“วางถ้วยยาลงเสีย หากเจ้ายังฝืนกลืนมันลงไปในสภาพที่มือสั่นเทาเช่นนี้ พิษจากสมุนไพรตัวที่สิบสองจะย้อนกลับมาทำลายเส้นชีพจรของเจ้าเอง!”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความขุ่นมัวของเฉินเหว่ยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักแคบๆ ของหลินมู่ซิน เขาคว้าข้อมือเรียวบางที่กำลังสั่นระริกไว้แน่น สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่บัดนี้ไร้ซึ่งประกายอัจฉริยะดังเช่นทุกวัน ผิวพรรณของหญิงสาวซีดเผือดราวกับกระดาษสา มีเพียงรอยคล้ำใต้ดวงตาที่บ่งบอกถึงการตรากตรำวิจัยสูตรยาต้านพิษที่ได้รับมาจากหมู่บ้านชายแดน
หลินมู่ซินพยายามดึงข้อมือกลับ ทว่าความอ่อนแรงที่กัดกินร่างกายทำให้เธอทำได้เพียงแค่ถอนหายใจยาว “เฉินเหว่ย... หากข้าไม่รีบสกัดตัวยาให้สำเร็จ ชาวบ้านที่กินน้ำจากบ่อนั้นจะต้องตายกันหมด ท่านก็รู้ว่าพิษนี้มันร้ายกาจเพียงใด มันไม่ใช่โรคระบาดธรรมดา แต่มันคือการวางยาพิษอย่างเป็นระบบ”
“แล้วชีวิตเจ้าเล่า?” เขาถามสวนกลับ น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความโกรธปนห่วง “เจ้ากำลังใช้เลือดของตนเองเป็นตัวทดสอบความเป็นพิษของสมุนไพร ดูที่ปลายนิ้วเจ้าสิ มู่ซิน! มันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำแล้ว!”
มู่ซินมองมือตัวเองด้วยความนิ่งเฉย เธอไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวด เพราะประสาทสัมผัสถูกความเย็นยะเยือกของพิษแช่แข็งไปเสียแล้ว เธอใช้เข็มทองคำแทงลงไปที่จุดฝังเข็มบนแขนตนเองเพื่อสกัดกั้นพิษไม่ให้แล่นเข้าสู่หัวใจ จังหวะที่เข็มแหลมคมปักลงไปนั้น เลือดสีดำข้นก็ซึมออกมาแทนที่สีแดงสด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้อง
ประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน หลินจูยืนอยู่ที่นั่น ใบหน้าฉาบด้วยรอยยิ้มสมเพช นางมองดูภาพตรงหน้าที่มู่ซินกำลังนอนหมดสภาพอยู่บนเตียงโดยมีเฉินเหว่ยคอยพยุงอยู่ไม่ห่าง
“โอ้โห... ดูเหมือนว่าหมอเทวดาของเราจะสิ้นฤทธิ์เสียแล้วนะจ๊ะพี่สาว” หลินจูเอ่ยด้วยน้ำเสียงลากยาว แววตาซุกซนนั้นแฝงไปด้วยความอาฆาตที่ซ่อนไม่มิด “ข้าได้ข่าวว่าทางการกำลังจะส่งคนมาตรวจสอบเรื่องบ่อน้ำพิษนั่น หากท่านรักษาใครไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว เกรงว่าข้อหา ‘หมอปลอม’ ที่ข้าอุตส่าห์ไปเป่าหูพวกหัวหน้าหมู่บ้านไว้ คงจะทำให้เจ้าต้องติดคุกจนตายล่ะมั้ง”
มู่ซินพยายามยันกายขึ้น ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ แต่แววตาของเธอยังคงมั่นคงและเยือกเย็น เธอไม่แม้แต่จะปรายตามองหลินจู แต่กลับหันไปมองถ้วยยาที่อยู่บนโต๊ะ
“เฉินเหว่ย...” เธอเรียกเบาๆ “หยิบสมุนไพรใบสีม่วงในห่อผ้าสีน้ำเงินให้ข้าหน่อย นั่นคือส่วนผสมสุดท้าย... หากข้ากลืนมันลงไป ข้าอาจจะฟื้นตัวภายในสามชั่วยาม หรือไม่ก็... ร่างกายนี้อาจจะแตกสลายไปตลอดกาล”
เฉินเหว่ยชะงักมือ เขามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ของหญิงสาวตรงหน้า ความรู้สึกตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธที่นางไม่รักชีวิตตนเอง แต่ก็เคารพในอุดมการณ์ที่สูงส่งยิ่งกว่าชีวิตของนาง
“หากเจ้าเป็นอะไรไป ข้าจะเผาที่นี่ทิ้งเสีย” เขาขู่ด้วยเสียงแหบพร่า ก่อนจะหยิบสมุนไพรตัวนั้นส่งให้นาง
