำคอ นางกวาดสายตามองหลินจูอย่างดูแคลน “สิ่งที่เจ้าหวงแหนและพยายามทำลายข้าเพื่อแย่งชิงมา... สำหรับข้ามันไม่มีค่าพอให้ต้องเสียเวลาแม้แต่นาทีเดียว”
นางเดินไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่เตรียมไว้แล้ววางลงบนโต๊ะ ใบหย่าขาดจากตระกูลที่ลงลายมือชื่อพยานไว้เรียบร้อยแล้ว “ข้าขอประกาศต่อหน้าชาวบ้านที่ยืนมุงอยู่หน้าประตูนี้ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ข้าหลินมู่ซิน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลหลินอีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขวัญวันแต่งงานที่ท่านพยายามยัดเยียดให้ข้าแต่งกับคนสติไม่ดีเพื่อเงินหมื่น หรือเรื่องสมบัติของพ่อแม่ข้าที่ท่านยึดไป... ข้าขอสละสิทธิ์ทุกอย่าง แลกกับอิสรภาพของข้าเพียงอย่างเดียว”
ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่วหมู่บ้าน บ้างก็ว่านางอกตัญญู บ้างก็เห็นใจที่เด็กสาวต้องทนทุกข์มานาน ทว่ามู่ซินไม่สนใจเสียงเหล่านั้น นางหมุนตัวกลับหลังหัน เดินมุ่งหน้าไปยังประตูรั้วโดยไม่หันกลับไปมองความวุ่นวายที่ตนเป็นคนก่อขึ้น
ระหว่างที่นางกำลังจะก้าวพ้นธรณีประตู มือหนาของใครบางคนกลับคว้าข้อมือของนางไว้เบาๆ มู่ซินชะงัก กลิ่นอายหญ้าแห้งและกลิ่นไอแดดที่คุ้นเคยทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ
“เจ้าตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม?” เฉินเหว่ยกระซิบข้างหู น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยความกังวลอย่างที่เขามักจะไม่แสดงออกมาให้ใครเห็น
มู่ซินเงยหน้ามองทหารหนุ่มที่คอยเฝ้ามองนางจากเงามืดเสมอมา ในสายตาของเขาไม่มีความสงสาร มีเพียงความเคารพในการตัดสินใจของนาง “ข้าไม่เคยตัดสินใจอะไรได้ดีเท่านี้มาก่อนค่ะ เฉินเหว่ย”
เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของนางครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมปล่อยมือ “ถ้าเช่นนั้น ก็ไปเถอะ... ข้ามีที่พักที่ปลอดภัยพอจะให้เจ้าเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่มีเรื่องหนึ่งที่เจ้าควรรู้ ก่อนที่เจ้าจะก้าวออกจากหมู่บ้านนี้ไป”
มู่ซินขมวดคิ้ว “เรื่องอะไรคะ?”
เฉินเหว่ยขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนมู่ซินสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างสูง “คนที่จ้างวานให้คนมาขโมยสมุนไพรในกระเป๋ามิติของเจ้าเมื่อคืน... ไม่ใช่คนจากตระกูลหลิน แต่มันคือสายลับที่ตามล่าตัวเจ้าตั้งแต่วันที่เจ้าทะลุมิติมา และตอนนี้... พวกมันกำลังยืนดักรอเจ้าอยู่ที่ปากทางเข้าป่าหลังหมู่บ้าน พร้อมกับเข็มอาบยาพิษในมือ”
หัวใจของมู่ซินเต้นรัว ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วไขสันหลัง นางรู้ดีว่าวิชาแพทย์ที่นางพกติดตัวมาอาจช่วยชีวิตคนได้ แต่กับนักฆ่ามืออาชีพที่ตามล่าข้ามมิติเช่นนี้... นางต้องมีอะไรมากกว่าแค่สมุนไพร
ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยถามอะไรต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับเสียงตวาดลั่นของแม่เฒ่าหลินที่ดังไล่หลังมาอย่างบ้าคลั่ง “จับตัวมันไว้! อย่าให้มันหนีไปได้! มันยังมีตำราสมุนไพรล้ำค่าซ่อนไว้อยู่!”
มู่ซินหันกลับไปมองเห็นหลินจูยืนยิ้มเยาะเย้ยอยู่ที่ประตูบ้าน พร้อมกับชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่พุ่งตรงมาทางนางด้วยแววตาที่หิวกระหาย ในขณะที่เฉินเหว่ยค่อยๆ ดึงมีดสั้นเล่มเล็กออกจากฝักข้างเอวอย่างใจเย็น
“ดูเหมือนว่าการตัดสัมพันธ์ครั้งนี้... จะไม่ใช่แค่เรื่องของครอบครัวแล้วล่ะมู่ซิน” เฉินเหว่ยกล่าวพลางก้าวขึ้นมาบังหน้านางไว้ “เจ้าพร้อมจะแสดงวิชาที่แท้จริงให้พวกมันเห็นหรือยัง?”
มู่ซินดึงเข็มทองคำสามเล่มออกจากชายแขนเสื้อ แววตานางเปลี่ยนเป็นประกายกล้าคมกริบประหนึ่งยอดฝีมือที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน “ข้าไม่เคยให้ใครมาลองดีกับชีวิตข้าได้นานนักหรอกค่ะ... วันนี้ ใครที่ขวางทางข้า ผู้นั้นต้องชดใช้ด้วยความเจ็บปวดที่ไม่มีหมอหน้าไหนในโลกนี้รักษาได้!”
หวังว่าตอนที่สิบเจ็ดนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับความกล้าหาญของมู่ซินนะคะ! ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนจากหัวใจของอวี้ซินหมอยายุค 70 ค่ะ
คุณหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชะตายุค 70 ด้วยเข็มทองคำ•ตอนที่ 17
ตัดสัมพันธ์ตระกูล
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชะตายุค 70 ด้วยเข็มทองคำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!