“เจ้าบ้าไปแล้วหรือไร!”
หลินมู่ซินเค้นเสียงผ่านไรฟัน มือบางที่กำตะกร้าสมุนไพรแน่นจนขึ้นข้อขาวสั่นเทาเล็กน้อย นางไม่ใช่หญิงสาวซื่อบื้อในหมู่บ้านแห่งนี้ที่ถูกหลอกได้ง่ายๆ กลิ่นคาวเลือดที่โชยมาจากร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มตรงหน้ามันรุนแรงเสียจนสัญชาตญาณแพทย์หญิงอัจฉริยะกรีดร้องเตือนถึงอันตราย
เฉินเหว่ยไม่ตอบ เขาทิ้งน้ำหนักตัวลงมาที่ไหล่ของนางอย่างถือวิสาสะ ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่รดรินอยู่ข้างใบหูสั่นระริก แสดงให้เห็นว่าเขากำลังฝืนทนต่อความเจ็บปวดอย่างสาหัส ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของเขาหรี่ลง จ้องมองไปทางทิศทางที่พวกเขาทั้งคู่เพิ่งจากมา—ป่าสนทึบที่มีเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งไล่ตามมาติดๆ
“จำไว้… หากพวกมันถาม เจ้าคือคู่หมั้นที่ข้าเฝ้ารอมานานปี” เขาฝืนกระซิบ เสียงแหบพร่าดุจใบไม้แห้งกรอบ ก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้นหญ้าโดยไม่บอกกล่าว
มู่ซินเม้มริมฝีปากแน่น นางไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขั้นจะปล่อยให้คนบาดเจ็บตายอยู่ตรงหน้า ในฐานะหมอ กฎข้อแรกคือการรักษา แต่ในฐานะคนทะลุมิติที่ต้องการเพียงความสงบสุข การพัวพันกับทหารที่ถูกล่าเช่นนี้คือการหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ ทว่าเมื่อกวาดสายตาผ่านบาดแผลที่ต้นขาของเขา เลือดสีแดงฉานกำลังไหลซึมทะลุกางเกงทหารเนื้อหยาบ หากปล่อยไว้อีกไม่เกินหนึ่งชั่วยาม เขาคงได้สิ้นใจก่อนที่จะได้อธิบายอะไรด้วยซ้ำ
มือเรียวบางขยับอย่างรวดเร็ว นางคว้าข้อมือเขาไว้พร้อมกับกดจุดบนเส้นเลือดใหญ่เพื่อห้ามเลือดโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะฉีกชายเสื้อด้านในของตัวเองออกมาทำเป็นผ้าพันแผลชั่วคราวอย่างคล่องแคล่ว
“อย่าเพิ่งตายตอนนี้” นางเอ่ยเสียงเย็น “ถ้าข้าจะช่วยเจ้า เจ้าต้องสัญญาว่าจะไม่นำความซวยมาให้ข้ามากกว่านี้”
เฉินเหว่ยเงยหน้าขึ้นมองนาง แววตาของเขาซับซ้อนเกินกว่าจะอ่านออก มันไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่มันคือความประหลาดใจ... เขาไม่เคยเห็นหญิงสาวบ้านนอกคนไหนมีแววตานิ่งสงบและฝีมือการปฐมพยาบาลที่แม่นยำดุจยอดฝีมือเช่นนี้มาก่อน
“ข้า… ข้าจะจำไว้” เขาพึมพำ ก่อนที่สติจะเริ่มพร่าเลือน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบก็ดังเข้ามาใกล้ กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสีมอซอสามคนโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ มือของแต่ละคนกุมมีดสั้นวาววับ สายตาของพวกมันกวาดมองไปรอบป่าราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังหิวโซ หนึ่งในนั้นหยุดชะงักเมื่อเห็นร่างของหลินมู่ซินที่กำลังโอบประคองชายหนุ่มอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
“เห้ย! นั่นมันอะไรน่ะ?” หัวหน้ากลุ่มชายฉกรรจ์ตะคอก เสียงของมันสั่นด้วยความตื่นเต้น “นั่นใช่เป้าหมายของพวกเราหรือไม่?”
มู่ซินสูดลมหายใจลึก นางแสร้งทำเป็นตกใจสุดขีด ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยตามบทบาทที่ต้องแสดง นางโอบกอดเฉินเหว่ยไว้แน่นขึ้นเหมือนคนปกป้องคนรัก “พวกท่านเป็นใคร! อย่าเข้ามานะ! นี่คือคู่หมั้นของข้า เขาเพิ่งบาดเจ็บจากการตกหน้าผา หากพวกท่านกล้าทำอะไรเขา ข้าจะไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านให้เอาผิดพวกท่านฐานทำร้ายชาวบ้าน!”
