"ปล่อยมือเสียที"
น้ำเสียงทุ้มต่ำของเฉินเหว่ยไม่ได้มีความโกรธเคือง ทว่าแฝงไปด้วยความระแวดระวัง เขาเหลือบมองมือเรียวบางของหลินมู่ซินที่เกาะกุมข้อมือเขาไว้แน่น นิ้วมือของเขาหยาบกร้านจากการจับปืนและงานหนักในค่ายทหาร ผิดกับมือของหญิงสาวที่แม้จะดูบอบช้ำจากงานในไร่นา แต่สัมผัสนั้นกลับให้ความรู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่แล่นพล่านผ่านผิวหนังเข้าสู่หัวใจ
หลินมู่ซินไม่ได้ปล่อยตามคำสั่ง ดวงตาคู่คมดุจหงส์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เรียบเฉยนั้น "ท่านบอกว่าเดิมพันด้วยชีวิต ข้าก็ขอร่วมเดิมพันด้วยสัจจะของหมอ หากท่านรอดจากพิษร้ายในร่างกายนี้ได้ ข้าจะเป็นคนเดียวที่รักษาท่านจนลมหายใจสุดท้าย แต่หากข้าช่วยท่านไม่ได้... เชิญท่านจัดการชีวิตข้าตามใจชอบ"
ความเงียบเข้าปกคลุมกระท่อมดินเผาเก่าๆ กลิ่นอับชื้นของดินและฟางแห้งไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดเท่ากับความนัยที่หลินมู่ซินสื่อออกมา เฉินเหว่ยชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจางๆ ประหลาดที่ลอยมาจากตัวหญิงสาว มันไม่ใช่กลิ่นแป้งร่ำราคาถูกเหมือนหญิงชาวบ้านคนอื่น แต่เป็นกลิ่นหอมสะอาด... กลิ่นของสมุนไพรสดที่เขายังระบุชนิดไม่ได้
"เจ้าเป็นเพียงลูกสาวชาวนาที่อ่านออกเขียนได้บ้าง จะมีปัญญาอะไรมารักษาพิษที่แม้แต่หมอประจำกองทัพยังส่ายหน้า?" เขาถามพลางขยับตัวถอยหลังเล็กน้อย
หลินมู่ซินปล่อยมือ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสมาธิ เธอไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที แต่กลับเดินไปที่มุมมืดของห้องที่เต็มไปด้วยเศษฟางและไหเปล่า เธอสัมผัสได้ถึงความสั่นสะเทือนบางอย่างในจิตวิญญาณ ความร้อนผ่าวที่ฝ่ามือขวาเริ่มแผ่ซ่านออกมา นี่คือความลับที่นางนำติดตัวมาจากยุคโบราณ... มิติแห่งโอสถทิพย์ที่เฝ้ารอเวลาตื่น
*ตั้งจิตให้มั่น มู่ซิน... ในที่ที่ไร้ทางออก ย่อมต้องมีประตูสู่ทางรอด*
เธอกวาดสายตาผ่านม่านหมอกในห้วงความคิด ในเสี้ยววินาทีที่เธอจ้องมองกำแพงดินที่ดูทรุดโทรม ภาพมิติคู่ขนานก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลที่ปกคลุมด้วยไอหมอกสีจาง ผืนดินแห่งนั้นอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสมุนไพรล้ำค่าที่สาบสูญไปนับพันปี ทั้งโสมพันปี รากบัวหิมะ และหญ้าวิญญาณสีเงินที่ส่องแสงเรืองรอง
หลินมู่ซินยื่นมือออกไปในอากาศว่างเปล่า นิ้วเรียวสัมผัสถูกความเย็นยะเยือกของใบสมุนไพรชนิดหนึ่ง—*หญ้าเจ็ดดารา* สมุนไพรโบราณที่สามารถถอนพิษร้ายทุกชนิดในใต้หล้า
"เจ้ากำลังทำอะไร?" เฉินเหว่ยที่มองดูอยู่ห่างๆ เริ่มขมวดคิ้ว เขาเห็นเพียงหญิงสาวพึมพำกับความว่างเปล่า ทว่ามือของเธอที่กำแน่นอยู่กลับค่อยๆ คลายออก เผยให้เห็นรากสมุนไพรสีทองอร่ามที่ยังคงมีหยดน้ำค้างเกาะพราวราวกับเพิ่งเด็ดมาจากขุนเขาที่ห่างไกล
มู่ซินหันกลับมา แววตาของเธอเปลี่ยนไปจากหญิงสาวที่ดูอ่อนแอ เป็นสายตาของยอดหมอที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน เธอเดินตรงไปหาเฉินเหว่ยที่ยืนพิงผนังอยู่ แรงกดดันจากท่าทางของเธอมันมหาศาลเสียจนชายหนุ่มร่างใหญ่ถึงกับชะงัก
"นั่นคืออะไร..." เขาถามเสียงแหบพร่า
"ชีวิตของท่าน" เธอตอบเพียงสั้นๆ ก่อนจะดึงมีดพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวขึ้นมาจ่อที่ปลายนิ้วตนเอง "เลือดของข้าผสมกับสมุนไพรนี้ คือยาถอนพิษที่ดีที่สุดที่ท่านจะหาได้ในยุคสมัยที่ขาดแคลนเช่นนี้"
จังหวะที่มู่ซินกำลังจะลงมือ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้ากระท่อม เสียงหัวเราะแหลมสูงที่ฟังดูคุ้นหูทำให้หลินมู่ซินต้องหรี่ตาลง