มู่ซินรับมาโดยไม่ลังเล เธอขยี้มันลงในถ้วยยาแล้วกลืนลงไป กลิ่นสมุนไพรฉุนกึกอบอวลไปทั่วห้อง ร่างกายของเธอเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเหมือนจะระเบิดออก เธอขดตัวลงบนเตียง กัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือดเพื่อไม่ให้หลุดเสียงร้องแห่งความทรมานออกมา
หลินจูที่เห็นเหตุการณ์เริ่มรู้สึกไม่ดี นางก้าวถอยหลังด้วยความหวั่นเกรง ความเงียบที่ผิดปกติของมู่ซินทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อุณหภูมิโดยรอบดูเหมือนจะลดต่ำลงจนน่าขนลุก
“นางเป็นอะไรไป... ทำไมตัวถึงได้ร้อนจัดจนเกิดไอร้อนขึ้นมาล่ะ?” หลินจูพึมพำ
ทว่าในวินาทีที่มู่ซินลืมตาขึ้น ดวงตาสีถ่านของเธอกลับเปลี่ยนไปชั่วขณะ มันเป็นสีทองอำพันที่แวววับราวกับพลังจากมิติสมุนไพรลึกลับกำลังถ่ายเทเข้าสู่ร่างกาย เธอคว้าเข็มทองคำข้างกายแล้วพุ่งตัวออกไปเหมือนลูกธนู ความรวดเร็วของเธอนั้นเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า หลินจูยังไม่ทันตั้งตัว เข็มเล่มเล็กก็จ่ออยู่ที่ลำคอของนางเสียแล้ว
“เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังเล่นสนุกกับใครอยู่หรือ หลินจู?” เสียงของมู่ซินแหบพร่าแต่ทรงพลังจนทำให้คนฟังรู้สึกหนาวถึงกระดูกสันหลัง “ข้าอดทนให้เจ้าเล่นตลกมานานพอแล้ว แต่ก่อนที่ข้าจะหมดสติไปจากผลของยา... ข้ามีเรื่องหนึ่งที่เจ้าต้องรู้ไว้”
มู่ซินขยับเข็มเข้าใกล้ผิวเนื้อของหลินจูจนเลือดซึมออกมานิดๆ ดวงตาสีทองจ้องลึกเข้าไปในจิตวิญญาณที่สั่นคลอนของอีกฝ่าย
“คนในหมู่บ้านที่ป่วยน่ะ... ข้าไม่ได้ใช้ยารักษาแบบปกติหรอกนะ” มู่ซินแสยะยิ้มที่มุมปาก “ข้าใส่ ‘สิ่งที่เจ้าแอบเทลงในบ่อน้ำ’ ลงไปในยาทุกถ้วยที่ข้าแจกจ่าย... ขอบคุณนะที่ส่งหลักฐานชิ้นสำคัญมาให้ข้าถึงที่ และตอนนี้... คนเหล่านั้นกำลังเดินทางมาที่นี่พร้อมกับท่านนายอำเภอ เพื่อมาถามหาตัวคนวางยาพิษที่แท้จริง”
หลินจูหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทาเหมือนใบไม้ต้องลม นางจะอ้าปากเถียง แต่กลับพบว่าตนเองเปล่งเสียงไม่ออกเพราะถูกมู่ซินสะกัดจุด
ทว่าในขณะที่มู่ซินกำลังจะได้คำสารภาพ เสียงเคาะประตูอย่างหนักหน่วงก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงประกาศก้องของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่พังประตูเข้ามา... ไม่ใช่ท่านนายอำเภอ แต่เป็นกลุ่มทหารลับที่ถือตราสัญลักษณ์ที่มู่ซินไม่คุ้นเคย!
“หลินมู่ซิน! เจ้าถูกสั่งให้จับกุมในข้อหาลักลอบใช้ยาสมุนไพรต้องห้ามจากราชสำนัก... ตามข้ามาเดี๋ยวนี้!”
มู่ซินปล่อยมือจากหลินจู ร่างกายที่เพิ่งได้รับพิษสะท้อนกลับมาทรุดฮวบลงอีกครั้ง แววตาสีทองเลือนหายไปเหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่ปกคลุม เฉินเหว่ยพุ่งเข้ามาขวางหน้าทหารเหล่านั้นไว้พร้อมกับชักดาบที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมออกมา ท่ามกลางความชุลมุน มู่ซินเหลือบเห็นเงาของใครบางคนยืนอยู่ด้านหลังกลุ่มทหาร... คนคนนั้นคือเจ้าของดวงตาที่เธอคุ้นเคยที่สุดจากอดีตชาติที่เธอจากมา!
ความลับที่นางฝังไว้ลึกสุดใจกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาท่ามกลางความเป็นความตายแบบนี้แล้วนะคะ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับมู่ซินในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชะตายุค 70 ด้วยเข็มทองคำ•ตอนที่ 34
ความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงทะลุมิติ: พลิกชะตายุค 70 ด้วยเข็มทองคำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!