คำพูดของนางราบเรียบแต่แฝงด้วยความเด็ดขาด ชายกลุ่มนั้นชะงักไปเล็กน้อย พวกมันมองสำรวจสภาพของทั้งสองคน—ชายหนุ่มที่ดูเหมือนกำลังจะขาดใจตาย และหญิงสาวผู้โชคร้ายที่ดูไม่มีพิษมีภัย
“คู่หมั้นงั้นรึ?” หัวหน้ากลุ่มคนนั้นหัวเราะหึๆ เดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้ “หน้าตาดีไม่เบานี่นาแม่สาวน้อย หลีกทางไปเสีย ถ้าไม่อยากตายไปพร้อมกับไอ้ทหารเลวตัวนี้!”
ในวินาทีที่วิกฤตที่สุด มู่ซินสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกจากร่างกายของเฉินเหว่ยที่อยู่ในอ้อมแขน เขายังไม่หมดสติเสียทีเดียว มือหนาที่เปื้อนเลือดของเขาขยับแผ่วเบาใต้ปกเสื้อของนาง พร้อมกับวางวัตถุเย็นเฉียบลงในอุ้งมือนาง... มันคือป้ายหยกประจำตัวที่มีสัญลักษณ์ประหลาดซึ่งนางไม่เคยเห็นมาก่อน
ทันใดนั้นเอง มู่ซินก็ตัดสินใจก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ดวงตาที่เคยสั่นไหวเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวราวกับน้ำแข็งหมื่นปี นางดึงเข็มเงินเล่มหนึ่งออกมาจากตะกร้าสมุนไพรอย่างแนบเนียน ชี้ไปยังหัวหน้ากลุ่มฉกรรจ์ด้วยท่าทางที่ไม่เกรงกลัว
“ข้าบอกให้ถอยไป” นางเน้นย้ำทุกคำ “พวกท่านไม่รู้หรอกว่ากำลังยุ่งกับใครอยู่ ถ้าไม่อยากให้ชีวิตนี้จบสิ้นลงตรงนี้ ก็ไสหัวไปก่อนที่ข้าจะนับหนึ่งถึงสาม!”
ชายฉกรรจ์ทั้งสามมองหน้ากันอย่างลังเล ความกดดันที่แผ่ออกมาจากหญิงสาวร่างบางตรงหน้าช่างดูผิดปกติ ราวกับว่านางไม่ใช่เพียงแค่เด็กสาวชาวบ้าน แต่เป็นบางสิ่งที่อันตรายกว่านั้นมาก
บรรยากาศรอบตัวเริ่มอึดอัดขึ้นทุกขณะ หัวหน้ากลุ่มชักมีดออกมาพลางแสยะยิ้ม “งั้นข้าจะให้นางตายเป็นคนแรก แล้วค่อยเชือดไอ้หมอนั่น!”
ทว่าก่อนที่พวกมันจะพุ่งเข้ามา ร่างของเฉินเหว่ยก็ขยับตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆ แม้ร่างกายจะโชกเลือด แต่รัศมีน่าเกรงขามที่เขามีกลับทำเอาพวกมันหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เขาชักปืนพกกระบอกเล็กออกมาจากที่ซ่อนภายใต้เสื้อทหารแล้วเล็งไปที่หัวหน้ากลุ่มอย่างแม่นยำ
ปัง!
เสียงปืนสนั่นหวั่นไหวไปทั่วหุบเขา นกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้แตกฮือบินหนีด้วยความตระหนก หัวหน้ากลุ่มล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมป่าอีกครั้ง ทว่าในวินาทีที่มู่ซินกำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางกลับสังเกตเห็นบางอย่าง...
ไม่ใช่แค่พวกชายฉกรรจ์ที่กำลังรุมล้อมพวกนาง แต่มีแสงเลเซอร์สีแดงจุดเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่บริเวณหน้าอกของเฉินเหว่ย!
“หลบไป!” มู่ซินแผดเสียงพร้อมกับผลักร่างสูงเต็มแรง
กระสุนนัดที่สองพุ่งเฉียดไหล่ของนางไปเพียงเสี้ยววินาที เสียงปืนดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบในมุมมืดที่ไม่มีใครคาดคิด และร่างของหลินจู ลูกพี่ลูกน้องที่นางเกลียดชังที่สุด ก็ก้าวออกมาจากเงามืดพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวในมือถือปืนยาวที่ดูไม่ควรจะมีอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้
“หลินมู่ซิน... พี่สาวที่แสนดีของข้า ดูเหมือนว่าวันนี้ความลับของเจ้ากับ ‘ชู้รัก’ จะจบลงที่ตรงนี้แล้วนะ”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับอวี้ซินหมอยายุค 70 นะคะ
คุณหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชะตายุค 70 ด้วยเข็มทองคำ•ตอนที่ 5
พบเจอทหารหนุ่ม
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชะตายุค 70 ด้วยเข็มทองคำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!