"พี่มู่ซิน! ข้าเอาโจ๊กมาให้ เห็นว่าท่านป่วยหนัก... เอ๊ะ? นี่ท่านพี่เฉินเหว่ยก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือคะ?" หลินจูผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต ใบหน้าพริ้มเพราที่ซ่อนความร้ายกาจไว้เบื้องหลังบิดเบี้ยวไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นชายหนุ่มที่หมายปองอยู่ในห้องเดียวกับสตรีที่ตนเกลียดชัง
หลินมู่ซินตวัดสายตาขึ้นมองลูกพี่ลูกน้องที่เข้ามาขัดจังหวะด้วยความรำคาญ นางรู้ดีว่าหลินจูไม่ได้มาดี แต่ในยามที่มิติสมุนไพรกำลังจะเปิดใช้งานและชีวิตของเฉินเหว่ยแขวนอยู่บนเส้นด้าย การมาถึงของหลินจูอาจเป็นตัวแปรที่นางต้องควบคุม
"ออกไปซะ หลินจู" มู่ซินเอ่ยเสียงเรียบ แต่กระแสพลังในตัวทำให้แม้แต่หลินจูยังต้องสะดุ้งเฮือกโดยไม่รู้สาเหตุ
"ท่าน... ท่านไล่ข้า? ท่านกับพี่เฉินทำเรื่องไม่งามในกระท่อมมืดๆ นี่น่ะหรือ! ถ้าชาวบ้านรู้เข้า ท่านจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!" หลินจูแสร้งทำเป็นตกใจและตะโกนเสียงดังหวังให้คนผ่านไปมาได้ยิน
เฉินเหว่ยขยับกายบังมู่ซินไว้เบื้องหลัง ความมืดมิดในดวงตาของเขาเริ่มชัดเจนขึ้น มือหนากระชับปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่น แต่ทว่ามือเล็กๆ ของมู่ซินกลับเอื้อมมาจับแขนเขาไว้เบาๆ เป็นสัญญาณว่าให้เขานิ่งไว้
"ท่านหลินจู" มู่ซินก้าวออกมาจากหลังของเฉินเหว่ย เดินเข้าไปหาหลินจูด้วยท่าทางที่ดูสง่างามราวกับนางพญา "หากเจ้ายังไม่อยากให้ความลับเรื่องที่เจ้าแอบเอาผงพิษไปใส่ในบ่อน้ำของหมู่บ้านถูกเปิดเผย ก็จงหุบปากของเจ้าลงเสียเดี๋ยวนี้"
ใบหน้าของหลินจูซีดเผือดลงทันควัน นางถอยกรูดไปจนชิดประตูด้วยความตระหนก "เจ้า... เจ้าพูดเรื่องอะไร! ข้าไม่เข้าใจ!"
ทว่าก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย เสียงคำรามต่ำๆ จากปากของเฉินเหว่ยก็ดังขึ้น พร้อมกับการขยับตัวที่รวดเร็วราวกับเสือดาว เขากระชากคอเสื้อของใครบางคนที่แอบฟังอยู่หลังประตูบานเก่าออกมา—มันคือชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบของหน่วยรักษาความสงบประจำหมู่บ้าน
"ท่านสารวัตร?" หลินมู่ซินอุทาน แววตาของเธอหรี่ลงเมื่อเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ข้อมือของชายคนนั้น... รอยสักสีดำที่เหมือนกับเครื่องหมายของกลุ่มโจรภูเขาที่นางเคยได้ยินข่าวลือในความทรงจำของร่างเดิม
ชายคนนั้นไม่รอช้า ควักมีดสั้นออกมาหมายจะแทงเฉินเหว่ยที่บาดเจ็บ มู่ซินไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากตัดสินใจสะบัดมือขวาที่กำสมุนไพรทองคำไว้ พลังจากมิติที่เธอยังคุมไม่ได้เต็มที่ทะลักออกมาเป็นแสงสีเขียวจางๆ พุ่งเข้าปะทะกับชายแปลกหน้าจนกระเด็นไปกระแทกผนังไม้จนพังยับเยิน
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วทั้งกระท่อม ทุกสายตาจ้องมองมาที่มือของหลินมู่ซิน... มือที่ตอนนี้มีสมุนไพรโบราณเปล่งประกายสีทองอ่อนๆ ออกมาท่ามกลางความสลัวของห้อง
หลินมู่ซินหันไปมองเฉินเหว่ยที่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหันกลับมามองชายแปลกหน้าที่เริ่มขยับตัวลุกขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับความลับของมิติสมุนไพรที่ค่อยๆ ถูกเปิดเผยในค่ำคืนที่พายุฝนกำลังจะถาโถมเข้ามา
อวี้ซินหมอยายุค 70 หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นไปกับก้าวแรกของมู่ซินนะคะ!
คุณหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชะตายุค 70 ด้วยเข็มทองคำ•ตอนที่ 2
มิติสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชะตายุค 70 ด้วยเข็มทองคำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!