ทายาทตระกูลดังปะทะดีไซเนอร์ตกอับ•ตอนที่ 5

งานเลี้ยงที่ไร้ทางหนี

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเคล้าไปกับเสียงหัวเราะและเสียงแก้วแชมเปญกระทบกันในห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางเมือง แชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสาดแสงสีทองลงมากระทบชุดราตรีผ้าไหมราคาแพงระยับ ทว่าบรรยากาศที่หรูหราฟู่ฟ่านี้กลับไม่อาจกลบเกลื่อนความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ใต้พรมวิศวะกรรมยุโรปได้เลยแม้แต่น้อย รินรดายืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องพักรับรองส่วนตัว ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้ถุงมือลูกไม้สีดำสนิทกำลังจัดสาบเสื้อสูทเข้ารูปสไตล์วินเทจตัดเย็บพิเศษอย่างพิถีพิถัน ชุดที่เธอสวมใส่ในค่ำคืนนี้ไม่ใช่ชุดราตรีฟูฟ่องตามธรรมเนียมปฏิบัติของงานสังคมสงเคราะห์หน้ากากเสแสร้ง หากแต่เป็นสูทผ้าแจ็คการ์ดลายปักดิ้นเงินรูปกุหลาบหนามคม—ผลงานชิ้นเอกที่ถูกขโมยไปและถูกเธอนำกลับมาตีความใหม่ด้วยความดุดันและเย่อหยิ่งกว่าเดิม "ชุดนี้... เหมาะกับคุณมากกว่าที่เจ้าของผลงานปลอมๆ คนนั้นเคยใส่ลิบลับเลยนะคะ" เสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลดังขึ้นจากด้านหลัง คินน์ อัครเดโช ก้าวออกมาจากเงาสลัวของมุมห้อง เขาสวมสูททักซิโด้สีดำสนิทที่ตัดเย็บด้วยความประณีตไร้ที่ติ เรือนผมสีเข้มถูกเซ็ตเปิดหน้าผากเผยให้เห็นดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ เขายื่นมือหนามาจัดปกคอเสื้อให้รินรดากรณีพิเศษ สัมผัสอุ่นร้อนที่แตะโดนผิวเนื้อผ่านเนื้อผ้าทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ รินรดาเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย นัยน์ตาสีนิลคู่สวยตวัดมองชายหนุ่มด้วยแววตาท้าทาย "อย่ามาทำคะแนนตอนนี้เลยค่ะคุณคินน์ ฉันบอกแล้วว่านี่ไม่ใช่การออกเดท แต่เป็นสนามรบ" "สนามรบเหรอคะ?" คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มนั้นสั่นพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ายวนใจที่อันตรายยิ่ง "สำหรับผม... มันคือการเปิดตัวราชินีสู่บัลลังก์ต่างหากล่ะคะ พร้อมหรือยังที่จะไปตบหน้าพวกสุนัขจิ้งจอกพวกนั้นให้สำนึกว่าใครคือเจ้าของป่าที่แท้จริง?" รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยพิษสงและเสน่ห์อันเย้ายวน "ถ้าความกล้าหาญหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ต ฉันคงเหมามาหมดเพื่อซัดหน้าพวกมันนานแล้วค่ะ... ไปกันเถอะค่ะ" ประตูบานใหญ่สีทองอร่ามถูกผลักเปิดออกโดยบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองนาย แสงไฟนับพันดวงภายในห้องโถงใหญ่สาดส่องเข้ามาปะทะร่างของทั้งคู่ ทัน ทันทีที่ก้าวเท้าเหยียบพรมแดง สายตานับร้อยคู่ในงานก็หันขวับมามองเป็นตาเดียว รินรดายืดอกขึ้นอย่างสง่างาม แผ่นหลังตั้งตรงดั่งหงส์ผู้สูงศักดิ์ เธอไม่ได้เดินตามหลังคินน์ในฐานะผู้ติดตามไร้ค่า แต่เธอเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ ก้าวไปพร้อมกับบุรุษผู้กุมอำนาจการเงินที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ เสียงซุบซิบนินทาเริ่มดังขึ้นราวกับฝูงผึ้งแตกรัง "นั่น... นั่นมันรินรดาไม่ใช่เหรอ? ยัยดีไซเนอร์ตกอับที่ขโมยแบบตัดเย็บของศิรินทร์ไม่ใช่เหรอทำไมถึงกล้าโผล่หัวมางานนี้ได้!" "แล้วเธอกล้าดียังไงถึงควงแขนมากับท่านคินน์ อัครเดโชได้ล่ะนั่น?! ตาฝาดไปหรือเปล่า ฉันฝันไปใช่ไหม?" สายตานับร้อยคู่เต็มไปด้วยความตกตะลึง ความดูถูก และความริษยาที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากสังคม ทว่าเป้าหมายหลักของรินรดาไม่ได้อยู่ที่แขกเหรื่อทั่วไป รินรดากวาดสายตาคมกริบราวกับเรดาร์ไปยังมุมโซฟา VIP โซนกึ่งมืดที่ถูกจัดไว้สำหรับแขกชั้นสูง และที่นั่น... เธอก็ได้พบกับเป้าหมาย ศิรินทร์ ในชุดราตรีผ้าซาตินสีชมพูกลีบบัวปักคริสตัลระยิบระยับ กำลังยืนถือแก้วแชมเปญด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ข้างกายเธอคือบรรดาไฮโซสาวและบรรณาธิการนิตยสารชื่อดังที่เคยเหยียบย่ำรินรดาจนจมดิน ใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดีจนสวยเฉี่ยวบิดเบี้ยวด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ เมื่อเห็นว่าผู้หญิงที่ควรจะตกอับไร้ที่ยืนในสังคม กลับยืนอยู่เบื้องหน้าเธอในฐานะ 'ที่ปรึกษาคนใหม่' ของตระกูลอัครเดโช คินน์กระซิบข้างหูของรินรดาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึก "ดูสิคะ เหยื่อของเรากำลังตื่นตระหนกจนหางจุกตูดแล้ว" รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ เธอไม่ได้หลบสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของศิรินทร์แม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับจ้องมองกลับไปราวกับพญาเหยี่ยวที่กำลังมองเหยื่อในกรงขัง ก่อนจะก้าวเดินตรงดิ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว โดยมีคินน์คอยโอบเอวสอบไว้หลวมๆ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของและประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ในคราวเดียวกัน "แหม... งานเลี้ยงคืนนี้ช่างครึกครื้นและอบอุ่นเสียจริงนะคะ" รินรดาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงหวานหยดแต่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก น้ำเสียงนั้นดังพอที่จะทำให้กลุ่มคนที่รายล้อมศิรินทร์ต้องเงียบกริบลงทันที ศิรินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่ถือแก้วแชมเปญสั่นเทาจนของเหลวสีอำพันกระฉอกโดนเรียวเล็บที่ตกแต่งมาอย่างสวยงาม เธอพยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก แต่ดวงตากลับฉายแววหวาดผวาอย่างปิดไม่มิด "มะ... ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณรินรดาจะกล้ามางานนี้ด้วย หลังจากเรื่องอื้อฉาวที่คุณ..." "เรื่องอื้อฉาวเหรอคะ?" รินรดาแทรกขึ้นทันควันด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง เธอเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาสีนิลจ้องลึกลงไปในดวงตาของศิรินทร์ราวกับจะทะลุเข้าไปในจิตใจที่เน่าเฟะ "แปลกจังนะคะ ทั้งที่ฉันเพิ่งจะเตรียมเอกสารหลักฐานชิ้นสำคัญเสร็จเมื่อตอนบ่ายนี้เอง... เอกสารที่พิสูจน์ได้ชัดเจนว่า ลายเส้น โครงร่าง และทุกตะเข็บของชุดที่คุณสวมใส่ในค่ำคืนนี้ เป็นของใครกันแน่" ร่างของศิรินทร์สะท้านเฮือก สีหน้าซีดเผือดลงจนแทบไร้สีเลือด บรรดาเพื่อนไฮโซที่ยืนอยู่ข้างกายต่างพากันก้าวถอยหลังทีละก้าวโดยอัตโนมัติ ราวกับกลัวว่าไฟบรรลัยกัลป์ที่รินรดานำมาด้วยจะแผดเผามาโดนตัว "คุณรินรดาพูดอะไรน่ะคะ... ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลย" ศิรินทร์เสียงสั่นเครือ พยายามรักษาฟอร์มครั้งสุดท้ายด้วยการหันไปขอความช่วยเหลือจากรอบข้าง "ทุกท่านคะ ยัยนี่คงสติหลุดไปแล้วถึงได้มากล่าวหา..." "ฉันไม่ได้กล่าวหาลอยๆ ค่ะคุณศิรินทร์..." เสียงทุ้มทรงอำนาจของคินน์ดังขัดขึ้น ตัดบทสนทนาอันน่าสมเพชนั้นลงอย่างเฉียบขาด เขายกมือขึ้นส่งสัญญาณเพียงครั้งเดียว บอดี้การ์ดด้านหลังก็ก้าวออกมาพร้อมกับเปิดแท็บเล็ตหน้าจอขนาดใหญ่ แสดงภาพเอกสารลิขสิทธิ์และคลิปวิดีโอวงจรปิดจากห้องทำงานส่วนตัวของศิรินทร์เมื่อสามเดือนก่อน—ภาพที่มัดตัวศิรินทร์แบบดิ้นไม่หลุด "และที่สำคัญไปกว่านั้น..." คินน์เหยียดยิ้มเย็นชา ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง "ในฐานะที่ปรึกษาคนใหม่ของตระกูลอัครเดโช และผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ของบริษัทแฟชั่นที่คุณกำลังเกาะกินอยู่... ผมมีสิทธิ์เต็มที่ในการตรวจสอบความสะอาดของพวกปลิงที่เกาะอยู่บนหยาดเหงื่อแรงงานของคนอื่น" บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงตกอยู่ในความเงียบงันสนิท เสียงเพลงคลาสสิกราวกับหยุดบรรลงไปในพริบตา สายตาทุกคู่เปลี่ยนจากความดูถูกเหยียดหยาม กลายเป็นความหวาดกลัวและตกตะลึงพรึงเพริดเมื่อตระหนักได้ว่า ใครคือผู้ที่กุมอำนาจที่แท้จริงในค่ำคืนนี้ ศิรินทร์ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ชุดราตรีราคาแพงระยับเปื้อนฝุ่นผงบนพรมแดง ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างดีอาบชุ่มไปด้วยน้ำตาและความสิ้นหวัง เธอกำลังจะเอ่ยปากร้องขอความเมตตา ทว่ารินรดากลับก้มตัวลงกระซิบข้างหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น "เกมยังไม่จบแค่นี้หรอกนะคะคุณศิรินทร์... นี่มันแค่การวอร์มเครื่องเท่านั้นเอง" ทว่า ในวินาทีที่ความสะใจกำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคินน์ก็แผดเสียงดังขึ้น ทายาทตระกูลดังชำเลืองมองหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมและเยือกเย็นอย่างน่ากลัว เขากดรับสายโดยไม่ละสายตาจากรินรดา "ว่ายังไงนะ?" คินน์ทวนคำด้วยน้ำเสียงกดต่ำ "คนของเราที่ตึกใหญ่โดนลอบโจมตีงั้นเหรอ?" รินรดาชะงัก รอยยิ้มบนริมฝีปากหายวับไปในทันทีเมื่อเห็นประกายความอันตรายในดวงตาของชายหนุ่ม [ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนที่ 5 นะคะ แล้วมาลุ้นระทึกกับเกมแก้แค้นที่กำลังจะลุกเป็นไฟในตอนต่อไปกันค่ะ!]
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังปะทะดีไซเนอร์ตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%